Site icon Digital Learning Classroom

จากศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษสู่ผู้อำนวยการสถานศึกษา ต้องเตรียมตัวอย่างไรจึงจะพร้อมทั้งตามเกณฑ์และพร้อมทำงานจริง

แชร์เรื่องนี้

จากศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษสู่ผู้อำนวยการสถานศึกษา ต้องเตรียมตัวอย่างไรจึงจะพร้อมทั้งตามเกณฑ์และพร้อมทำงานจริง

โดย ดร.อนุศร หงษ์ขุนทด

บทความตอนที่แล้วได้วิเคราะห์เส้นทาง “ครูเก่ง–ศึกษานิเทศก์–ผู้อำนวยการสถานศึกษา” ในฐานะเส้นทางพัฒนาผู้นำทางวิชาการที่เริ่มจากความเข้าใจห้องเรียน ขยายมุมมองไปสู่การทำงานระดับระบบ แล้วนำประสบการณ์กลับไปบริหารโรงเรียน

คำถามต่อมาคือ เมื่อดำรงตำแหน่งศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษแล้ว ต้องเตรียมตัวอย่างไร และมีคุณสมบัติใดบ้าง จึงจะเปลี่ยนเข้าสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาตามเกณฑ์ใหม่นี้ได้

คำตอบสั้นที่สุดคือ “มีสิทธิสมัครเมื่อคุณสมบัติครบ แต่ยังไม่ได้หมายความว่าพร้อมได้รับแต่งตั้ง” เพราะการเข้าสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษามีอย่างน้อย 4 ด่าน ได้แก่ คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง คุณสมบัติตามประกาศรับสมัคร การผ่านกระบวนการคัดเลือก และการพัฒนาก่อนแต่งตั้ง

จุดที่ต้องอ่านเกณฑ์ให้ตรงกันก่อน

หนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2569 กำหนดให้ตำแหน่งศึกษานิเทศก์ที่มีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่าศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี เป็นตำแหน่งอื่นที่ ก.ค.ศ. เทียบเท่ากับคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา

จึงต้องแยกคำสำคัญออกเป็นสองส่วน

ส่วนแรก ต้องดำรงตำแหน่งศึกษานิเทศก์และมีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่าศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ

ส่วนที่สอง ต้องดำรงวิทยฐานะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี

การนับระยะเวลาจึงไม่ได้เริ่มตั้งแต่วันแรกที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นศึกษานิเทศก์ หากวันได้รับแต่งตั้งเป็นศึกษานิเทศก์กับวันที่ได้รับวิทยฐานะศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษเป็นคนละวัน ต้องนับระยะเวลา 2 ปีจากวันที่มีผลได้รับวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ เว้นแต่ประกาศรับสมัครหรือหนังสือซักซ้อมในรอบนั้นกำหนดวิธีนับไว้เป็นอย่างอื่น

ตัวอย่างเช่น ผู้หนึ่งเป็นศึกษานิเทศก์มาตั้งแต่ พ.ศ. 2564 แต่ได้รับวิทยฐานะศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 บุคคลนั้นไม่ได้มีคุณสมบัติครบเพียงเพราะเป็นศึกษานิเทศก์มาแล้วหลายปี ต้องรอให้ดำรงวิทยฐานะชำนาญการพิเศษครบ 2 ปีตามวันตัดยอดคุณสมบัติที่ประกาศรับสมัครกำหนด

ประเด็นนี้ควรตรวจสอบกับกลุ่มบริหารงานบุคคลเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ควรคำนวณจากความเข้าใจส่วนตัว เพราะความคลาดเคลื่อนเพียงวันเดียวอาจทำให้ขาดคุณสมบัติได้

คุณสมบัติที่ควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจสมัคร

ประการแรก ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐานตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา โดยใช้ตำแหน่งศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษที่ดำรงมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปีเป็นคุณสมบัติเทียบเท่าในส่วนของประสบการณ์และระดับตำแหน่ง

ประการที่สอง ต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายและประกาศรับสมัคร เช่น สถานภาพการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ประวัติทางวินัย เงื่อนไขการดำรงตำแหน่ง และข้อจำกัดอื่นที่ส่วนราชการกำหนด ผู้สมัครจึงควรขอให้หน่วยงานต้นสังกัดตรวจสอบ ก.พ.7 หรือทะเบียนประวัติ คำสั่งแต่งตั้ง คำสั่งวิทยฐานะ และวันมีผลของคำสั่งแต่ละฉบับล่วงหน้า

ประการที่สาม ต้องตรวจสอบคุณวุฒิและใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา หรือหลักฐานที่คุรุสภาและประกาศรับสมัครยอมรับในช่วงเวลานั้น การมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพศึกษานิเทศก์ไม่ได้หมายความว่าจะใช้แทนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษาได้โดยอัตโนมัติ จึงควรตรวจสอบสถานะ วันหมดอายุ และเงื่อนไขการออกใบอนุญาตกับคุรุสภาโดยตรง

ประการที่สี่ ต้องผ่านการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์ที่ใช้อยู่ในรอบสมัคร ปัจจุบันหลักเกณฑ์กลางสำหรับการคัดเลือกรองผู้อำนวยการสถานศึกษาและผู้อำนวยการสถานศึกษาอยู่ภายใต้หนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.6/ว 12 ลงวันที่ 3 เมษายน 2568 ซึ่งระบบหนังสือเวียนของสำนักงาน ก.ค.ศ. ระบุว่ายังมีสถานะใช้งาน ส่วน ว16/2565 ถูกยกเลิกแล้ว สำนักงาน ก.ค.ศ.: ว12/2568 และ ระบบหนังสือเวียน ก.ค.ศ.: สถานะหลักเกณฑ์

ประการสุดท้าย เมื่อผ่านการคัดเลือกแล้ว ผู้ได้รับการคัดเลือกยังต้องเข้ารับการพัฒนาก่อนแต่งตั้งตาม ว22/2568 ซึ่งใช้แทนหลักเกณฑ์เดิมตาม ว8/2563 ระบบหนังสือเวียน ก.ค.ศ.: ว22/2568

กล่าวอีกแบบหนึ่ง หนังสือวันที่ 25 สิงหาคม 2569 เปิดประตูคุณสมบัติให้ศึกษานิเทศก์ แต่ผู้สมัครยังต้องเดินผ่านกระบวนการตาม ว12/2568 ประกาศของส่วนราชการ และการพัฒนาตาม ว22/2568 จึงจะเข้าสู่ตำแหน่งได้

เตรียมเอกสารก่อนเตรียมสอบ

สิ่งแรกที่ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษควรทำไม่ใช่ซื้อหนังสือเตรียมสอบ แต่คือการตรวจสุขภาพแฟ้มประวัติราชการของตนเอง

ควรจัดทำตารางวันสำคัญ ได้แก่ วันที่บรรจุเข้ารับราชการ วันที่ได้รับแต่งตั้งเป็นศึกษานิเทศก์ วันที่มีผลได้รับวิทยฐานะศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ วันครบกำหนด 2 ปี วันหมดอายุของใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และวันที่คาดว่าจะเปิดรับสมัคร จากนั้นนำหลักฐานไปให้กลุ่มบริหารงานบุคคลตรวจสอบ

เอกสารที่ควรเตรียมไว้ ได้แก่ สำเนา ก.พ.7 หรือทะเบียนประวัติฉบับเป็นปัจจุบัน คำสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศึกษานิเทศก์ คำสั่งให้มีหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ หลักฐานคุณวุฒิ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ หนังสือรับรองการปฏิบัติราชการ และเอกสารที่เกี่ยวกับประวัติทางวินัยหรือการรับรองคุณสมบัติตามแบบที่กำหนด

ควรตรวจชื่อ นามสกุล เลขที่ตำแหน่ง วันที่ และข้อความในคำสั่งทุกฉบับให้ตรงกัน ปัญหาที่พบในงานบุคคลหลายกรณีไม่ได้เกิดจากผู้สมัครไม่มีความสามารถ แต่เกิดจากข้อมูลในเอกสารไม่ตรงกันหรือแก้ไขไม่ทันกำหนดรับสมัคร

เปลี่ยนแฟ้มผลงานศึกษานิเทศก์ให้เป็นหลักฐานความพร้อมด้านบริหาร

ศึกษานิเทศก์มีผลงานจำนวนมาก แต่ผลงานเหล่านั้นต้องได้รับการเรียบเรียงใหม่ให้ตอบคำถามว่า “ประสบการณ์นิเทศนี้แสดงความพร้อมต่อการบริหารสถานศึกษาอย่างไร”

รายงานการนิเทศเพียงบอกว่าไปนิเทศกี่โรงเรียนยังไม่เพียงพอ ควรแสดงให้เห็นปัญหาที่ค้นพบ วิธีวิเคราะห์ข้อมูล แนวทางที่ใช้พัฒนาครู การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และผลต่อผู้เรียน หากมีข้อมูลก่อนและหลัง ควรนำเสนออย่างตรงไปตรงมา พร้อมอธิบายข้อจำกัดของข้อมูล

ตัวอย่างเช่น แทนที่จะเขียนว่า “รับผิดชอบโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ 25 โรงเรียน” ควรอธิบายว่าโรงเรียนกลุ่มใดมีปัญหาอะไร ใช้ข้อมูลใดวินิจฉัย ออกแบบระบบช่วยเหลืออย่างไร ครูเปลี่ยนวิธีจัดการเรียนรู้ส่วนใด และผลลัพธ์ของผู้เรียนเปลี่ยนแปลงเพียงใด

หลักฐานที่มีน้ำหนักสำหรับศึกษานิเทศก์ ได้แก่ ระบบนิเทศที่นำไปใช้จริง การพัฒนาครูที่ติดตามผลต่อเนื่อง งานวิจัยหรือการประเมินที่นำไปสู่การตัดสินใจ และการแก้ปัญหาโรงเรียนที่มีข้อจำกัดเฉพาะ เมื่อสมัครเป็นผู้อำนวยการ ต้องเชื่อมหลักฐานเหล่านี้กับความสามารถในการวางระบบโรงเรียน ไม่ใช่นำแฟ้มผลงานเดิมไปยื่นโดยไม่ตีความใหม่

เติมช่องว่างที่งานศึกษานิเทศก์อาจมีไม่ครบ

ข้อได้เปรียบของศึกษานิเทศก์คือความรู้ด้านหลักสูตร การจัดการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล การพัฒนาครู และการใช้ข้อมูลทางการศึกษา แต่ภารกิจผู้อำนวยการสถานศึกษากว้างกว่างานวิชาการ

ศึกษานิเทศก์ที่ตั้งใจเข้าสู่สายบริหารจึงควรพัฒนาความรู้ด้านการบริหารงบประมาณ การเงินและพัสดุ งานบุคคล กฎหมายการศึกษา วินัยและการรักษาวินัย การบริหารอัตรากำลัง ความปลอดภัยในสถานศึกษา การจัดการข้อร้องเรียน และความสัมพันธ์กับคณะกรรมการสถานศึกษาและชุมชน

ผมเห็นว่าจุดที่ต้องเตรียมมากเป็นพิเศษคือการบริหารงบประมาณและงานบุคคล เพราะศึกษานิเทศก์บางคนอาจมีประสบการณ์วางแผนโครงการ แต่ยังไม่เคยเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงต่อการอนุมัติ การควบคุมภายใน ความรับผิดทางละเมิด หรือการตัดสินใจที่มีผลต่อสิทธิของบุคลากร

วิธีเตรียมตัวที่ได้ผลกว่าการอ่านระเบียบอย่างเดียว คือขอเรียนรู้งานจากผู้อำนวยการสถานศึกษาที่มีประสบการณ์ ศึกษากรณีปัญหาจริง และทดลองวิเคราะห์ว่าหากตนเป็นผู้อำนวยการจะตัดสินใจอย่างไร ภายใต้กฎหมาย งบประมาณ และข้อจำกัดของโรงเรียน

เตรียมวิสัยทัศน์ที่เริ่มจากปัญหาจริงของโรงเรียน

ผู้สมัครจำนวนหนึ่งเขียนวิสัยทัศน์ด้วยถ้อยคำกว้าง เช่น โรงเรียนคุณภาพ ผู้เรียนมีความสุข หรือก้าวทันโลกดิจิทัล ถ้อยคำเหล่านี้ฟังดี แต่ยังไม่แสดงความสามารถในการบริหาร

วิสัยทัศน์ที่น่าเชื่อถือควรเริ่มจากข้อมูลว่าโรงเรียนกำลังเผชิญปัญหาอะไร ผู้เรียนกลุ่มใดได้รับผลกระทบ และระบบส่วนใดเป็นต้นเหตุ จากนั้นจึงกำหนดเป้าหมาย วิธีดำเนินงาน ตัวชี้วัด และกลไกติดตามผล

ศึกษานิเทศก์มีข้อได้เปรียบตรงที่คุ้นเคยกับการวิเคราะห์ข้อมูลและเห็นโรงเรียนหลายรูปแบบ แต่ต้องระวังไม่เขียนแผนแบบ “คนนอกโรงเรียน” ซึ่งมองเห็นเฉพาะสิ่งที่ควรทำ โดยยังไม่เข้าใจความสัมพันธ์ของคน วัฒนธรรมองค์กร และทรัพยากรที่มีอยู่จริง

แนวคิดการบริหารจึงควรตอบให้ได้ว่า ใน 90 วันแรกจะเรียนรู้โรงเรียนอย่างไร เรื่องใดจะยังไม่รีบเปลี่ยน เรื่องใดต้องจัดการทันที และจะสร้างความร่วมมือกับครูโดยไม่ทำให้การเปลี่ยนผู้อำนวยการกลายเป็นการรื้อระบบเดิมทั้งหมดได้อย่างไร

ฝึกเปลี่ยนบทบาทจากผู้ให้คำแนะนำเป็นผู้รับผิดชอบการตัดสินใจ

ศึกษานิเทศก์ทำงานผ่านคำแนะนำ การสนับสนุน และการสร้างการยอมรับทางวิชาการ ส่วนผู้อำนวยการต้องตัดสินใจภายใต้อำนาจหน้าที่และรับผิดชอบผลของการตัดสินใจนั้นโดยตรง

นี่คือการเปลี่ยนบทบาทที่ลึกกว่าการเปลี่ยนชื่อตำแหน่ง

เมื่อเป็นศึกษานิเทศก์ เราอาจเสนอให้โรงเรียนปรับระบบนิเทศภายใน แต่เมื่อเป็นผู้อำนวยการ เราต้องจัดเวลา มอบหมายคน จัดงบประมาณ ติดตามผล และรับมือกับแรงต้านด้วยตนเอง การเตรียมตัวจึงต้องฝึกคิดให้ครบทั้งด้านวิชาการ คน งบประมาณ กฎหมาย และผลกระทบต่อผู้เรียน

ผู้สมัครควรฝึกวิเคราะห์สถานการณ์ เช่น ครูขาดแคลน ผลสัมฤทธิ์ลดลง ความขัดแย้งในองค์กร ข้อร้องเรียนจากผู้ปกครอง หรือการใช้จ่ายงบประมาณล่าช้า แล้วตอบให้ได้ว่า ข้อเท็จจริงใดต้องตรวจสอบ ใครควรมีส่วนร่วม กฎหมายใดเกี่ยวข้อง และจะติดตามผลอย่างไร

เตรียมรับการคัดเลือกตามประกาศจริง ไม่ยึดติดกับสนามสอบเดิม

ว12/2568 เป็นหลักเกณฑ์กลาง ส่วนรายละเอียดการดำเนินการในแต่ละรอบยังขึ้นอยู่กับส่วนราชการและประกาศรับสมัคร เช่น องค์ประกอบการประเมิน วิธีการ คะแนน เอกสารประกอบ วันตัดยอดคุณสมบัติ และเงื่อนไขการขึ้นบัญชี

ในเดือนกรกฎาคม 2569 ก.ค.ศ. มีมติเห็นชอบรายละเอียดการดำเนินการคัดเลือกผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด สพฐ. ปี 2569 ตาม ว12/2568 เพื่อใช้เป็นแนวทางดำเนินการทั่วประเทศ แต่ผู้สมัครต้องรออ่านประกาศฉบับเต็มของหน่วยงานผู้ดำเนินการอีกครั้ง ผลการประชุม ก.ค.ศ. ครั้งที่ 7/2569

ดังนั้น ไม่ควรเตรียมเฉพาะข้อสอบจากรอบเก่า ควรเตรียมทั้งความรู้ในการปฏิบัติงาน หลักฐานประสบการณ์ ผลงานที่ตรวจสอบได้ การวิเคราะห์สถานการณ์ และการนำเสนอแนวคิดการพัฒนาสถานศึกษา เมื่อประกาศรับสมัครออกมาแล้วจึงนำรายการที่เตรียมไว้มาเทียบกับองค์ประกอบและคะแนนของรอบนั้นอีกครั้ง

แผนเตรียมตัวที่ทำได้ทันที

ในช่วงแรก ควรตรวจสอบวันครบ 2 ปีของวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ สถานะใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และทะเบียนประวัติราชการให้เรียบร้อย หากมีข้อสงสัยให้ทำหนังสือหารือผ่านต้นสังกัด

ช่วงต่อมา ให้รวบรวมผลงานย้อนหลังที่สะท้อนความสามารถด้านการนำทางวิชาการ การพัฒนาครู การใช้ข้อมูล และการแก้ปัญหาระดับโรงเรียน แล้วคัดเฉพาะผลงานที่มีหลักฐานผลลัพธ์ ไม่จำเป็นต้องนำทุกโครงการมาใส่ในแฟ้ม

จากนั้น จัดทำแผนพัฒนาตนเองในเรื่องที่ยังขาด โดยเฉพาะงบประมาณ งานบุคคล กฎหมาย และการบริหารความเสี่ยง พร้อมฝึกเขียนข้อเสนอการพัฒนาสถานศึกษาจากกรณีศึกษาจริง

เมื่อประกาศรับสมัครเผยแพร่ ต้องอ่านฉบับเต็มทุกหน้า รวมถึงเอกสารแนบท้าย อย่าอาศัยอินโฟกราฟิก ข่าวสรุป หรือข้อความส่งต่อในกลุ่มเพียงอย่างเดียว เพราะเอกสารเหล่านั้นอาจตัดรายละเอียดเรื่องวันตัดยอด หลักฐาน หรือเงื่อนไขเฉพาะออกไป

บทสรุป

การกำหนดให้ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษที่ดำรงวิทยฐานะมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปีมีคุณสมบัติเทียบเท่า เปิดโอกาสให้คนที่มีประสบการณ์พัฒนาครูและมองเห็นระบบการศึกษาหลายระดับเข้าสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่านตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษาตามเส้นทางเดิม

แต่คุณสมบัติเทียบเท่าเป็นเพียงบัตรผ่านประตูด่านแรก สิ่งที่จะทำให้ศึกษานิเทศก์ไปเป็นผู้อำนวยการที่มีคุณภาพ คือความสามารถแปลงประสบการณ์นิเทศให้เป็นระบบบริหารโรงเรียน เติมความรู้ด้านกฎหมาย งบประมาณ และงานบุคคล พร้อมรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตนเอง

หากจะเดินเส้นทางนี้ ผมไม่แนะนำให้เริ่มจากคำถามว่า “ข้อสอบออกอะไร” ควรเริ่มจากคำถามว่า “ประสบการณ์ที่มีอยู่เพียงพอหรือยังที่จะรับผิดชอบโรงเรียนทั้งระบบ” เมื่อคำตอบชัด การเตรียมสอบ การจัดแฟ้ม และการนำเสนอวิสัยทัศน์จะมีเนื้อหาจากงานจริง ไม่ใช่ถ้อยคำที่จดจำมาเพื่อผ่านการคัดเลือกเท่านั้น

รายการต่อไปนี้เป็น “แฟ้มเตรียมพร้อม” สำหรับศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ โดยต้องตรวจอีกครั้งกับประกาศรับสมัครฉบับจริง เพราะหน่วยงานผู้ดำเนินการอาจกำหนดแบบฟอร์มหรือจำนวนสำเนาเพิ่มเติม

1. หลักฐานยืนยันคุณสมบัติเฉพาะ

จุดที่ต้องตรวจให้ละเอียดคือ วันที่มีผลในคำสั่งวิทยฐานะ ไม่ใช่วันที่ได้รับเอกสารหรือวันที่ทราบผลการประเมิน

2. หลักฐานคุณวุฒิและวิชาชีพ

ควรตรวจวันหมดอายุของใบอนุญาตล่วงหน้า ไม่ควรรอจนมีประกาศรับสมัครแล้วจึงเริ่มดำเนินการ

3. หลักฐานด้านสถานภาพและความประพฤติ

4. หลักฐานผลงานและประสบการณ์

ควรจัดเตรียมเป็นแฟ้มข้อมูลกลางไว้ก่อน แม้ประกาศจริงอาจเลือกใช้เพียงบางรายการ

ไม่ควรเก็บเพียงภาพกิจกรรม ควรมีคำสั่ง รายงานผล ข้อมูลผลลัพธ์ หรือหนังสือรับรองประกอบด้วย

5. เอกสารแสดงแนวคิดการบริหาร

6. เอกสารสำหรับสมัคร

รายการนี้ควรรอใช้แบบฟอร์มจากประกาศรับสมัครจริง

วิธีจัดเก็บที่แนะนำ

ควรจัดเอกสารเป็นสองชุด ได้แก่ แฟ้มกระดาษและแฟ้มดิจิทัล โดยตั้งชื่อไฟล์ให้ค้นหาได้ทันที เช่น

01_กพ7_ฉบับปัจจุบัน.pdf
02_คำสั่งแต่งตั้งศึกษานิเทศก์.pdf
03_คำสั่งวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ.pdf
04_ใบอนุญาตผู้บริหารสถานศึกษา.pdf

สแกนเป็นไฟล์ PDF ที่อ่านชัด เก็บต้นฉบับไว้ต่างหาก และตรวจชื่อ นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน เลขที่ตำแหน่ง วันที่ และลายมือชื่อให้ตรงกันทุกฉบับ

เอกสารที่ควรเร่งตรวจทันทีมี 4 รายการ คือ ก.พ.7 คำสั่งแต่งตั้งเป็นศึกษานิเทศก์ คำสั่งวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ และใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา หากสี่รายการนี้มีปัญหา การเตรียมผลงานส่วนอื่นอาจยังไม่สามารถใช้สมัครได้ครับ

หมายเหตุ: บทความนี้วิเคราะห์จากหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ประกอบกับ ว12/2568 และ ว22/2568 การพิจารณาคุณสมบัติรายบุคคลให้ยึดประกาศรับสมัครฉบับเต็ม หนังสือซักซ้อม และคำวินิจฉัยของหน่วยงานผู้มีอำนาจในรอบการคัดเลือกนั้น

Comments

comments

Powered by Facebook Comments

Exit mobile version