fbpx

รายงานการวิจัยผลการทดลองใช้กรอบสมรรถนะผู้เรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 4-6 สำหรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ผมได้นั่งศึกษา รายงานการวิจัยผลการทดลองใช้กรอบสมรรถนะผู้เรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 4-6 สำหรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน และเห็นว่าเป้นประโยชน์กับวงการศึกษา จึงได้สรุปและคัดลอกบางส่วนบางตอนที่สำคัญ มานำเสนอเป้นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ของทุกท่านในอนาคตซึ่งน่าสนใจมาก ๆ หากท่านสนใจสามารถไปหาอ่านเพิ่มเติมได้นะครับ ขอบคุณเอกสารปละภาพจาก สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ

กรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานฉบับเผยแพร่ พ.ศ. 2562
ที่มา: (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, 2564: 3)
กรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2563
ที่มา: (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, 2564: 6)
กรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม, 2563)
ที่มา: (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, 2564: 98)


ข้อเสนอในการขับเคลื่อนการนากรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียนสาหรับหลักสูตรการศึกษา ขั้นพื้นฐานสู่การปฏิบัติ

ข้อสรุปของข้อเสนอเชิงนโยบายในการขับเคลื่อนการนำกรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียน สำหรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานสู่การปฏิบัติมี 5 ประการตามเงื่อนไขสำคัญของคำว่า HOUSE (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, 2564: ซ-ฎ) ดังนี้

ข้อเสนอในการขับเคลื่อนการนำกรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียนสำหรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานสู่การปฏิบัติ
ที่มา: (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, 2564: 232)

ข้อเสนอในการขับเคลื่อนการนากรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียนสาหรับหลักสูตรการศึกษา ขั้นพื้นฐานสู่การปฏิบัติ

H – Human Resource: ทรัพยากรครู บุคลากรทางการศึกษาเป็นพื้นฐานที่สาคัญในการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน

ดังนั้น การบริหารจัดการและพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาเพื่อให้พร้อมต่อการจัดการศึกษาฐานสมรรถนะจึงเป็นสิ่งสำคัญ และการพัฒนาครูควรดำเนินการต่อเนื่องทั้งระบบโดยอาศัยความร่วมมือ จากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตและพัฒนาครู ตั้งแต่

    • นักศึกษาครู (Preservice Teacher)
    • ครูใหม่ (Novice Teacher) และ
    • ครูประจำการ (Preservice Teacher)

ผ่านแนวคิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ หรือ Professional Learning Community: PLC

โดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (school – based)

เพื่อให้เกิดการสนับสนุนและสร้างแรงผลักดันจากเพื่อนครูร่วมวิชาชีพ ทำให้ครูเกิดการพัฒนาทางวิชาชีพอย่างต่อเนื่องในฐานะสมาชิกชุมชนการเรียนรู้ ทางวิชาชีพร่วมกับนักการศึกษา อาจารย์จากสถาบันฝึกหัดครูในพื้นที่ ศึกษานิเทศก์ ผู้บริหาร

O – Objective: เป้าหมายในการพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียนที่ชัดเจน

จะช่วยให้หน่วยงานในกากับทั้งระดับประเทศ ระดับพื้นที่ บุคลากรที่เกี่ยวข้อง ครู ผู้บริหารสถานศึกษา เห็นภาพเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนสอดคล้องตรงกัน ทาให้การนาหลักสูตรไปใช้ การออกแบบการเรียนการสอนฐานสมรรถนะ รวมทั้ง การประเมินสมรรถนะของผู้เรียนเกิดขึ้นอย่างแท้จริง สอดคล้องตามพัฒนาการและความต้องการของผู้เรียน รวมทั้งบริบทของชุมชนสังคม

U – Understanding: มุ่งสร้างความเข้าใจให้ตรงกันทั้งด้านหลักสูตรฐานสมรรถนะ การจัดการเรียนการสอนฐานสมรรถนะ การวัดและประเมินสมรรถนะ รวมทั้งจัดเตรียมสื่อและแหล่งการเรียนรู้ที่ครูสามารถใช้ในการพัฒนาสมรรถนะให้กับผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยสื่อสารสร้างความเข้าใจด้วยรูปแบบ ที่ทันสมัย เข้าถึงง่าย หลากหลายช่องทาง และใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง ให้เหมาะสมกับลักษณะการเข้าถึงข้อมูล ความคุ้นชิน และแนวทางการเรียนรู้ทำความเข้าใจที่สอดคล้องตามช่วงวัยของครู ผู้บริหาร บุคลากร ทางการศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชน รวมทั้งผู้เรียน เมื่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายทราบถึงความคาดหวัง หรือเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนตรงกัน จะทำให้เกิดนิเวศการศึกษาฐานสมรรถนะที่แท้จริง

S – Simplify: การจัดการศึกษาฐานสมรรถนะเป็นการพัฒนาสมรรถนะให้กับผู้เรียนโดยยึดโยงกับ วิถีชีวิตของผู้เรียน

การนำหลักสูตรไปใช้จึงควรเป็นสิ่งเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน ลดภาระงานครู และบุคลากร ทุกฝ่ายในแง่ของผลผลิตเอกสาร

ทั้งนี้ควรใช้การประเมินเพื่อการเรียนรู้ (Assessment for Learning) เพื่อให้ครูเกิดการเรียนรู้ร่วมกับผู้เรียน รวมทั้งสามารถประเมินความเหมาะสม จุดดี จุดที่ควรปรับปรุง เกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนที่ตนได้ดาเนินการ และสามารถใช้เป็นข้อมูลสะท้อนผลการใช้หลักสูตร ในระดับชั้นเรียนเพื่อให้ผู้บริหารหรือหน่วยงาน และบุคลากรที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการพัฒนาหลักสูตร ฐานสมรรถนะระดับท้องถิ่น หรือระดับพื้นที่สามารถใช้ในการปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะระดับพื้นที่ หรือระดับสถานศึกษาต่อไป

E – Empower: ควรหนุนเสริมเติมพลัง ให้อิสระแก่สถานศึกษา ครู ผู้บริหาร ในการออกแบบหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน รวมทั้งการประเมินสมรรถนะของผู้เรียนที่สอดคล้องกับบริบทชุมชน ท้องถิ่น และชีวิตจริงของผู้เรียน

โดยปลดล็อค “โครงสร้างการบริหารงานวิชาการและการจัดการเรียน การสอน”

ซึ่งเป็นเสมือนกรอบเกณฑ์ที่ทำให้สถานศึกษาขาดอิสระในการดำเนินงานเพื่อพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน

การกระจายอานาจให้กับสถานศึกษาอย่างแท้จริงได้ จำเป็นต้องสร้างความมั่นใจให้แก่ครู ผู้เกี่ยวข้อง ผ่านองค์ความรู้ในลักษณะตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ และเงื่อนไขต่าง ๆ และตัวอย่างที่ไม่ประสบความสำเร็จ อาจมีข้อบกพร่อง ข้อจำกัด และแนวทางแก้ไข หรือข้อเสนอแนะในการปรับปรุงแก้ไข

ตัวอย่างองค์ความรู้เหล่านี้ (Curriculum Exemplars) อยู่บนพื้นฐานของความไว้วางใจซึ่งกันและกันของครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยมีความเชื่อในศักยภาพและการมุ่งมั่นพัฒนาตนเองของทุกฝ่าย

ที่มา : รายงานการวิจัย ผลการทดลองใช้กรอบสมรรถนะผู้เรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 4 – 6 สำหรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน กรุงเทพฯ : สกศ., 2564 341 หน้า ISBN : 978-616-270-297-6

Comments

comments

ติดต่อ ดร.อนุศร หงษ์ขุนทด
error: Content is protected !!