การออกแบบการสอนโดยบูรณาการ TPACK Model และ ADDIE Model ร่วมกับปัญญาประดิษฐ์
เพื่อขับเคลื่อนระบบคลังสื่อการเรียนรู้ดิจิทัล (OBEC Content Center)
ดร.อนุศร หงษ์ขุนทด
ศึกษานิเทศก์ วิทยฐานะศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ สพม.นครราชสีมา
Musicmankob@gmail.com
_____________
ภูมิทัศน์ใหม่ของการศึกษาไทยในยุคปัญญาประดิษฐ์และการพลิกโฉมการเรียนรู้ดิจิทัล
ในทศวรรษที่ผ่านมา ระบบการศึกษาทั่วโลกเผชิญกับคลื่นแห่งความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีถาโถมอย่างต่อเนื่อง (Disruption) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอุบัติขึ้นของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และเทคโนโลยี Generative AI ที่เข้ามาเปลี่ยนนิยามของการเข้าถึงความรู้ การสร้างสรรค์เนื้อหา และกระบวนการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน สำหรับประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับตัวต่อกระแสธารแห่งความเปลี่ยนแปลงนี้ จึงได้กำหนดยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการศึกษายุคดิจิทัลผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี ควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการศึกษา 1 หนึ่งในกลไกสำคัญที่เป็นหัวใจของการขับเคลื่อนนี้คือ “OBEC Content Center” หรือระบบคลังสื่อเทคโนโลยีดิจิทัลระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งถูกออกแบบมาให้เป็นแพลตฟอร์มกลางในการรวบรวม จัดเก็บ และให้บริการสื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ แก่นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงทรัพยากรการศึกษาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตตามนโยบายของรัฐบาล 3
อย่างไรก็ตาม การมีอยู่ของแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพียงอย่างเดียวนั้น ไม่ใช่หลักประกันความสำเร็จทางการศึกษา หากขาดซึ่ง “กระบวนการออกแบบการสอน” (Instructional Design) ที่มีประสิทธิภาพ การนำสื่อดิจิทัลไปใช้อย่างไร้ทิศทางอาจส่งผลให้เกิดภาระงานที่เพิ่มขึ้นแก่ครูผู้สอนโดยไม่ก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมแก่ผู้เรียน ดังนั้น การผสานองค์ความรู้ทางทฤษฎีการศึกษาที่เข้มแข็ง เข้ากับกระบวนการทำงานที่เป็นระบบ และเครื่องมือทางเทคโนโลยีที่ทรงประสิทธิภาพ จึงเป็นกุญแจสำคัญในการไขปัญหาดังกล่าว รายงานฉบับนี้จึงมุ่งเน้นที่จะนำเสนอแนวทางการออกแบบการสอนที่บูรณาการกรอบแนวคิด TPACK Model (Technological Pedagogical Content Knowledge) ซึ่งเน้นความรู้ความเข้าใจในการผสมผสานเนื้อหา วิธีการสอน และเทคโนโลยี เข้ากับกระบวนการออกแบบระบบการสอน ADDIE Model (Analysis, Design, Development, Implementation, Evaluation) และเสริมศักยภาพด้วยการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนการสอนบนแพลตฟอร์มOBEC Content Center ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด 5
การเปลี่ยนแปลงบทบาทของครูจาก “ผู้ถ่ายทอดความรู้” (Transmitter of Knowledge) มาสู่ “ผู้ออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้” (Learning Experience Designer) ในยุคปัญญาประดิษฐ์(AI) จำเป็นต้องอาศัยกรอบแนวคิดที่ชัดเจนและปฏิบัติได้จริง แนวทางในการออกแบบการสอนนี้ควรมีการวิเคราะห์จุดเชื่อมโยง (Synergy) ระหว่างทฤษฎีและการปฏิบัติ รวมถึงการถอดบทเรียนจากกรณีศึกษาจริง เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติ (Practical Guide) สำหรับนักการศึกษาในการนำไปประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 ภายใต้บริบทของสังคมไทยและข้อจำกัดทางทรัพยากรที่มีอยู่จริง
ระบบนิเวศของ OBEC Content Center พื้นที่ปฏิบัติการสำหรับครูยุคใหม่
ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการออกแบบการสอน สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึง “เครื่องมือ” และ “สภาพแวดล้อม” ที่ครูผู้สอนจะต้องเข้าไปปฏิสัมพันธ์ OBEC Content Center ไม่ได้เป็นเพียงเว็บไซต์สำหรับดาวน์โหลดเอกสาร แต่เป็นระบบนิเวศดิจิทัล (Digital Ecosystem) ที่มีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกันขององค์ประกอบต่าง ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับพฤติกรรมการใช้งานที่หลากหลายของผู้ใช้ในระบบการศึกษา
โครงสร้างเชิงระบบและการทำงานประสานกัน (System Architecture & Interoperability)
จากเอกสารเชิงเทคนิคและคู่มือการใช้งานของระบบ 1 พบว่า OBEC Content Center ประกอบด้วย 5 โมดูลหลักที่ทำงานสอดประสานกัน ซึ่งผู้ออกแบบการสอนต้องคำนึงถึงในทุกขั้นตอนของการพัฒนาสื่อ ดังนี้
1. Content Center (CC) ประตูสู่การเรียนรู้ (User Interface) เป็นส่วนติดต่อผู้ใช้ (Frontend) ที่นักเรียน ครู และผู้ปกครองใช้งานเป็นหลัก รองรับการทำงานแบบข้ามแพลตฟอร์ม (Cross-Platform) ทั้งบนเว็บเบราว์เซอร์ และแอปพลิเคชันบนระบบปฏิบัติการ iOS Android และ Windows การออกแบบสื่อจึงต้องคำนึงถึงความสามารถในการแสดงผลบนหน้าจอขนาดต่าง ๆ (Responsiveness) และพฤติกรรมการใช้งานแบบ “Anytime Anywhere” ซึ่งสอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้เรียนยุคดิจิทัล 7
2. Authoring Tool (AT) เครื่องมือสร้างสรรค์นวัตกรรม นี่คือเครื่องมือสำคัญสำหรับครูผู้ผลิตสื่อ (Content Creators) โปรแกรม Authoring Tool ของ สพฐ. ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ครูสามารถสร้างสื่อการเรียนรู้แบบโต้ตอบ (Interactive Content) ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านการเขียนโปรแกรมขั้นสูง รองรับการสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-Book) มาตรฐาน ePub 3.0 ที่สามารถแทรกภาพเคลื่อนไหว เสียง และแบบทดสอบได้ ศักยภาพของ AT คือตัวแปรสำคัญที่กำหนดขอบเขตความเป็นไปได้ในขั้นตอนการพัฒนา (Development Phase) ของโมเดล ADDIE 9
3. Content Management System (CMS) ระบบบริหารจัดการเบื้องหลัง เป็นระบบหลังบ้านสำหรับการจัดการ Metadata การจัดหมวดหมู่ และการนำเข้าสื่อเข้าสู่ระบบ ครูผู้สอนต้องมีความเข้าใจในโครงสร้างอนุกรมวิธาน (Taxonomy) ของ สพฐ. ซึ่งอิงตามหลักสูตรแกนกลางฯ (ระดับชั้น กลุ่มสาระ สาระการเรียนรู้ มาตรฐาน ตัวชี้วัด) การระบุข้อมูล Metadata ที่ถูกต้องแม่นยำใน CMS เปรียบเสมือนการติดป้ายกำกับที่ช่วยให้ AI หรือระบบค้นหาสามารถนำส่งสื่อไปถึงมือผู้เรียนที่ต้องการได้อย่างตรงจุด 1
4. Content Verification System (CVS) กลไกการตรวจสอบและรับประกันคุณภาพ เพื่อให้มั่นใจว่าสื่อที่เผยแพร่มีความถูกต้อง ปลอดภัย และเหมาะสมกับวัย ระบบ CVS จึงทำหน้าที่เป็นด่านกลั่นกรอง (Gatekeeper) โดยมีคณะกรรมการตรวจสอบทั้งในด้านเนื้อหา (Content Correctness) ด้านเทคนิค (Technical Compliance) และด้านลิขสิทธิ์ (Intellectual Property) ความเข้าใจในเกณฑ์ของ CVS จะช่วยลดอัตราการถูกปฏิเสธสื่อ (Rejection Rate) และช่วยให้ครูออกแบบสื่อที่สอดคล้องกับมาตรฐานตั้งแต่ต้น 4
5. Local Content Server (LCS) โซลูชันเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางโครงสร้างพื้นฐาน หนึ่งในนวัตกรรม
ที่แก้ปัญหาข้อจำกัดด้านอินเทอร์เน็ตในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล คือระบบ LCS ที่ทำหน้าที่กระจายข้อมูลจากส่วนกลางไปเก็บไว้ (Cache) ที่เซิร์ฟเวอร์ท้องถิ่นภายในโรงเรียน ทำให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงสื่อขนาดใหญ่ เช่น วิดีโอความละเอียดสูง ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องพึ่งพาความเร็วอินเทอร์เน็ตภายนอกตลอดเวลา การออกแบบสื่อสำหรับโรงเรียนที่มี LCS จึงสามารถใส่เนื้อหาที่มีความละเอียดสูง (High Fidelity) ได้มากกว่าโรงเรียนที่ไม่มีระบบนี้ 4
ศักยภาพในการรองรับสื่อและการเลือกใช้รูปแบบที่เหมาะสม (Media Types & Selection)
OBEC Content Center รองรับไฟล์ดิจิทัล 7 ประเภทหลัก ซึ่งแต่ละประเภทมีจุดเด่นและข้อจำกัด
ที่แตกต่างกัน การเลือกใช้ประเภทสื่อที่เหมาะสมเป็นศาสตร์และศิลป์ของการออกแบบการสอน โดยต้องพิจารณาจากวัตถุประสงค์การเรียนรู้และบริบทของผู้เรียน 2
| ประเภทสื่อ (Media Type) | รูปแบบไฟล์ (Format) | จุดเด่นและการประยุกต์ใช้ในการสอน |
| หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-Book) | PDF, ePub | เหมาะสำหรับการนำเสนอเนื้อหาเชิงลึก ทฤษฎี หรือบทอ่านที่ต้องการการจดจ่อ ePub มีข้อดีคือปรับขนาดตัวอักษรได้ (Reflowable) เหมาะกับการอ่านบนมือถือ |
| วีดิทัศน์ (Video) | MP4 | ทรงพลังในการอธิบายกระบวนการ (Process), การสาธิต (Demonstration), หรือการเล่าเรื่อง (Storytelling) ช่วยดึงดูดความสนใจได้ดีในขั้นนำเข้าสู่บทเรียน |
| รูปภาพ (Image) | JPG, PNG | ใช้ประกอบคำอธิบาย, Flashcards, แผนผังความคิด (Mind Map) หรือ Infographic เพื่อสรุปประเด็นสำคัญ |
| เสียง (Audio) | MP3 | จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับวิชาภาษา (การฟัง-พูด), ดนตรี,หรือการสร้างสื่อสำหรับผู้บกพร่องทางสายตา (Universal Design) |
| แอปพลิเคชัน (Application) | APK, IPA | สื่อที่มีปฏิสัมพันธ์สูง เช่น เกมการศึกษา (Gamification), การจำลองสถานการณ์ (Simulation) หรือสื่อ AR/VR |
| สื่อมัลติมีเดีย (Multimedia) | HTML5, Interactive | สื่อผสมที่รวมภาพ เสียง และวิดีโอ เข้าด้วยกัน มักสร้างจาก Authoring Tool เพื่อให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์โต้ตอบได้ |
| ข้อสอบ (Exam/Test) | Question Bank | ระบบคลังข้อสอบที่สามารถสุ่มและจัดชุดสอบได้ รองรับการวัดผลทั้งแบบ Formative และ Summative 1 |
การทำความเข้าใจโครงสร้างเหล่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่การประยุกต์ใช้โมเดลการออกแบบการสอนในบทต่อไป เพื่อให้มั่นใจว่า “สิ่งที่ออกแบบ” สามารถ “ทำงานได้จริง” ในระบบที่มีอยู่
กรอบแนวคิดเชิงทฤษฎีเพื่อการสังเคราะห์ TPACK และ ADDIE สู่โมเดลการสอนยุคใหม่
ท่ามกลางกระแสเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นักการศึกษาจำเป็นต้องมี “หลักยึด” ที่มั่นคง เพื่อไม่ให้หลงทางไปกับเครื่องมือใหม่ ๆ จนลืมแก่นแท้ของการศึกษา การบูรณาการโมเดล TPACK และ ADDIE จึงเปรียบเสมือนการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง (Foundation) ควบคู่ไปกับกระบวนการทำงานที่ยืดหยุ่น (Workflow)
TPACK Model ภูมิคุ้มกันทางวิชาชีพสำหรับครูยุคดิจิทัล
TPACK (Technological Pedagogical Content Knowledge) ซึ่งพัฒนาต่อยอดโดย Mishra และ Koehler (2006) ไม่ได้เป็นเพียงทฤษฎี แต่เป็นกรอบวิธีคิดที่ช่วยให้ครูวิเคราะห์การสอนของตนเองได้อย่างรอบด้าน 12 หัวใจสำคัญของ TPACK คือการปฏิสัมพันธ์ขององค์ความรู้ 3 ด้านหลัก และจุดตัดที่เกิดขึ้น ดังนี้
1. ความรู้ด้านเนื้อหา (Content Knowledge: CK) หมายถึง ความลุ่มลึกในเนื้อหา ความรู้ความเชี่ยวชาญในวิชาที่สอน เช่น โครงสร้างไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ กฎของนิวตัน หรือลำดับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ ในยุค AI ที่ข้อมูลหาได้ง่าย CK ยิ่งทวีความสำคัญ เพราะครูต้องใช้ความรู้นี้ในการตรวจสอบความถูกต้อง (Factchecking) ของข้อมูลที่ AI สร้างขึ้น เพื่อป้องกันภาวะ “ภาพหลอนของ AI” (AI Hallucination) 5
2. ความรู้ด้านวิธีการสอน (Pedagogical Knowledge: PK) หมายถึง ศาสตร์และศิลป์ในการถ่ายทอด
ความเข้าใจในกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน จิตวิทยาพัฒนาการ และเทคนิคการสอนต่าง ๆ (เช่น Active Learning, Project-based Learning) หากขาด PK เทคโนโลยีที่ทันสมัยก็จะเป็นเพียงเครื่องมือราคาแพง
ที่ไม่ได้ช่วยให้เกิดการเรียนรู้ 16
3. ความรู้ด้านเทคโนโลยี (Technological Knowledge: TK) หมายถึง ความเท่าทันเครื่องมือ ความสามารถในการใช้งานเทคโนโลยี ตั้งแต่ทักษะพื้นฐานไปจนถึงทักษะขั้นสูง เช่น การใช้ OBEC Authoring Tool การตัดต่อวิดีโอ และที่สำคัญที่สุดในปัจจุบันคือ “ความฉลาดรู้ทางปัญญาประดิษฐ์ (AI Literacy)” หรือความสามารถในการสั่งงานและใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างมีวิจารณญาณ 18
การบูรณาการสู่จุดตัด (Intersections)
1. ความรู้ด้านการใช้เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนวิธีการสอน (Technological Pedagogical Knowledge: TPK) หมายถึง การเข้าใจว่าเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงวิธีการสอนได้อย่างไร ตัวอย่างเช่น การใช้แอปพลิเคชันสุ่มเรียกชื่อ (Randomizer) เพื่อกระตุ้นความตื่นตัวในชั้นเรียน หรือการใช้กระดานดิจิทัลร่วมกัน (Collaborative Whiteboard) เพื่อส่งเสริมการทำงานกลุ่ม 16
2. การใช้เทคโนโลยีในการนำเสนอเนื้อหา (Technological Content Knowledge: TCK) หมายถึง
การเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยีและเนื้อหา เช่น การใช้ซอฟต์แวร์จำลองกราฟ (Graphing Software) ในวิชาคณิตศาสตร์เพื่อแสดงความสัมพันธ์ของตัวแปร หรือการใช้ Google Earth ในวิชาภูมิศาสตร์เพื่อสำรวจลักษณะภูมิประเทศจริง 16
3. การผสานความรู้เนื้อหาและวิธีสอน (Pedagogical Content Knowledge: PCK) หมายถึง ความรู้และความสามารถในการบูรณาการระหว่างความรู้เนื้อหาวิชาและวิธีการสอน เพื่อถ่ายทอดเนื้อหาให้ผู้เรียนเข้าใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. TPACK (แก่นกลาง) หมายถึง ภาวะที่ครูสามารถผสมผสานทั้งสามด้านได้อย่างลงตัว เช่น การสอนเรื่อง “วัฏจักรน้ำ” (Content) โดยใช้วิธีการสืบเสาะหาความรู้ (Pedagogy) ผ่านการให้ผู้เรียนใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) สร้างแบบจำลองและนำเสนอผ่าน OBEC Content Center (Technology)
วิวัฒนาการสู่ AI-TPACK งานวิจัยล่าสุดในปี 2024-2025 เริ่มพูดถึง “AI-TPACK” หรือ “Intelligent-TPACK” ซึ่งเพิ่มมิติของความรู้เรื่องปัญญาประดิษฐ์เข้าไป โดยเฉพาะความเข้าใจเรื่องจริยธรรมของปัญญาประดิษฐ์ (AI Ethics) อคติของอัลกอริทึม (Algorithmic Bias) และการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์กับปัญญาประดิษฐ์ (Human-AI Collaboration) 5
พลวัตทางทฤษฎีจาก TPACK สู่ GenAI-TPACK ในบริบทสากลและไทย
วิวัฒนาการของ TPACK ในยุคปัญญาประดิษฐ์
กรอบแนวคิด TPACK (Technological Pedagogical Content Knowledge) ได้ทำหน้าที่เป็นรากฐานสำคัญในการอธิบายสมรรถนะของครูในการบูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับการสอนมานานกว่าสองทศวรรษ อย่างไรก็ตาม การอุบัติขึ้นของ Generative AI ได้สร้างความสั่นสะเทือนให้กับฐานคิดเดิมอย่างมีนัยสำคัญ งานวิจัยล่าสุดในปี 2024 และ 2025 ชี้ให้เห็นว่า TPACK แบบดั้งเดิมมีข้อจำกัดเมื่อต้องเผชิญกับเทคโนโลยีที่มี “ความเป็นตัวแทน” (Agency) หรือความสามารถในการสร้างเนื้อหาและตัดสินใจได้เองอย่างปัญญาประดิษฐ์ (AI) (Taylor & Francis, 2025; ResearchGate, 2025)
ความท้าทายทางญาณวิทยาและจริยธรรมใหม่
ในอดีตเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา (EdTech) ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นเครื่องมือที่ “รอคำสั่ง” (Static Tools) เช่น โปรแกรมนำเสนอหรือกระดานอัจฉริยะ แต่ GenAI มีสถานะเป็น “Active Agent” ที่สามารถสร้างองค์ความรู้ใหม่ เขียนโค้ด หรือแม้วิเคราะห์อารมณ์ผู้เรียนได้ สิ่งนี้นำไปสู่การขยายกรอบแนวคิดเดิมไปสู่ GenAI-TPACK
หรือ AI-TPACK (Artificial Intelligent Technological Pedagogical Content Knowledge) ซึ่งเพิ่มมิติความซับซ้อนในสี่ด้านหลัก ได้แก่ ความเป็นตัวแทนของเครื่องมือ (Tool Agency)ความท้าทายทางญาณวิทยา (Epistemic Challenge) ความซับซ้อนทางจริยธรรม (Ethical Complexity) และพลวัตของการทำงานร่วมกัน (Dynamic Collaboration) (Taylor & Francis, 2025; ResearchGate, 2025)
AI-TPACK หรือ Artificial Intelligent-TPACK เป็นกรอบแนวคิดที่ต่อยอดจาก TPACK แบบดั้งเดิม โดยเพิ่มมิติของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ จริยธรรม เข้าไป องค์ประกอบเพิ่มเติมที่สำคัญ AI-TPACK ถือเป็นแก่นหลักที่เกิดจากการบูรณาการความรู้ทั้งสามด้านเข้าด้วยกันอย่างสมดุล เพื่อให้สามารถออกแบบการเรียน
การสอนที่มีประสิทธิภาพโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้อย่างชาญฉลาดและมีความรับผิดชอบ (Taylor & Francis, 2025; ResearchGate, 2025) ดังนี้
องค์ประกอบหลักที่ปรับปรุงสำหรับ AI-TPACK
1. ความรู้ด้านเทคโนโลยีเชิงปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligent Technology Knowledge: AI – TK) หมายถึง องค์ความรู้และความเข้าใจเชิงลึกของผู้สอนเกี่ยวกับระบบและกลไกการทำงานของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ครอบคลุมถึงความสามารถในการเลือกใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) เฉพาะทางให้สอดคล้องกับบริบทการศึกษา ทักษะด้านวิศวกรรมคำสั่ง (Prompt Engineering) ความเข้าใจในศักยภาพและข้อจำกัดของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Models: LLMs) ตลอดจนการปรับปรุงเทคโนโลยีให้เข้ากับสถานการณ์การเรียนรู้ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการจัดการศึกษาได้อย่างเหมาะสม
2. ความรู้ด้านเนื้อหาเชิงปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligent Content Knowledge: AI – CK) หมายถึง ความเข้าใจของผู้สอนเกี่ยวกับผลกระทบและบทบาทของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่มีต่อโครงสร้างองค์ความรู้
ในสาขาวิชาที่ตนรับผิดชอบ ครอบคลุมถึงสมรรถนะในการตรวจสอบความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของเนื้อหา
ที่สร้างโดยปัญญาประดิษฐ์ (Critical Validation) การคัดกรองอคติทางข้อมูล และความสามารถในการประยุกต์
ใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อช่วยในการสืบค้นข้อมูลเชิงลึกหรือสร้างสารสนเทศใหม่ในเนื้อหาวิชานั้น ๆ ได้อย่างแม่นยำตามหลักวิชาการ
3. ความรู้ด้านวิธีวิทยาการสอนเชิงปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligent Pedagogical Knowledge: AI – PK) หมายถึง ความเข้าใจเชิงลึกของผู้สอนในการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเป็นกลยุทธ์ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยครอบคลุมถึงการเลือกใช้วิธีการสอนที่เหมาะสมกับธรรมชาติของปัญญาประดิษฐ์ (AI) การสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการปรับเปลี่ยนบทบาทของผู้สอนสู่การเป็นผู้อำนวยความสะดวกในห้องเรียนที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี
4. ความรู้ด้านการใช้เทคโนโลยีในการนำเสนอเนื้อหาเชิงปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligent Technology Content Knowledge: AI-TCK) หมายถึง ความเข้าใจของผู้สอนเกี่ยวกับศักยภาพของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการปรับปรุง ขยายขอบเขต และเปลี่ยนแปลงรูปแบบการนำเสนอเนื้อหาวิชา ครอบคลุมถึงความสามารถในการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสืบค้นข้อมูลเชิงลึกในสาขาวิชาเฉพาะทาง การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยขัดเกลาเนื้อหาให้มีความถูกต้องและทันสมัย ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการสร้างสรรค์สื่อการสอน
ที่ซับซ้อนเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ให้มีความชัดเจนและเหมาะสมกับธรรมชาติของเนื้อหาวิชานั้น ๆ
5. ความรู้ด้านการใช้เทคโนโลยีสนับสนุนวิธีวิทยาการสอนเชิงปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligent Technology Pedagogical Knowledge: AI-TPK) หมายถึง ความรู้และความเชี่ยวชาญของผู้สอนในการบูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เพื่อยกระดับกลยุทธ์การจัดการเรียนรู้ ครอบคลุมถึงความสามารถในการเลือกใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสนับสนุนวัตถุประสงค์ทางการสอน เช่น การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อประมวลผลและให้คำแนะนำเฉพาะบุคคล (Individualized Feedback) การใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูล (AI Analytics) เพื่อติดตามและประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียนแบบเรียลไทม์ ตลอดจนการจัดการสภาพแวดล้อมการเรียนรู้อัจฉริยะที่สามารถปรับเปลี่ยนกิจกรรมให้เหมาะสมกับความต้องการและศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
6. ความรู้ในการบูรณาการวิธีวิทยาการสอนและเนื้อหาเชิงปัญญาประดิษฐ์ (ArtificialIntelligent Pedagogical Content Knowledge: AI – PCK) หมายถึง ความรู้ในการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็น “Socratic Tutor” หรือผู้ช่วยสอนที่ปรับเปลี่ยนตามผู้เรียน และการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ (AI-integrated Activities) ด้วยความตระหนักรู้ว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างขององค์ความรู้ในรายวิชาอย่างไร และความสามารถในการตรวจสอบความถูกต้อง (Critical Validation) ของเนื้อหาที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) สร้างขึ้น
7. ความรู้ด้านจริยธรรมปัญญาประดิษฐ์ (Ethical Knowledge: Ethic-K) หมายถึง องค์ประกอบรากฐานที่แทรกซึมอยู่ในทุกมิติของการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการศึกษา ครอบคลุมถึงความตระหนักรู้และสมรรถนะของผู้สอนในการกำกับดูแลการใช้งาน AI ให้มีความปลอดภัย เป็นธรรม และโปร่งใส โดยคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวของข้อมูล (Data Privacy) การเฝ้าระวังอคติของอัลกอริทึม (Algorithmic Bias) และการเคารพทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งประกอบด้วยหลักการสำคัญ 4 ประการ ดังนี้
7.1 ความรับผิดชอบ (Accountability) ความสามารถในการอธิบายถึงที่มา การตัดสินใจ และการยอมรับผลลัพธ์ที่เกิดจากการใช้ AI ในการจัดการเรียนรู้
7.2 ความโปร่งใส (Transparency) ความเข้าใจในกระบวนการทำงานของระบบ AI และการเปิดเผยข้อมูลการใช้งานเทคโนโลยีอย่างชัดเจนต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
7.3 ความเป็นธรรม (Fairness) การตรวจสอบและลดอคติในข้อมูลหรืออัลกอริทึม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการเรียนรู้
7.4 การครอบคลุมและเข้าถึงที่เท่าเทียม (Inclusiveness) การบริหารจัดการเพื่อให้มั่นใจว่าเทคโนโลยี AI สามารถรองรับผู้เรียนที่มีความหลากหลาย และทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาได้อย่างเท่าเทียม
การเปลี่ยนผ่านสู่กรอบแนวคิด AI-TPACK การบูรณาการในระดับเชิงระบบ
การผสานรวม Generative AI เข้ากับกรอบแนวคิด TPACK ก่อให้เกิดพลวัตใหม่ที่ก้าวข้ามเพียงการเพิ่มเครื่องมือดิจิทัลทั่วไป แต่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงปฏิสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบหลักทั้งสาม ได้แก่ เนื้อหา (Content) วิธีวิทยาการสอน (Pedagogy) และเทคโนโลยี (Technology) อย่างมีนัยสำคัญองค์ประกอบหลักที่ปรับปรุงใหม่ทั้ง 7 ประการนี้ จะเป็นเข็มทิศสำคัญที่ช่วยให้ผู้สอนไม่เพียงมีสมรรถนะในการใช้ AI ได้อย่างเชี่ยวชาญเท่านั้น แต่ยังสามารถบูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับการจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ภายใต้กรอบจริยธรรมที่เข้มงวดและการเคารพในมาตรฐานวิชาการ โดยการเปลี่ยนแปลงเชิงมโนทัศน์และนัยสำคัญที่มีต่อการจัดการศึกษาไทย สามารถวิเคราะห์เปรียบเทียบได้ดังนี้
AI-TK หมายถึง ความรู้ด้านเทคโนโลยีเชิงปัญญาประดิษฐ์
AI-CK หมายถึง ความรู้ด้านเนื้อหาเชิงปัญญาประดิษฐ์
AI-PK หมายถึง ความรู้ด้านวิธีวิทยาการสอนเชิงปัญญาประดิษฐ์
AI-TCK หมายถึง ความรู้ด้านการใช้เทคโนโลยีในการนำเสนอเนื้อหาเชิงปัญญาประดิษฐ์
AI-TPK หมายถึง ความรู้ด้านการใช้เทคโนโลยีสนับสนุนวิธีวิทยาการสอนเชิงปัญญาประดิษฐ์
AI-PCK หมายถึง ความรู้ในการบูรณาการวิธีวิทยาการสอนและเนื้อหาเชิงปัญญาประดิษฐ์
Ethic-K หมายถึง ความรู้ด้านจริยธรรมเชิงปัญญาประดิษฐ์
(The 7E AI-TPACK Strategic Model)
ภาพที่ 1 โมเดลการบูรณาการวิธีวิทยาการสอน เนื้อหา และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงจริยธรรม
(The 7E AI-TPACK Strategic Model)
ตารางที่ 1 แสดงมโนทัศน์และนัยสำคัญต่อการจัดการศึกษา
| องค์ประกอบ AI-TPACK | คำนิยามและการเปลี่ยนแปลง เชิงมโนทัศน์ | นัยสำคัญต่อครู และนักออกแบบการสอน |
| AI-TK | ความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับกลไกการทำงาน ของ AI ข้อจำกัดของ LLMs ทักษะวิศวกรรมคำสั่ง (Prompt Engineering) และการเลือกใช้เครื่องมือ AI เฉพาะทาง | ครูต้องจำแนกสมรรถนะของเครื่องมือ แต่ละประเภท (Text, Image, Video) เพื่อเลือกใช้ผลิตสื่อและนวัตกรรม ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ |
| AI-CK | ความตระหนักรู้ถึงอิทธิพลของ AI ต่อโครงสร้างความรู้ และความสามารถ ในการตรวจสอบความถูกต้อง (Critical Validation) ของเนื้อหาที่ AI สร้างขึ้น | ครูต้องทำหน้าที่เป็นผู้กลั่นกรองเนื้อหา (Content Validator) เพื่อป้องกันข้อมูลคลาดเคลื่อน (Hallucination) ก่อนส่งต่อถึงผู้เรียน |
| AI-PK | ความรู้ในการใช้ AI เป็น “Socratic Tutor” ที่ปรับตามผู้เรียน และการออกแบบกิจกรรมที่ AI เป็นส่วนหนึ่ง ของกระบวนการเรียนรู้ | ครูต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้บรรยาย (Lecturer) เป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) ที่ใช้ AI กระตุ้นการคิดวิเคราะห์ |
| AI-TCK | ความรู้ในการใช้ AI เพื่อขยาย ขัดเกลา หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบการนำเสนอเนื้อหา รวมถึงการสืบค้นข้อมูลเชิงลึกเฉพาะทาง | ครูใช้ AI เป็นเครื่องมือวิเคราะห์เนื้อหา ที่ยากให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ผ่านการสร้างสื่อมัลติมีเดียและฐานข้อมูลอัจฉริยะ |
| AI-TPK | ความรู้ในการใช้ AI สนับสนุนการสอน เช่น การให้ข้อมูลสะท้อนกลับรายบุคคล (Feedback) และการติดตามความก้าวหน้าผู้เรียน | ครูใช้ AI บริหารจัดการความหลากหลายในห้องเรียน เพื่อบรรลุเป้าหมาย การจัดการเรียนรู้เฉพาะบุคคล (Personalized Learning) |
| AI-PCK | การบูรณาการวิธีสอน เนื้อหา และ AI เข้าด้วยกัน โดยตระหนักถึงผลกระทบ เชิงโครงสร้างความรู้และการสอนแบบสืบเสาะ | ครูสามารถออกแบบหน่วยการเรียนรู้ ที่บูรณาการ AI ได้อย่างไร้รอยต่อ ควบคู่ไปกับการรักษาคุณภาพมาตรฐานวิชาการ |
| Ethic-K | องค์ประกอบใหม่ที่แทรกซึมในทุกมิติเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว (Privacy) อคติ (Bias) และทรัพย์สินทางปัญญา | ครูต้องปฏิบัติตาม PDPA อย่างเคร่งครัด และเป็นต้นแบบในการใช้ AI อย่างมีจริยธรรม (Digital Citizenship) ให้แก่ผู้เรียน และการสอนจริยธรรมดิจิทัลให้แก่ผู้เรียน |
ADDIE Model สถาปัตยกรรมกระบวนการออกแบบการสอน
ADDIE Model เป็นกระบวนการมาตรฐานสากล (Generic Model) ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในการออกแบบระบบการเรียนการสอน (Instructional Systems Design – ISD) ประกอบด้วย 5 ขั้นตอนที่มีลักษณะเป็นวงจรต่อเนื่อง (Iterative Process) ไม่ใช่เส้นตรงที่สิ้นสุดแล้วจบไป 6 ดังนี้
1. Analysis (การวิเคราะห์) หมายถึง การระบุปัญหา (Problem Identification) การวิเคราะห์ผู้เรียน (Target Audience), และการวิเคราะห์บริบท (Context)
2. Design (การออกแบบ) หมายถึง การกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ (Learning Objectives) การเลือกกลยุทธ์การสอน (Strategy) และการเขียนสตอรี่บอร์ด (Storyboard)
3. Development (การพัฒนา) หมายถึง การสร้างและผลิตสื่อการเรียนรู้จริง (Production) รวมถึงการทดสอบระบบ (Debugging)
4. Implementation (การนำไปใช้) หมายถึง การนำสื่อไปใช้ในสถานการณ์จริง การอบรมครูผู้ใช้ และการจัดการสภาพแวดล้อมการเรียนรู้
5. Evaluation (การประเมินผล) หมายถึง การประเมินผลระหว่างดำเนินการ (Formative) เพื่อปรับปรุง และการประเมินผลสรุป (Summative) เพื่อวัดประสิทธิผล
ทำไมต้องใช้ร่วมกัน? ADDIE ให้ “ขั้นตอนการทำงาน” (Process) ที่เป็นระบบ ในขณะที่ TPACK
ให้ “กรอบเนื้อหา” (Content) ในการตัดสินใจ หากใช้ ADDIE โดยไม่มี TPACK เราอาจได้สื่อที่ผลิตตามขั้นตอนครบถ้วนแต่ขาดมิติทางการสอน หากใช้ TPACK โดยไม่มี ADDIE เราอาจมีความคิดสร้างสรรค์ที่ดีแต่ขาดการวางแผนและการประเมินผลที่เป็นระบบ การผสานทั้งสองโมเดลเข้าด้วยกันจึงสร้างสมดุลระหว่าง “ประสิทธิภาพ
ของกระบวนการ” และ “คุณภาพของการเรียนรู้” 5
ยุทธศาสตร์การออกแบบการสอนเชิงรุกด้วย AI-Enhanced ADDIE Model
การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาประยุกต์ใช้ในกระบวนการ ADDIE ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อทดแทนบทบาทของครู แต่เพื่อทำหน้าที่เป็น “ผู้ช่วยอัจฉริยะ” (Intelligent Copilot) ที่ช่วยลดภาระงานซ้ำซ้อน เพิ่มความแม่นยำ
ในการวิเคราะห์ข้อมูล และขยายขีดความสามารถในการสร้างสรรค์สื่อ (Generative Capability) บทนี้จะเจาะลึกวิธีการนำ AI มาใช้ในแต่ละขั้นตอนของ ADDIE อย่างละเอียด
Phase 1: Analysis (การวิเคราะห์) – เจาะลึกความต้องการด้วย Data-Driven Insight
ในขั้นตอนนี้ เป้าหมายคือการทำความเข้าใจผู้เรียนและเนื้อหาให้ลึกซึ้งที่สุด AI สามารถช่วยประมวลผลข้อมูลและให้มุมมองทางจิตวิทยาที่ครูอาจมองข้าม 6
การประยุกต์ใช้ AI ในการวิเคราะห์
1. การวิเคราะห์ผู้เรียน (Learner Analysis via AI Profiling) หมายถึง ครูสามารถใช้ Generative AI (เช่น ChatGPT, Claude) ในการสร้าง “Persona” ของผู้เรียน โดยป้อนข้อมูลพื้นฐาน (ที่ไม่ระบุตัวตน) เช่น ช่วงวัย ความสนใจ และพฤติกรรมการเรียนรู้ เพื่อให้ AI ช่วยวิเคราะห์แนวทางการสอนที่เหมาะสม
Prompt Example “วิเคราะห์พฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนชั้น ป.6 ในยุคดิจิทัลที่มีสมาธิสั้น ชอบเล่นเกม และเรียนรู้ผ่านภาพ อธิบายจุดแข็ง จุดอ่อน และแนะนำรูปแบบสื่อใน OBEC Content Center ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับกลุ่มนี้” 22
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง AI จะแนะนำให้ใช้สื่อที่มีสีสันสดใส มีปฏิสัมพันธ์ (Interactive) เกม (Gamification) และวิดีโอสั้น (Short-form Video) แทนการใช้ e-Book ที่มีข้อความยาว ๆ 23
2. การวิเคราะห์เนื้อหาและหลักสูตร (Content & Curriculum Analysis) หมายถึงการใช้ AI ช่วยวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด เพื่อแตกย่อยเป็นหัวข้อการสอน (Topic Breakdown) และลำดับความยากง่าย (Sequencing)
Prompt Example “ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตรแกนกลางฯ ช่วยวิเคราะห์ตัวชี้วัด ว 3.1 ป.4/1 เรื่องระบบสุริยะ แตกเนื้อหาออกเป็น 3 คาบเรียน โดยเรียงจากรูปธรรมไปหานามธรรม และระบุ Concept
ที่นักเรียนมักเข้าใจผิด (Misconception) ในเรื่องนี้”
ประโยชน์ ช่วยให้ครูมองเห็นโครงสร้างเนื้อหาที่ชัดเจนและครอบคลุม ลดความเสี่ยงในการสอนตกหล่น 24
3. การวิเคราะห์ช่องว่างการเรียนรู้ (Gap Analysis) หมายถึง หากมีข้อมูลผลสอบย้อนหลัง สามารถนำคะแนนดิบ (ที่ไม่มีชื่อนักเรียน) ให้ AI วิเคราะห์เพื่อหาจุดอ่อนของนักเรียนในรุ่นก่อนหน้า เพื่อนำมาเน้นย้ำในการออกแบบสื่อครั้งใหม่
Phase 2 Design (การออกแบบ) – สถาปัตยกรรมโครงสร้างการเรียนรู้
ขั้นตอนนี้คือการแปลงข้อมูลจากการวิเคราะห์ให้เป็นแผนการสอนและต้นแบบสื่อ AI จะเข้ามาช่วยในฐานะ “Creative Partner” ในการระดมสมองและร่างโครงสร้าง 25 การประยุกต์ใช้ AI ในการออกแบบ มีดังนี้
1. การกำหนดวัตถุประสงค์การเรียนรู้ (Learning Objectives) หมายถึงการใช้ AI ช่วยเขียนวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมตามหลัก Bloom’s Taxonomy หรือ KPA (Knowledge, Practice, Attitude) เพื่อให้มั่นใจว่าครอบคลุมทุกด้าน
Prompt “ช่วยเขียนวัตถุประสงค์การเรียนรู้ 3 ข้อ สำหรับบทเรียนเรื่อง ‘Daily Routine’ ระดับ ป.6 โดยใช้ Bloom’s Taxonomy เน้นทักษะการนำไปใช้และการสื่อสาร” 22
2. การออกแบบกลยุทธ์การสอน (Instructional Strategy Design) หมายถึงการให้ AI เสนอไอเดียกิจกรรมการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับ Active Learning และ TPACK
Strategy เช่น ขอให้ AI เสนอ 3 ทางเลือก 1) แบบเน้นการเคลื่อนไหว (Kinesthetic) 2) แบบเน้นเทคโนโลยี (Digital-based) 3) แบบเน้นการทำงานกลุ่ม (Collaborative) แล้วครูใช้ PK ในการเลือกทางเลือกที่ดีที่สุดและปรับปรุงให้เหมาะสมกับบริบทห้องเรียน
3. การร่าง Storyboard สำหรับสื่อ OBEC Content Center หมายถึงการใช้ AI ช่วยเขียนสคริปต์วิดีโอ หรือโครงร่างเนื้อหา e-Book
Prompt “เขียนสคริปต์วิดีโอความยาว 3 นาที สำหรับสอนเรื่องการแปรงฟันที่ถูกวิธี สำหรับเด็ก ป.2 โดยใช้ภาษาที่สนุกสนาน มีตัวละครเป็นแปรงสีฟันพูดได้ และแบ่งฉาก (Scene) ชัดเจน” 27
Phase 3: Development (การพัฒนา) – การสร้างสรรค์สื่อด้วยพลัง AI
ขั้นตอนนี้คือขั้นตอนที่ AI แสดงศักยภาพสูงสุดในการลดเวลาการทำงาน (Productivity Boost) จากเดิม
ที่ครูต้องใช้เวลาหลายวันในการวาดภาพหรือตัดต่อวิดีโอ AI สามารถช่วยให้เสร็จได้ในไม่กี่ชั่วโมง 25 มีเครื่องมือและการประยุกต์ใช้ ดังนี้
1. การสร้างภาพประกอบ (Image Generation)
– Tools เช่น Midjourney, DALL-E 3 (ใน ChatGPT/Bing), Canva Magic Media
– Application เช่น สร้างภาพบัตรคำ ภาพพื้นหลัง e-Book หรือตัวละครการ์ตูนสำหรับการเล่าเรื่อง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องลิขสิทธิ์ภาพ (หากใช้แพลตฟอร์มที่ถูกลิขสิทธิ์) ข้อควรระวังคือต้องตรวจสอบความถูกต้องของภาพ (เช่น จำนวนนิ้วมือ ตัวสะกดในภาพ) 25
2. การสร้างวิดีโอและเสียง (Video & Audio Synthesis)
– Tools เช่น D-ID หรือ HeyGen (สร้าง Avatar ครูเสมือนขยับปากตามเสียงพูด), AI Text-to-Speech (เช่น Botnoi Voice สำหรับเสียงภาษาไทยที่เป็นธรรมชาติ)
– Application เช่น สร้างคลิปบรรยายเนื้อหา (Lecture) ที่มีความน่าสนใจมากกว่าการอัดวิดีโอหน้าจอธรรมดา หรือสร้างเสียงบรรยายสำหรับสื่อ Audio Book โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์อัดเสียงราคาแพง 28
3. การสร้างแบบฝึกหัดและเกม (Quiz & Game Generation)
– Tool เช่น Wordwall, Quizizz AI, Kahoot!
– Application เช่น ใช้ AI ในเครื่องมือเหล่านี้ช่วยสร้างชุดคำถามจากเนื้อหาบทเรียนโดยอัตโนมัติ แล้วนำ Link หรือ QR Code ไปแปะไว้ในสื่อบน OBEC Content Center 7
4. การประกอบร่างด้วย Authoring Tool คือการนำสินทรัพย์ดิจิทัล (Assets) ที่สร้างจาก AI ทั้งหมด มาประกอบกันใน OBEC Authoring Tool จัดวาง Layout ใส่ปฏิสัมพันธ์ และ Export เป็นไฟล์.epub หรือ.html5 เพื่อเตรียมอับโหลด 9
Phase 4 Implementation (การนำไปใช้) – การบูรณาการสู่ห้องเรียนจริง
การมีสื่อที่ดีบนแพลตฟอร์มยังไม่เพียงพอ ครูต้องรู้วิธีนำมาใช้ในกระบวนการเรียนการสอน (Instructional Delivery) โดยใช้เทคนิคผสมผสาน (Blended Learning) 29 แนวทางในการนำไปใช้มีดังนี้
1. Flipped Classroom Model เช่น มอบหมายให้นักเรียนเข้าไปศึกษาเนื้อหา (Video/e-Book) จาก OBEC Content Center เป็นการบ้าน (Pre-class learning) แล้วใช้เวลาในห้องเรียนสำหรับการทำกิจกรรม อภิปราย หรือแก้ปัญหา โดยครูทำหน้าที่เป็น Facilitator 7
2. AI as a Personal Tutor เช่น การสอนให้นักเรียนใช้งาน AI (เช่น ChatGPT) ในฐานะ “ติวเตอร์ส่วนตัว” เมื่อเกิดข้อสงสัยขณะเรียนรู้ด้วยตนเอง
ตัวอย่าง เช่น ครูต้องสอนวิธีการเขียน Prompt ให้นักเรียน เช่น “อธิบายเรื่องแรงเสียดทานให้ฉันฟังหน่อย เปรียบเทียบกับการปั่นจักรยาน” แทนที่จะถามเฉลยการบ้านตรง ๆ 22
3. การเข้าถึงผ่านระบบ LCS สำหรับโรงเรียนที่มีข้อจำกัดด้านอินเทอร์เน็ต ครูควรดาวน์โหลดสื่อจากส่วนกลางมาไว้ที่ Local Content Server ล่วงหน้า เพื่อให้การเรียนการสอนในคาบเรียนไม่สะดุด 4
Phase 5 Evaluation (การประเมินผล) – การวัดผลที่แม่นยำและเป็นธรรม
เปลี่ยนการวัดผลจากการ “จับผิด” เป็นการ “พัฒนา” โดยใช้ AI ช่วยวิเคราะห์และให้ข้อมูลป้อนกลับ 6โดยมีแนวทางในการประยุกต์ใช้ AI ในการประเมินดังนี้
1. การสร้างเกณฑ์การให้คะแนน (Rubric Generation) โดยใช้ AI ช่วยสร้าง Rubrics ที่มีความละเอียด
แบ่งระดับคุณภาพชัดเจน (Beginner, Developing, Skilled, Expert) สำหรับงานที่ซับซ้อน เช่น การนำเสนอโครงงาน หรือการเขียนเรียงความ
Prompt: “สร้าง Rubric สำหรับประเมินการพูดสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษ ระดับ ม.3 โดยมีเกณฑ์ 4 ด้าน ความถูกต้องของภาษา การออกเสียง เนื้อหา และภาษากาย” 22
2. การวิเคราะห์ผลการเรียนรู้ (Learning Analytics) เช่น การใช้ระบบ Analytics ของแพลตฟอร์ม (เช่น Quizizz Report หรือ OBEC CC Dashboard ถ้ามี) ร่วมกับ AI เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มคะแนนของผู้เรียนทั้งห้อง หาจุดที่นักเรียนส่วนใหญ่ทำผิดเพื่อนำไปสอนซ่อมเสริม (Remedial Teaching) 24
3. การประเมินเพื่อพัฒนา/ระหว่างเรียน (Formative Assessment) เช่น การใช้ AI ตรวจสอบความเข้าใจของผู้เรียนแบบ Real-time ระหว่างคาบเรียน ผ่านเกมตอบคำถาม เพื่อปรับเปลี่ยนความเร็วในการสอน
ให้เหมาะสมทันที
กรณีศึกษาเชิงปฏิบัติ การออกแบบการสอนวิชาภาษาอังกฤษ “My Daily Routine”
เพื่อให้เห็นภาพการนำทฤษฎีสู่การปฏิบัติที่ชัดเจน ขอนำเสนอกรณีศึกษาการออกแบบการสอนวิชาภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งบูรณาการ OBEC Content Center, Wordwall และ AI เข้าด้วยกัน 7
ข้อมูลพื้นฐาน
วิชาภาษาอังกฤษ (อ 16101) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เรื่อง My Daily Routineระยะเวลา 1 ชั่วโมง มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ต 1.1 ป.6/1, ป.6/2
ตารางที่ 1 การออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ตามโมเดล ADDIE และ TPACK
| ขั้นตอน | รายละเอียดกิจกรรม | การประยุกต์ใช้ AI & Tools | มิติ TPACK |
| 1. Analysis | วิเคราะห์ว่านักเรียน ป.6 ชอบการแข่งขันและเกม แต่ยังมีคลังคำศัพท์จำกัด ต้องการสื่อ ที่เน้นภาพและเสียง | ใช้ Gemini วิเคราะห์จิตวิทยาวัยรุ่นตอนต้นและแนะนำคำศัพท์พื้นฐานที่ควรรู้20 คำ | PK: จิตวิทยาผู้เรียนCK: วงศัพท์ ที่เหมาะสม |
| 2. Design | ออกแบบกิจกรรม Active Learning Matching Game และ Role Play กำหนดใช้สื่อมัลติมีเดียเพื่อดึงดูดความสนใจ | ใช้ Gemini เขียนวัตถุประสงค์ (K-P-A) และร่างลำดับกิจกรรม (Lesson Flow) ออกแบบ Rubric การประเมินการพูด | TPK: เลือกเกมสอนภาษาPCK:เทคนิคสอนศัพท์ |
| 3. Development | สร้างสื่อการสอนและแบบฝึกหัด | – สร้างภาพกิจวัตรประจำวันด้วย Canva (AI Image Gen)- สร้างเกมจับคู่คำศัพท์ในWordwall- ตัดต่อคลิปเสียงเจ้าของภาษาโดยใช้ AI Voice | TK: ทักษะ การสร้างสื่อTCK: สื่อตรงเนื้อหา |
| 4. Implement | – ขั้นนำ ดูวิดีโอจาก OBEC Content Center- ขั้นสอน เล่นเกม Wordwall แข่งขันกัน และฝึกแต่งประโยค- ขั้นสรุปนักเรียนทำ Mind Map สรุป | – ครูใช้แท็บเล็ตเชื่อมต่อOBEC CC ขึ้นจอหน้าชั้น- นักเรียนใช้มือถือสแกน QR Code เพื่อเล่นเกม | TPK: การจัดการ ชั้นเรียนดิจิทัล |
| 5. Evaluation | วัดผลจากการเล่นเกมและการทำแบบทดสอบหลังเรียน | – ระบบ Wordwall แสดงคะแนน Real-time- ครูใช้ AI วิเคราะห์คำศัพท์ที่นักเรียนผิดมากที่สุดเพื่อทบทวน | TK: การใช้ AnalyticsCK: ตรวจสอบความเข้าใจ |
ผลลัพธ์จากกรณีศึกษา การใช้กระบวนการนี้ทำให้ครูสามารถลดเวลาในการเตรียมสื่อการสอนที่มีคุณภาพสูงได้ (ด้วย AI) ในขณะที่นักเรียนมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากการใช้เกม (Gamification) และสื่อที่มีสีสันสวยงาม การวัดผลทำได้ทันทีและนำไปสู่การแก้ไขจุดบกพร่องของผู้เรียนได้ตรงจุด 7
จริยธรรม ความปลอดภัย และธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์
การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการศึกษานั้นเปรียบเสมือนดาบสองคม สพฐ. จึงได้ออกประกาศ “คู่มือการใช้ AI สำหรับครู นักเรียน โรงเรียน และผู้ปกครอง พ.ศ. 2568” เพื่อเป็นกรอบแนวปฏิบัติ (Guideline) ที่สำคัญ ซึ่งผู้ออกแบบการสอนต้องยึดถืออย่างเคร่งครัด 2 ดังนี้
หลักธรรมาภิบาลข้อมูลและความเป็นส่วนตัว (Data Privacy & Governance)
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ครูต้องระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำข้อมูล
ของนักเรียนไปประมวลผลผ่านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ดังนี้
1. ข้อห้าม (Prohibition) ห้ามนำข้อมูลระบุตัวตน (PII) ของนักเรียน เช่น ชื่อ-นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน หรือรูปถ่ายใบหน้า ใส่ลงใน Prompt ของปัญญาประดิษฐ์(AI) ที่เป็นระบบเปิด (Public AI) เช่น ChatGPT รุ่นฟรี หรือ Midjourney เด็ดขาด เพราะข้อมูลเหล่านั้นอาจถูกนำไปใช้ฝึกฝนโมเดลและรั่วไหลได้
2. แนวปฏิบัติ (Best Practice) หากต้องการวิเคราะห์ข้อมูลเกรด หรือพฤติกรรม ให้ใช้รหัสนักเรียนหรือนามสมมติแทน (Anonymization) ก่อนป้อนเข้าสู่ระบบ 2
ความซื่อสัตย์ทางวิชาการ (Academic Integrity)
ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) สามารถทำการบ้านแทนนักเรียนได้ ครูต้องปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้องดังนี้
1. ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นเครื่องมือ ไม่ใช่สิ่งทดแทน (AI as a Tool, not a Replacement) หมายถึงการสอนให้นักเรียนเข้าใจว่าการคัดลอกคำตอบจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาส่งถือเป็นการทุจริต (Plagiarism)
2. การอ้างอิง (Citation) หากมีการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการทำงาน ต้องมีการระบุหรืออ้างอิงให้ชัดเจนว่าใช้เครื่องมือใด ในส่วนใดของงาน (Transparency) 31
อคติและความถูกต้องของข้อมูล (Bias & Accuracy)
Generative AI มักมีปัญหาเรื่อง “ภาพหลอน” (Hallucination) คือการสร้างข้อมูลเท็จที่ดูน่าเชื่อถือ และ “อคติ” (Bias) ทางเพศหรือเชื้อชาติที่แฝงมากับข้อมูลฝึกสอน ในบทบาทครูควรจะต้องทำหน้าที่
เป็นผู้ตรวจสอบ (Fact-Checker) และสอนให้นักเรียนรู้จักการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) ไม่เชื่อข้อมูลจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในทันที แต่ต้องตรวจสอบข้ามกับแหล่งข้อมูลอื่น (Cross-verification) 2
บทสรุปและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
การบูรณาการ โมเดลการบูรณาการวิธีวิทยาการสอน เนื้อหา และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงจริยธรรม (The 7E AI-TPACK Strategic Model) และ ADDIE Model ร่วมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อรองรับการใช้งาน OBEC Content Center เป็นยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพสูงในการพลิกโฉมการศึกษาไทย จากการเรียนรู้แบบท่องจำไปสู่การเรียนรู้ที่เน้นสมรรถนะและการสร้างสรรค์ (Competency-based & Creative Learning)
บทสรุป
1. การทำงานร่วมกันของโมเดล (Synergy of Models) โมเดลการบูรณาการวิธีวิทยาการสอน เนื้อหา และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงจริยธรรม (The 7E AI-TPACK Strategic Model) ให้ทิศทาง (Compass) ในการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับเนื้อหา ในขณะที่ ADDIE ให้แผนที่ (Map) ในการทำงานที่เป็นระบบ เมื่อเสริมด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำให้กระบวนการทั้งหมดขับเคลื่อนไปได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
2. การเปลี่ยนแปลงครู (Teacher Transformation) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่ได้มาแทนที่ครู แต่มาช่วยปลดล็อกศักยภาพของครู ให้มีเวลาโฟกัสกับปฏิสัมพันธ์ทางสังคมและอารมณ์ของผู้เรียน (Socio-emotional Learning) ซึ่งเป็นสิ่งที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำไม่ได้
3. ระบบนิเวศดิจิทัล (Digital Ecosystem) ความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับสื่อเพียงชิ้นเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ (OBEC CC, Authoring Tools, LCS) และความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน
ข้อเสนอแนะ
1. ระดับปฏิบัติการ (ครู) ควรเริ่มจากก้าวเล็ก ๆ (Start Small) ในการทดลองใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยงานสอน เช่น การสร้างภาพประกอบหรือร่างแผนการสอน และหมั่นแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในชุมชน PLC
2. ระดับสถานศึกษาต้องเร่งพัฒนานโยบายการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในโรงเรียน (AI Policy)
ที่ชัดเจน และจัดหาเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ปลอดภัยและถูกลิขสิทธิ์ให้ครูใช้งาน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำระหว่างครูที่มีกำลังทรัพย์และไม่มี
3. ระดับนโยบาย (สพฐ.) ควรพิจารณาการเชื่อมต่อ API ของ OBEC Content Center เข้ากับเครื่องมือ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภายนอก เพื่อให้การสร้างและตรวจสอบสื่อทำได้แบบอัตโนมัติ (Automation) และควรบรรจุหลักสูตรความฉลาดรู้ทางปัญญาประดิษฐ์ (AI Literacy)เป็นวาระแห่งชาติสำหรับการพัฒนาครู
เอกสารอ้างอิง
- OBEC Content Center ฉบับย่อ – สพม.นครศรีธรรมราช, accessed January 28, 2026, https://www.sea12.go.th/ict/images/stories/obec_content/obec%20content%20center_mini.pdf
- คู่มือการใช้AI – กลุ่มนิเทศฯ สพป.ชร1, accessed January 28, 2026, https://nitedcr1.go.th/wp-content/uploads/2025/03/OBEC-AI-Guidance_.pdf
- คู่มือการติดตั้งและใช้งาน OBEC Content Center.pdf, accessed January 28, 2026, https://www.surasak.ac.th/web/ssmfile/เอกสารวิชาการ/OBEC%20CC/6.คู่มือการติดตั้งและใช้งาน%20OBEC%20Content%20Center.pdf
- “OBEC Content Center” ดิจิทัลแพลตฟอร์มการเรียนรู้สุดทันสมัย ครอบคลุมประเภทเนื้อหามากที่สุด, accessed January 28, 2026, https://www.youtube.com/watch?v=PXemsij-5ew
- Developing and Validating an AI-TPACK Assessment Framework: Enhancing Teacher Educators’ Professional Practice Through Authentic Artifacts – MDPI, accessed January 28, 2026, https://www.mdpi.com/2227-7102/15/11/1452
- The ADDIE Model and AI: A Powerful Combination – SkillQ, accessed January 28, 2026, https://skillq.com/ai_addie/
- คู่มือการใช้สื่อเทคโนโลยีดิจิทัล OBEC Content Center สื่ – Inskru, accessed January 28, 2026, https://storage.inskru.com/ideas/files/1752777967534953148.pdf
- Obec Content Center คลังเนื้อหาอิเล็กทรอนิกส์ สพฐ., accessed January 28, 2026, https://www.smart.nongkhai2.go.th/?page_id=36240
- คู่มือ OBEC Authoring Tool – Flip eBook Pages 1-46 – AnyFlip, accessed January 28, 2026, https://anyflip.com/kwcxq/vmib/basic
- แนวทางการขับเคลื่อน OBEC Content Center, accessed January 28, 2026, https://www.surasak.ac.th/web/ssmfile/เอกสารวิชาการ/OBEC%20CC/2.แนวทางการขับเคลื่อน%20OBEC%20CC%20ปี%202567.pdf
- คลังสื่อการเรียนรู้ – Obec Content Center, accessed January 28, 2026, https://sites.google.com/esdc.go.th/media-nkp2/obec-content-center
- Researchers apply the TPACK framework to AI learning, accessed January 28, 2026, https://education.asu.edu/about/news/researchers-apply-tpack-framework-ai-learning
- What Is the TPACK Framework and How Does AI Transform It? – Panorama Education, accessed January 28, 2026, https://www.panoramaed.com/blog/what-is-the-tpack-framework
- Strategic Considerations for Integrating Digital Technology and Literacy Learning – ERIC, accessed January 28, 2026, https://files.eric.ed.gov/fulltext/EJ1479938.pdf
- Full article: Intelligent-TPACK (I-TPACK) framework developed from TPACK through integration of artificial intelligence literacy and competency – Taylor & Francis, accessed January 28, 2026, https://www.tandfonline.com/doi/full/10.1080/10494820.2026.2615818
- The TPACK Framework Explained (With Classroom Examples) – PowerSchool, accessed January 28, 2026, https://www.powerschool.com/blog/the-tpack-framework-explained-with-classroom-examples/
- Empowering Digital Literacy: Integrating TPACK in English Language Teaching, accessed January 28, 2026, https://eltspecialistindonesia.wordpress.com/2023/07/15/empowering-digital-literacy-integrating-tpack-in-english-language-teaching/
- Technology Integration Framework – Stanford Teaching Commons, accessed January 28, 2026, https://teachingcommons.stanford.edu/teaching-guides/foundations-course-design/theory-practice/technology-integration-framework
- Teachers’ AI-TPACK: Exploring the Relationship between Knowledge Elements – MDPI, accessed January 28, 2026, https://www.mdpi.com/2071-1050/16/3/978
- การเรียนรู้กับ AI ในปี2568 : ครูไทยปรับตัวอย่างไรในยุค Generative AI – ThaiJO, accessed January 28, 2026, https://so09.tci-thaijo.org/index.php/RSMP/article/download/7157/4481/38843
- The ADDIE-incorporating TPACK framework | Download Scientific Diagram – ResearchGate, accessed January 28, 2026, https://www.researchgate.net/figure/The-ADDIE-incorporating-TPACK-framework_fig1_379799627
- Module 3 การใช้ AI ออกแบบการจัดการเรียนรู้และการวัด และประเมินผลการเรียนรู้ – YouTube, accessed January 28, 2026, https://www.youtube.com/watch?v=Ae0pLvNr784
- The Role Of AI In The Creation And Deployment Of eLearning With ADDIE, accessed January 28, 2026, https://elearningindustry.com/the-role-of-ai-in-the-creation-and-deployment-of-elearning-with-addie
- From Analysis to Evaluation: Leveraging AI in the ADDIE Approach – Infopro Learning, accessed January 28, 2026, https://www.infoprolearning.com/blog/from-analysis-to-evaluation-leveraging-ai-in-the-addie-approach/
- 8 Best AI Tools for Instructional Design That Power ADDIE | Edcafe AI, accessed January 28, 2026, https://www.edcafe.ai/blog/ai-tools-for-instructional-design
- 8 practical AI tool uses for your instructional design workflow – Neovation Learning Solutions, accessed January 28, 2026, https://www.neovation.com/learn/87-8-practical-ai-tool-uses-for-your-instructional-design-workflow
- AI for Instructional Design Using the ADDIE Model (2026 Edition) – Disco Learning Platform, accessed January 28, 2026, https://www.disco.co/blog/ai-for-instructional-design-using-the-addie-model
- Best AI Tools for Instructional Designers – Cathy Moore, accessed January 28, 2026, https://blog.cathy-moore.com/ai-tools-for-instructional-designers/
- The ADDIE method: a complete guide to designing effective e-learning courses – Didask, accessed January 28, 2026, https://www.didask.com/en/post/methode-addie
- คู่มือการใช้ AI สำหรับครู นักเรียน โรงเรียน และผู้ปกครองในประเทศไทย พ.ศ, accessed January 28, 2026, https://www.kroobannok.com/article-92638-คู่มือการใช้-AI-สำหรับครู-นักเรียน-โรงเรียน-และผู้ปกครองในประเทศไทย-พ..html
- AI Guidance – GiftedOBEC, accessed January 28, 2026, https://www.giftedobec.org/ai-guidance
- แนวทางการใช้ปัญญาประดิษฐ์(AI) เพื่อส่งเสริมการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา, accessed January 28, 2026, https://boet.obec.go.th/wp-content/uploads/2025/09/แนวทางการใช้-AI-เพื่อส่งเสริม-IQA.pdf
- แนวทางการออกแบบการสอนยุค AI (AI-Integrated Instructional Design Guide)
โมเดลบูรณาการ: ADDIE + ASSURE + AI-TPACK + OBEC Content Center
___________
ภาพรวมกระบวนการ (Process Overview)
ภาพรวมกระบวนการ (Process Overview) ในการใช้โครงสร้างหลักของ ADDIE Model (5 ระยะ) เป็นแกนเวลาในการทำงาน และใช้ ASSURE Model เจาะลึกในระยะการออกแบบและพัฒนาเพื่อคัดเลือกสื่อ โดยมีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นผู้ช่วยในทุกขั้นตอน และใช้ OBEC Content Center เป็นแหล่งทรัพยากรหลัก
ระยะที่ 1 การวิเคราะห์ (Analysis)
เป้าหมาย เพื่อทำความรู้จักผู้เรียนและปัญหา เพื่อวางรากฐานการสอน บทบาท TPACKโดยใช้เทคโนโลยี (AI) ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลผู้เรียน (Technology + Pedagogy)
ขั้นตอนปฏิบัติ
1. วิเคราะห์ผู้เรียน (Analyze Learners – Step 1 of ASSURE)
1.1 ข้อมูลทั่วไป รวบรวมข้อมูลพื้นฐาน (อายุ, เพศ, เกรดเฉลี่ย)
สไตล์การเรียนรู้ ใช้ AI สร้างแบบสอบถามออนไลน์เพื่อหาว่าเด็กชอบเรียนแบบVisual (ภาพ), Auditory (เสียง) หรือ Kinesthetic (ปฏิบัติ)
1.2 AI Action นำข้อมูลคะแนนสอบเก่าหรือพฤติกรรมใส่ใน ChatGPT/Gemini (โดยปิดบังชื่อจริง) เพื่อให้ AI ช่วยวิเคราะห์จุดอ่อน (Pain Points) ของห้องเรียนนี้
Prompt: “ช่วยวิเคราะห์ผลคะแนนสอบวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้น ป.4 จำนวน 30 คน ข้อมูลระบุว่า… (ใส่ข้อมูลสรุป) … นักเรียนกลุ่มนี้มีจุดอ่อนเรื่องอะไร และควรเน้นการสอนแบบไหน”
2. วิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis):
- ตรวจสอบตัวชี้วัดและแกนกลางหลักสูตร
- ใช้ AI สรุปเนื้อหายากๆ ให้เป็น Concept ย่อยที่เข้าใจง่าย
ระยะที่ 2: การออกแบบ (Design)
เป้าหมายเพื่อกำหนดแผนการสอนและเลือกสื่ออย่างเป็นระบบ บทบาทของ TPACK เพื่อออกแบบกิจกรรมที่ผนวกเนื้อหาและเทคโนโลยี (Content + Pedagogy + Technology)
ขั้นตอนปฏิบัติ
1. กำหนดวัตถุประสงค์ (State Objectives – Step 2 of ASSURE)
- กำหนดวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม (K-P-A: Knowledge, Process, Attitude)
- AI Action ให้ AI ช่วยเขียนวัตถุประสงค์แบบ SMART Goals
Prompt: เช่น “เขียนวัตถุประสงค์การเรียนรู้เรื่อง ‘ระบบสุริยะ’ สำหรับเด็ก ป.4 ให้วัดผลได้จริง 3 ข้อ ครอบคลุมด้านความรู้ ทักษะ และเจตคติ”
2. เลือกวิธีการและสื่อ (Select Methods, Media, & Materials – Step 3 of ASSURE)
2.1 วิธีการสอน ทำการเลือกรูปแบบ Active Learning ที่เหมาะกับผลวิเคราะห์ในระยะที่ 1 (เช่น Gamification, Inquiry-based)
2.2 การเลือกสื่อ ตัดสินใจว่าจะใช้สื่อประเภทใด (วิดีโอ เกม ใบงาน)
- AI Action ให้ AI แนะนำกิจกรรม
Prompt: “แนะนำกิจกรรมการสอนเรื่องระบบสุริยะที่เน้นให้ผู้เรียนได้ขยับร่างกาย (Kinesthetic) และใช้สื่อเทคโนโลยีร่วมด้วย”
ระยะที่ 3: การพัฒนา (Development)
เป้าหมายเพื่อสร้างและเตรียมสื่อการสอนให้พร้อมใช้งานจริง บทบาทของ TPACK บูรณาการ Content Center เข้ากับบทเรียน
ขั้นตอนปฏิบัติ
1. ค้นหาและคัดเลือกสื่อ (Utilize Media – Step 4 of ASSURE)
- แหล่งข้อมูล เข้าไปที่ OBEC Content Center (contentcenter.obec.go.th)
1.2 การกระทำ ให้ค้นหา Keyword ตามเนื้อหาที่ออกแบบไว้ เช่น “วิดีโอ ระบบสุริยะ” “E-book ดาราศาสตร์”
1.3 การตรวจสอบ ดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา (Content Knowledge) และความเหมาะสมกับวัย
2. สร้างสื่อเสริมด้วย AI (AI-Generated Content):
- หากใน OBEC Content Center ไม่มีสื่อที่ตรงใจ หรือต้องการสื่อเสริม
2.2 AI Action
– สร้างภาพ ใช้ AI สร้างภาพประกอบที่หาไม่ได้ทั่วไป
– สร้างใบงาน ให้ AI สร้างใบงาน Fill-in-the-blank หรือสร้างโจทย์สถานการณ์จำลอง
– สร้างเกณฑ์ประเมิน ให้ AI สร้าง Rubric Score สำหรับประเมินชิ้นงาน
3. เตรียมสภาพแวดล้อม ทดสอบเปิดคลิป ทดสอบลิงก์ เตรียมอุปกรณ์ Tablet/PC
ระยะที่ 4: การนำไปใช้ (Implementation)
เป้าหมายเพื่อให้เห็นภาพการจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนจริง โดยมีการกำหนดบทบาท TPACK การสอนเนื้อหาโดยใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อน (PCK + TCK)
ขั้นตอนปฏิบัติ
1. กระตุ้นผู้เรียนให้มีส่วนร่วม (Require Learner Participation – Step 5 of ASSURE)
- เริ่มคลาสด้วยคำถามกระตุ้นคิด หรือคลิปสั้นจาก OBEC Content Center
1.2 ให้ผู้เรียนทำกิจกรรม Active Learning ตามที่ออกแบบไว้
2. ใช้ AI เป็นผู้ช่วยสอน (AI Tutor/Co-pilot)
3. AI Action
– ใช้อธิบายศัพท์ยาก เช่น “ครูครับ หลุมดำคืออะไร?” -> ครูอาจใช้ AI ค้นหาคำอธิบายที่เปรียบเทียบง่ายๆ ทันที
– Personalized Feedback เช่น หากผู้เรียนทำงานบนคอมพิวเตอร์ ใช้ AI ช่วยตรวจไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ หรือแนะนำ Code เบื้องต้น
ระยะที่ 5: การประเมินผล (Evaluation)
เป้าหมายเพื่อวัดผลสัมฤทธิ์และปรับปรุงการสอน โดยมีการกำหนดบทบาท TPACK ใช้เทคโนโลยี
เพื่อการวัดผล (Assessment)
ขั้นตอนปฏิบัติ
1. ประเมินและปรับปรุง (Evaluate & Revise – Step 6 of ASSURE)
– ประเมินผู้เรียน ตรวจสอบคะแนนสอบ ชิ้นงาน หรือพฤติกรรม ว่าผ่านวัตถุประสงค์หรือไม่
– ประเมินสื่อและวิธีการ สื่อจาก OBEC ที่เลือกมา เด็กเข้าใจไหม? กิจกรรมยากไปไหม?
2. วิเคราะห์ผลหลังการสอนด้วย AI (Post-Class Analysis)
2.1 นำคะแนนสอบและ Feedback ของนักเรียนมาวิเคราะห์
2.2 AI Action
Prompt: “จากคะแนนสอบเรื่องระบบสุริยะ นักเรียนส่วนใหญ่ทำผิดข้อที่เกี่ยวกับ ‘วงโคจร’ แสดงว่านักเรียนยังไม่เข้าใจเรื่องแรงดึงดูด ช่วยแนะนำวิธีการสอนซ่อมเสริมเรื่องนี้แบบเห็นภาพหน่อย”
ตัวอย่างสถานการณ์จริง (Use Case Scenario)
วิชา วิทยาศาสตร์ (เรื่อง การสังเคราะห์ด้วยแสง) ระดับ ประถมศึกษาปีที่ 4
1. Analysis ครูใช้ AI วิเคราะห์พบว่าเด็กห้องนี้เบื่อการท่องจำ ชอบดูการ์ตูน
2. Design กำหนดเป้าหมายให้เด็กอธิบายกระบวนการได้ เลือกใช้วิดีโอและการทดลองจริง
- Development
– เข้าไปที่ OBEC Content Center ค้นหาคลิปการ์ตูนแอนิเมชันเรื่อง “พืชปรุงอาหารอย่างไร”
– ใช้ AI สร้างเนื้อเพลงแปลง “การสังเคราะห์แสง” เพื่อให้เด็กร้องตามง่าย ๆ
4. Implementation เปิดคลิปให้ดู (สื่อ OBEC) -> ร้องเพลงที่ AI แต่ง -> ลงมือปลูกต้นไม้จริง
5. Evaluation ให้เด็กวาดรูปสรุปวงจร ครูถ่ายรูปผลงานแล้วให้ AI ช่วยจัดกลุ่มความคิดสร้างสรรค์
แนวทางการนิเทศเชิงรุก
Smart Supervision for AI-Integrated Classroom
สำหรับศึกษานิเทศก์ (Supervisors) โมเดล Smart OBEC Design Model (ADDIE + ASSURE + AI-TPACK + OBEC)
บทบาทใหม่ของศึกษานิเทศก์ (The New Role of Supervisors)
ในยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) ศึกษานิเทศก์ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ตรวจสอบเอกสาร แต่ต้องทำหน้าที่เป็น
“AI & Pedagogical Coach” ที่ช่วยครูวิเคราะห์ปัญหา แนะนำแหล่งสื่อ (OBEC) และตรวจสอบความถูกต้องทางจริยธรรมในการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผ่านกระบวนการนิเทศ 5 ระยะตามวงจร ADDIE
ระยะที่ 1: การวิเคราะห์สภาพและวิสัยทัศน์ (Supervision Analysis)
เป้าหมาย เพื่อวิเคราะห์ความพร้อมของครู (Teacher Readiness) และบริบทโรงเรียนก่อนเริ่มนิเทศ เครื่องมือ AI-TPACK Assessment, AI Data Analysis
ขั้นตอนการนิเทศ
1. วิเคราะห์สมรรถนะครู (Analyze Teacher’s AI-TPACK)
1.1 ดำเนินการประเมินว่าครูมีความเข้าใจเรื่อง Content Pedagogy และ Technology (AI)
มากน้อยเพียงใด
1.2 AI Action (สำหรับ ศน.) นำข้อมูลผลการประเมินตนเองของครูหรือ Logbook การสอน (ปิดชื่อ) ใส่ใน AI เพื่อหา “Gap” ในการพัฒนา
Prompt: “ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลการสอนของครูในโรงเรียน A พบว่าครูเก่งด้านเนื้อหา (Content)
แต่ขาดความมั่นใจในการใช้สื่อดิจิทัลและ AI (Tech) ศึกษานิเทศก์ควรวางแผนอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องอะไรให้ตรงจุดที่สุด”
2. วิเคราะห์บริบทผู้เรียนผ่านครู (Analyze Context via Teacher)
2.1 พูดคุยกับครู (Pre-conference) เพื่อดูว่าครูวิเคราะห์ผู้เรียน (Step 1 ASSURE) มาลึกซึ้งแค่ไหน
2.2 คำถามชวนคิด “คุณครูใช้เครื่องมืออะไรวิเคราะห์สไตล์การเรียนรู้ของเด็กห้องนี้?ผลที่ได้นำไปสู่การออกแบบกิจกรรมอย่างไร?”
ระยะที่ 2: การออกแบบแผนการนิเทศและ Coaching (Supervision Design)
เป้าหมายเพื่อตรวจสอบและให้ข้อเสนอแนะแผนการจัดการเรียนรู้ (Lesson Plan Reviewเช่น ใช้เครื่องมือ PLC, Coaching Model, ASSURE Checklist
ขั้นตอนการนิเทศ
1. ตรวจสอบวัตถุประสงค์ (Review Objectives – Step 2 ASSURE)
1.1 การกระทำดูว่าครูตั้งวัตถุประสงค์สอดคล้องกับหลักสูตรและวัดผลได้จริงหรือไม่
1.2 AI Action ให้ AI ช่วยตรวจสอบความสอดคล้อง (Alignment Check)
Prompt: “นี่คือวัตถุประสงค์ของครูวิชาวิทย์ ป.4 [ใส่ข้อความ] และนี่คือกิจกรรมการเรียนรู้ [ใส่ข้อความ] ช่วยวิเคราะห์ว่ากิจกรรมนี้ตอบโจทย์วัตถุประสงค์ครบถ้วนหรือไม่ ถ้าไม่ ควรปรับปรุงอย่างไร”
2. ให้คำปรึกษาการเลือกสื่อ (Review Methods & Media – Step 3 ASSURE)
2.1 การกระทำ ชี้แนะให้ครูเลือกใช้วิธีการสอนแบบ Active Learning ผสมผสาน
2.2 จุดเน้น ตรวจสอบว่าครูเลือกใช้ AI หรือสื่อดิจิทัลอย่าง “มีความหมาย” ไม่ใช่แค่ใช้ให้ดูทันสมัย แต่ต้องตอบโจทย์ Pedagogical Goal
ระยะที่ 3: การสนับสนุนและตรวจสอบสื่อ (Supervision Development)
เป้าหมายเพื่อสนับสนุนทรัพยากรและตรวจสอบความถูกต้อง (Curate & Verify) เช่น ใช้เครื่องมือ OBEC Content Center, AI Ethics Check
ขั้นตอนการนิเทศ
1. ชี้เป้าแหล่งสื่อ (Guide to Utilize Media – Step 4 ASSURE)
- การกระทำ แนะนำสื่อเฉพาะเจาะจงใน OBEC Content Center ที่ครูอาจมองข้าม
1.2 AI Action ศึกษานิเทศก์ ใช้ AI ช่วยค้นหาสื่อในคลัง OBEC หรือแหล่งอื่นเพื่อนำไปแนะแนวครู
Prompt: “ขอรายชื่อ Keyword สำคัญในการค้นหาสื่อเรื่องประวัติศาสตร์สุโขทัย ในระบบคลังสื่อ เพื่อนำไปแนะนำครูสังคมศึกษา”
2. ตรวจสอบสื่อที่สร้างจาก AI (Verify AI Content)
2.1 การกระทำ (สำคัญมาก) ตรวจสอบใบงานหรือสื่อที่ครูให้ AI สร้างขึ้น ว่าไม่มีข้อมูลบิดเบือน (Hallucination) และเหมาะสมกับวัย
2.2 ข้อแนะนำให้เน้นย้ำเรื่องลิขสิทธิ์และการไม่นำข้อมูลส่วนตัวเด็กไปใส่ใน Prompt
ระยะที่ 4: การสังเกตการณ์สอน (Supervision Implementation)
เป้าหมายเพื่อนิเทศชั้นเรียน (Classroom Observation) ดูการใช้งานจริง เช่น ใช้เครื่องมือแบบสังเกตการสอนออนไลน์ Video Recording
ขั้นตอนการนิเทศ
1. สังเกตการมีส่วนร่วม (Observe Learner Participation – Step 5 ASSURE)
สิ่งที่ต้องสังเกต
– ครูใช้สื่อ OBEC กระตุ้นความสนใจได้จริงหรือไม่?
– ครูเปลี่ยนบทบาทเป็น Facilitator หรือยัง?
– เด็กได้ใช้ AI หรือเทคโนโลยีในการสร้างสรรค์ชิ้นงานหรือไม่?
2. สังเกตการแก้ปัญหาหน้างาน (Observe AI Co-pilot Usage)
– ดูว่าเมื่อเกิดคำถามยากๆ หรือเด็กไม่เข้าใจ ครูใช้ AI ช่วยอธิบายหรือแก้สถานการณ์อย่างไร
– จุดเน้น คือการที่ครูยอมรับว่า “ไม่รู้” และชวนนักเรียนหาคำตอบพร้อมกันผ่าน AI คือทักษะสำคัญ
ระยะที่ 5: การประเมินและสะท้อนผล (Supervision Evaluation)
เป้าหมายเพื่อสะท้อนผลการปฏิบัติงาน (AAR) และวางแผนพัฒนาต่อเนื่อง เช่น การใช้เครื่องมือ Reflection Form, Data Visualization
ขั้นตอนการนิเทศ
1. สะท้อนผลร่วมกับครู (Evaluate & Revise – Step 6 ASSURE)
– การกระทำ Post-conference ทันทีหลังสอน เน้นการถามเพื่อให้ครูคิด (Reflective Coaching)
– คำถาม “สื่อชิ้นไหนที่เด็กตอบสนองดีที่สุด?”, “AI ช่วยลดภาระคุณครูในคาบนี้ตรงไหนบ้าง?”
2. วิเคราะห์ภาพรวมระดับโรงเรียน (Macro Analysis with AI)
2.1 นำผลการนิเทศครูหลายๆ คนมาวิเคราะห์ภาพรวม
2.2 AI Action ให้ AI ช่วยวิเคราะห์ภาพรวมระดับโรงเรียน
Prompt: “จากบันทึกการนิเทศครู 10 คน พบว่า 7 คนมีปัญหาเรื่องการออกแบบคำสั่ง Prompt ให้ AI
สร้างใบงาน อีก 3 คนใช้สื่อ OBEC ไม่คล่อง ศึกษานิเทศก์ควรจัดลำดับความสำคัญในการพัฒนาครูกลุ่มนี้อย่างไร”
ตาราง สรุปบทบาทเทียบเคียง (Role Comparison Matrix)
| ระยะ (ADDIE) | บทบาทครู (Teacher) | บทบาทศึกษานิเทศก์ (Supervisor) |
| Analysis | วิเคราะห์เด็ก / หา Pain Point | วิเคราะห์ AI-TPACK ของครู / หา Training Needs |
| Design | เขียนแผน / เลือกวิธีการ (ASSURE) | ตรวจสอบแผน (Coaching) / ดูความสอดคล้อง |
| Development | ค้นหา OBEC / สร้างสื่อด้วย AI | ชี้เป้าแหล่งสื่อ / ตรวจสอบความถูกต้อง (Verify) |
| Implementation | สอนจริง / ใช้ AI ช่วยสอน | สังเกตการณ์ / ดูปฏิสัมพันธ์ ครู-เด็ก-สื่อ |
| Evaluation | วัดผลเด็ก / ปรับปรุงแผน | สะท้อนผล (AAR) / วางแผนพัฒนาระบบโรงเรียน |
ตัวอย่างสถานการณ์นิเทศ (Supervision Scenario)
สถานการณ์ ศึกษานิเทศก์เข้าสังเกตการณ์ครูวิทย์ที่สอนเรื่อง “ระบบนิเวศ”
1. ก่อนสอน (Analysis/Design) ศึกษานิเทศก์พบว่าแผนการสอนเน้นบรรยาย จึงแนะนำให้ครูใช้ AI สร้างสถานการณ์สมมติ “ถ้าโลกนี้ไม่มีแมลง” เพื่อกระตุ้นเด็ก (Active Learning)
2. เตรียมสื่อ (Development) ศึกษานิเทศก์ช่วยค้นคลิปใน OBEC Content Center เรื่อง “สายใยอาหาร” ส่งให้ครูทางไลน์กลุ่ม เพื่อลดเวลาครู
3. ระหว่างสอน (Implementation) ศึกษานิเทศก์สังเกตเห็นเด็กสนใจมากเมื่อครูให้ AI สร้างภาพสัตว์ประหลาดแล้วให้เด็กทายว่ากินอะไรเป็นอาหาร
4. หลังสอน (Evaluation) ศึกษานิเทศก์ชมเชยเรื่องความคิดสร้างสรรค์ และให้ข้อเสนอแนะเรื่องการบริหารเวลา โดยแนะนำให้ใช้ AI จับเวลา หรือจัดการ Flow กิจกรรมให้กระชับขึ้น
แนวทางการบริหารเชิงกลยุทธ์
Smart Leadership for AI-Driven School
สำหรับผู้บริหารสถานศึกษา (School Administrators) เพื่อให้ผู้บริหารสถานศึกษา สามารถนำไปใช้ในการบริหารจัดการเชิงนโยบายและการอำนวยความสะดวกให้เกิดระบบนิเวศการเรียนรู้ที่สมบูรณ์โดยการประยุกต์ใช้โมเดล Smart OBEC Design Model (ADDIE + ASSURE + AI-TPACK + OBEC)
บทบาทใหม่ของผู้บริหาร (The New Role of Administrators)
ในยุค AI ผู้บริหารไม่ได้เป็นเพียง “ผู้สั่งการ” แต่ต้องเปลี่ยนบทบาทเป็น “Chief Innovation Architect (สถาปนิกผู้ออกแบบนวัตกรรม)” ผู้กำหนดวิสัยทัศน์ จัดสรรทรัพยากร และสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อให้ครูและศึกษานิเทศก์กล้าที่จะใช้ AI และสื่อ OBEC Content Center ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย
ระยะที่ 1 การวิเคราะห์โครงสร้างและศักยภาพ (Strategic Analysis)
เป้าหมายเพื่อวิเคราะห์ “ความพร้อมของระบบ” (System Readiness) และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลโดยมีขอบเขตคือ งบประมาณ อุปกรณ์ นโยบาย และภาพรวม TPACK ของบุคลากรทั้งโรงเรียน
ขั้นตอนการบริหาร
1. วิเคราะห์โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Analysis)
1.1 สำรวจความเร็วอินเทอร์เน็ต จำนวนอุปกรณ์ (Device Ratio) และการเข้าถึง OBEC Content Center ของโรงเรียน
1.2 AI Action (สำหรับ ผอ.) นำข้อมูลครุภัณฑ์และสภาพการใช้งานใส่ AI เพื่อช่วยคำนวณความคุ้มค่าหรือทำนายอายุการใช้งาน
Prompt: “ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลคอมพิวเตอร์ 50 เครื่องของโรงเรียนที่มีอายุการใช้งานต่างกัน ดังรายการแนบ… เครื่องกลุ่มไหนควรได้รับงบซ่อมแซม และกลุ่มไหนควรจำหน่ายออกเพื่อให้คุ้มค่างบประมาณที่สุด”
2. วิเคราะห์ช่องว่างทักษะองค์กร (Organization Skill Gap – TPACK)
2.1 ศึกษาภาพรวมผลประเมินครูจากศึกษานิเทศก์ ว่าโรงเรียนเรา “อ่อน” ด้านไหน (เช่น ครูเก่งเนื้อหาแต่อ่อน AI)
2.2 AI Action ใช้ AI สรุปผลสำรวจความต้องการของครูทั้งโรงเรียน
Prompt: “สรุปผลสำรวจความต้องการอบรมของครู 100 คน ให้เหลือ 3 หัวข้อหลักที่เร่งด่วนที่สุด เพื่อจัดทำแผนพัฒนาบุคลากรประจำปี”
ระยะที่ 2 การออกแบบนโยบายและแผนกลยุทธ์ (Policy Design)
เป้าหมายเพื่อกำหนดทิศทาง (Vision) และกรอบการทำงาน (Policy) ให้ชัดเจน การใช้เครื่องมือ เช่นแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา AI Ethics Policy
ขั้นตอนการบริหาร
1. กำหนดนโยบายการใช้ AI และสื่อ (Set AI & Media Policy – Strategic ASSURE)
1.1 ประกาศนโยบายสนับสนุนให้ครูใช้ OBEC Content Center ไม่น้อยกว่าร้อยละเท่าไหร่? หรืออนุญาตให้นักเรียนใช้ AI ทำการบ้านได้ในขอบเขตไหน?
- AI Action ให้ AI ช่วยร่างนโยบายหรือบันทึกข้อความ (MOU)
Prompt: “ร่างประกาศโรงเรียนเรื่อง ‘แนวปฏิบัติและจริยธรรมในการใช้ AI เพื่อการศึกษา’ โดยเน้นเรื่องการห้ามกรอกข้อมูลส่วนตัวนักเรียน และการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล จำนวน 1 หน้ากระดาษ A4”
2. ออกแบบเส้นทางความก้าวหน้า (Design Career Path)
2.1 เชื่อมโยงการใช้ Smart OBEC Design Model กับการเลื่อนวิทยฐานะ หรือPA (Performance Agreement)
2.2 บทบาทผู้บริหาร อนุมัติแผนงานที่ศึกษานิเทศก์เสนอ เพื่อให้เกิดการนิเทศและ Coachingอย่างเป็นระบบ
ระยะที่ 3 การพัฒนาสภาพแวดล้อมและจัดสรรทรัพยากร (Ecosystem Development)
เป้าหมายเพื่อ “ปลดล็อก” อุปสรรคทางกายภาพและงบประมาณ โดยอาจมีการเลือกเครื่องมือ เช่น การบริหารงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง OBEC Partners
ขั้นตอนการบริหาร
1. ลงทุนในสิ่งที่จำเป็น (Invest & Utilize Resources)
1.1 จัดสรรงบประมาณเพื่อ Upgrade Wi-Fi หรือซื้อ Account Premium ของเครื่องมือ AI ที่จำเป็น (ถ้ามีงบ) และสนับสนุนอุปกรณ์ให้ฝ่ายนิเทศ
1.2 AI Action ช่วยเขียนโครงการขอสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยงานภายนอก หรือภาคเอกชน
Prompt: “ช่วยเขียนร่างจดหมายขอความอนุเคราะห์บริษัทเอกชนในพื้นที่ เพื่อขอรับบริจาคแท็บเล็ตมือสองสภาพดีสำหรับการเรียนรู้ผ่าน OBEC Content Center โดยเน้นประโยชน์ทางภาษีที่บริษัทจะได้รับ”
2. พัฒนาครูแกนนำ (Develop AI Leaders)
2.1 ส่งเสริมครูที่มีแวว (Talent) ให้เป็น “Smart Trainer” ประจำโรงเรียน เพื่อลดภาระศึกษานิเทศก์
2.2 จุดเน้นสร้างพื้นที่กลาง (Knowledge Sharing) ให้ครูแบ่งปันสื่อที่ผลิตเองหรือที่คัดมาจาก OBEC
ระยะที่ 4 การขับเคลื่อนองค์กรสู่การปฏิบัติ (Leadership Implementation)
เป้าหมายเพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กร (Culture) และเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง โดยใช้เครื่องมือ เช่นการประชุมครู การเยี่ยมชั้นเรียน (Walkthrough)
ขั้นตอนการบริหาร
1. เป็นต้นแบบผู้นำ (Role Model Leader)
1.1 ผู้บริหารสถานศึกษาใช้ AI ในการช่วยร่างสุนทรพจน์ ทำสไลด์ประชุม หรือวิเคราะห์ข้อมูลโรงเรียนให้ครูเห็นเป็นตัวอย่าง
1.2 AI Action Prompt: “ช่วยสรุปวาระการประชุมครูประจำเดือนที่ยาว 2 ชั่วโมง ให้เหลือประเด็นสำคัญ 5 ข้อ พร้อมสิ่งที่ต้องทำต่อ (Action Plan) สำหรับส่งในไลน์กลุ่มโรงเรียน”
2. ส่งเสริมบรรยากาศทางวิชาการ (Encourage Innovation – Step 5 ASSURE)
2.1 อนุญาตให้ผิดพลาดได้ (Fail Fast, Learn Faster) หากครูทดลองใช้ AI แล้วยังไม่สมบูรณ์ ผู้บริหารต้องให้กำลังใจแทนการตำหนิ
2.2 Action เปิดเวที “Smart Teacher Award” ให้รางวัลครูที่ใช้ OBEC + AI บูรณาการยอดเยี่ยม
ระยะที่ 5: การประเมินประสิทธิผลองค์กร (Strategic Evaluation)
เป้าหมายเพื่อวัดความคุ้มค่า (ROI) และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับองค์กร โดยอาจใช้เครื่องมือ เช่น School Report Card, AI Analytics
ขั้นตอนการบริหาร
1. ประเมินความสำเร็จตามยุทธศาสตร์ (Strategic Evaluation)
1.1 ดูข้อมูลภาพรวมว่า คะแนน O-NET/RT/NT สูงขึ้นไหม? นักเรียนมีความสุขไหม? ครูทำงานลดลงจริงไหม?
1.2 AI Action นำรายงาน SAR หรือผลสัมฤทธิ์มาวิเคราะห์หา Correlation
Prompt: “วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างความถี่ในการใช้งานสื่อ OBEC Content Center ของแต่ละกลุ่มสาระฯ กับผลคะแนนสอบปลายภาคของนักเรียน เพื่อดูว่าวิชาไหนใช้สื่อแล้วได้ผลดีที่สุด”
2. วางแผนกลยุทธ์ปีต่อไป (Future Planning) นำผลลัพธ์มาปรับปรุงแผนกลยุทธ์ (Re-Design Policy)
ตารางที่ 1 บทบาท 3 ระดับ (The 3-Level Roles Matrix)
| ระยะ (ADDIE) | ครู (ปฏิบัติการ) | ศึกษานิเทศก์ (สนับสนุน/โค้ช) | ผู้บริหาร (นโยบาย/อำนวยการ) |
| Analysis | วิเคราะห์เด็กรายคน | วิเคราะห์ Gap ของครู | วิเคราะห์โครงสร้างพื้นฐาน/งบประมาณ |
| Design | เขียนแผนการสอน | ตรวจสอบแผน/ ให้คำปรึกษา | กำหนดนโยบาย/เป้าหมายโรงเรียน |
| Development | สร้าง/หาสื่อ | ชี้เป้าแหล่งเรียนรู้ | จัดซื้ออุปกรณ์/จัดหาทรัพยากร |
| Implementation | สอนในห้องเรียน | สังเกตการณ์/Coaching | สร้างขวัญกำลังใจ/เป็นต้นแบบ |
| Evaluation | วัดผลนักเรียน | สะท้อนผลครู (AAR) | วัดผลองค์กร/ประเมินความคุ้มค่า |
ตัวอย่างสถานการณ์บริหาร (Management Scenario)
สถานการณ์ ผลคะแนนสอบวิชาภาษาอังกฤษของโรงเรียนต่ำลงต่อเนื่อง 3 ปี
1. Analysis สั่งการให้ AI วิเคราะห์ข้อมูล พบว่าโรงเรียนขาดแคลนครูเอกอังกฤษ และสื่อการสอนเก่า
2. Design ประกาศนโยบายเร่งด่วน “English Boost Up” ตั้งเป้าเพิ่มคะแนน 10% โดยใช้สื่อดิจิทัลมาช่วย
3. Development อนุมัติงบซื้อหูฟังสำหรับการฟัง-พูด และกำชับให้ใช้สื่อจาก OBEC Content Center (หมวด English for Communication) แทนการรอครูใหม่
4. Implementation เดินเยี่ยมชั้นเรียน ให้กำลังใจครูที่นำ AI มาช่วยฝึกเด็กออกเสียง (Conversation Partner)
5. Evaluation เมื่อสิ้นเทอม นำคะแนนมาเทียบ และมอบโล่รางวัลให้กลุ่มสาระฯ ภาษาต่างประเทศที่ปรับตัวได้ดีเยี่ยม
Comments
comments
Powered by Facebook Comments

