Digital Learning Classroom
บทความศึกษานิเทศก์สอบผู้บริหารหลักการและแนวคิด

จากครูเก่งสู่ศึกษานิเทศก์ ก่อนก้าวสู่ผู้อำนวยการสถานศึกษา: เส้นทางใหม่ของการพัฒนาผู้นำทางการศึกษา

แชร์เรื่องนี้

จากครูเก่งสู่ศึกษานิเทศก์ ก่อนก้าวสู่ผู้อำนวยการสถานศึกษา: เส้นทางใหม่ของการพัฒนาผู้นำทางการศึกษา

ดร.อนุศร หงษ์ขุนทด
ศึกษานิเทศก์ วิทยฐานะศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ สพม.นครราชสีมา
Musicmankob@gmail.com 


__________________________________

หนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2569 เรื่อง การกำหนดตำแหน่งอื่นที่ ก.ค.ศ. เทียบเท่าเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ทำให้เส้นทางความก้าวหน้าของบุคลากรทางการศึกษาเปลี่ยนไปในประเด็นที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการกำหนดให้ “ศึกษานิเทศก์ที่มีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่าศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี” มีคุณสมบัติเทียบเท่ากับผู้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา สำหรับใช้เป็นคุณสมบัติเฉพาะในการเข้าสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา

สาระของหนังสือฉบับนี้ไม่ได้เป็นเพียงการแก้ไขรายละเอียดทางงานบุคคล แต่กำลังเปิดพื้นที่ให้มองเส้นทางการสร้างผู้บริหารสถานศึกษาในอีกแบบหนึ่ง นั่นคือการพัฒนาครูที่มีความสามารถให้ผ่านประสบการณ์การนิเทศการศึกษา ก่อนกลับไปทำหน้าที่บริหารโรงเรียน

ครูเก่งอาจยังไม่พร้อมเป็นผู้อำนวยการทันที

ครูที่จัดการเรียนรู้ได้ดี มีความรู้ในศาสตร์การสอน และเข้าใจผู้เรียนอย่างลึกซึ้ง ย่อมมีต้นทุนที่ดีสำหรับการเป็นผู้บริหารสถานศึกษา แต่ความเก่งในห้องเรียนยังไม่เพียงพอต่อการบริหารโรงเรียนทั้งระบบ

เมื่อเข้าสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการ ครูต้องเปลี่ยนขอบเขตความรับผิดชอบจากผู้เรียนในชั้นเรียนหนึ่ง ไปสู่ผู้เรียน ครู บุคลากร งบประมาณ หลักสูตร ระบบประกันคุณภาพ และความสัมพันธ์กับชุมชนทั้งโรงเรียน บางคนอาจสอบเข้าสู่ตำแหน่งรองผู้อำนวยการแล้วเรียนรู้การบริหารภายในสถานศึกษา ขณะที่อีกเส้นทางหนึ่ง คือการเข้าสู่ตำแหน่งศึกษานิเทศก์ เพื่อเรียนรู้ระบบการศึกษาผ่านการทำงานกับหลายโรงเรียน

จุดแข็งของเส้นทางศึกษานิเทศก์อยู่ตรงนี้ ศึกษานิเทศก์ไม่ได้มองเฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นในโรงเรียนแห่งเดียว แต่ต้องวิเคราะห์ปัญหาข้ามโรงเรียน เห็นความแตกต่างของบริบท และทำงานเชื่อมโยงนโยบายกับการปฏิบัติจริงในห้องเรียน ประสบการณ์เช่นนี้ช่วยขยายมุมมองของครูจากระดับชั้นเรียนไปสู่ระดับระบบ

ศึกษานิเทศก์ในฐานะพื้นที่ฝึกผู้นำทางวิชาการ

หากออกแบบระบบงานอย่างจริงจัง ตำแหน่งศึกษานิเทศก์อาจทำหน้าที่เป็น “พื้นที่ฝึกผู้นำทางวิชาการ” ก่อนเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาได้ดี

ครูที่มาเป็นศึกษานิเทศก์จะต้องเรียนรู้การวิเคราะห์ข้อมูลผลสัมฤทธิ์และบริบทของโรงเรียน การวินิจฉัยปัญหาการจัดการเรียนรู้ การออกแบบกระบวนการพัฒนาครู ตลอดจนการติดตามผลโดยไม่ใช้อำนาจสั่งการโดยตรง การทำให้ครูหรือผู้บริหารยอมรับข้อเสนอของศึกษานิเทศก์ต้องอาศัยความน่าเชื่อถือทางวิชาการ หลักฐาน และทักษะการทำงานกับคน

นี่เป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าต่อผู้บริหารสถานศึกษา เพราะผู้อำนวยการที่ดีต้องสามารถพัฒนาครูผ่านการนิเทศภายใน ไม่ใช่บริหารโรงเรียนผ่านเอกสาร คำสั่ง และการประชุมเป็นหลัก

ยิ่งไปกว่านั้น ศึกษานิเทศก์ต้องเห็นทั้งโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จและโรงเรียนที่ประสบปัญหา การทำงานกับโรงเรียนหลายขนาด หลายพื้นที่ และหลายระดับความพร้อม ทำให้เกิดความเข้าใจว่าแนวปฏิบัติหนึ่งอาจได้ผลในโรงเรียนหนึ่ง แต่ไม่เหมาะกับอีกโรงเรียนหนึ่ง ความสามารถในการอ่านบริบทเช่นนี้เป็นคุณสมบัติที่จำเป็นของผู้อำนวยการโรงเรียนในปัจจุบัน

สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้อง

แม้แนวคิด “ครู–ศึกษานิเทศก์–ผู้อำนวยการสถานศึกษา” จะน่าสนใจ แต่ไม่ควรสื่อสารว่า ครูเก่งมาเป็นศึกษานิเทศก์เพียง 2 ปีแล้วสามารถสมัครเป็นผู้อำนวยการได้ทันที เพราะไม่ตรงกับเงื่อนไขในหนังสือ ก.ค.ศ.

เงื่อนไขที่กำหนดไว้คือ ต้องเป็นศึกษานิเทศก์ที่มีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่า “ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ” มาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี ดังนั้น ระยะเวลาที่ปฏิบัติงานในตำแหน่งศึกษานิเทศก์ทั้งหมดกับระยะเวลาที่ดำรงวิทยฐานะชำนาญการพิเศษเป็นคนละเรื่องกัน ผู้ที่เข้าดำรงตำแหน่งศึกษานิเทศก์อาจต้องใช้เวลาในการสร้างผลงาน ผ่านการประเมิน และได้รับวิทยฐานะชำนาญการพิเศษก่อน จากนั้นจึงนับระยะเวลาในวิทยฐานะดังกล่าวให้ครบ 2 ปี

นอกจากนี้ การได้รับการเทียบเท่าคุณสมบัติเฉพาะไม่ได้ทำให้ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการโดยอัตโนมัติ ผู้สมัครยังต้องมีคุณสมบัติอื่นและผ่านกระบวนการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง หนังสือฉบับนี้จึงเป็นการเปิดสิทธิในการเข้าสู่กระบวนการ มิใช่การรับรองผลการเข้าสู่ตำแหน่ง

มาตรฐานตำแหน่งของครู ผู้บริหารสถานศึกษา และศึกษานิเทศก์ยังอยู่ภายใต้กรอบที่ ก.ค.ศ. กำหนดตาม ว3/2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติม สำนักงาน ก.ค.ศ.: ว3/2564

ระบบดึงครูเก่งเข้าสู่สายงานศึกษานิเทศก์ควรเป็นอย่างไร

หากหน่วยงานต้องการใช้เส้นทางนี้เพื่อสร้างผู้นำทางการศึกษาจริง การรับสมัครศึกษานิเทศก์ไม่ควรพิจารณาเฉพาะอายุราชการ วุฒิการศึกษา หรือความสามารถในการสอบข้อเขียน ต้องค้นหาครูที่มีผลงานในชั้นเรียนและสามารถทำให้ผู้อื่นพัฒนาตามได้

ครูเก่งที่เหมาะจะเป็นศึกษานิเทศก์ควรมีหลักฐานว่าผู้เรียนเกิดการเปลี่ยนแปลง มีความสามารถวิเคราะห์ปัญหาการเรียนรู้ และสื่อสารความรู้ทางวิชาชีพกับเพื่อนครูได้ การเป็นครูที่สอนเก่งเพียงลำพังยังไม่พอ เพราะศึกษานิเทศก์ต้องทำงานผ่านครูคนอื่น

ผมเห็นว่าระบบควรออกแบบเป็นเส้นทางพัฒนาบุคลากรที่มีลำดับชัดเจน ดังนี้

  1. คัดเลือกครูที่มีผลงานเชิงประจักษ์จากผลลัพธ์ของผู้เรียนและการพัฒนาเพื่อนครู 
  2. เตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ตำแหน่งศึกษานิเทศก์ โดยเน้นการนิเทศ การวิจัย และการวิเคราะห์ระบบโรงเรียน 
  3. มอบหมายให้ทำงานกับโรงเรียนหลายบริบท พร้อมมีพี่เลี้ยงทางวิชาชีพ 
  4. ประเมินจากการเปลี่ยนแปลงของครูและโรงเรียน มากกว่าจำนวนโครงการหรือเอกสารที่ผลิต 
  5. เมื่อมีวิทยฐานะศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษและดำรงครบตามระยะเวลาที่กำหนด จึงเปิดโอกาสให้เข้าสู่กระบวนการคัดเลือกผู้อำนวยการสถานศึกษา

หากทำเช่นนี้ ตำแหน่งศึกษานิเทศก์จะไม่ถูกมองว่าเป็นทางผ่านเพื่อสะสมคุณสมบัติ แต่เป็นช่วงเวลาฝึกปฏิบัติงานในระดับระบบอย่างจริงจัง

ความเสี่ยงที่ระบบต้องป้องกัน

ความเสี่ยงประการหนึ่งคือ บุคลากรบางส่วนอาจเข้าสู่ตำแหน่งศึกษานิเทศก์โดยมีเป้าหมายเพียงใช้เป็นเส้นทางไปสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการ เมื่อครบเงื่อนไขก็ย้ายออก ทำให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสูญเสียบุคลากรที่เพิ่งพัฒนาจนทำงานได้เต็มที่

อีกประเด็นคือ หากไม่มีระบบคัดเลือกและพัฒนาที่ดี ตำแหน่งศึกษานิเทศก์อาจกลายเป็นเพียงจุดพักระหว่างสายงาน แทนที่จะเป็นวิชาชีพที่มีองค์ความรู้และอัตลักษณ์ของตนเอง ผลที่ตามมาคืองานนิเทศขาดความต่อเนื่อง โรงเรียนไม่ได้รับการดูแลระยะยาว และศึกษานิเทศก์ที่ตั้งใจเติบโตในสายงานอาจรู้สึกว่าตำแหน่งของตนถูกใช้เป็นบันไดไปสู่งานบริหาร

ระบบจึงควรเปิดโอกาสให้เคลื่อนย้าย แต่ต้องรักษาคนที่ต้องการเติบโตในสายงานนิเทศด้วย เช่น กำหนดเส้นทางสู่ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญและเชี่ยวชาญพิเศษให้สัมพันธ์กับผลลัพธ์ของโรงเรียน สนับสนุนการวิจัยเชิงพื้นที่ และลดภาระงานธุรการที่ไม่เกี่ยวกับการนิเทศ

แนวโน้มความก้าวหน้าของศึกษานิเทศก์

หลังหนังสือ ก.ค.ศ. ฉบับนี้ ตำแหน่งศึกษานิเทศก์มีแนวโน้มได้รับความสนใจมากขึ้น เพราะมีทางเลือกทางวิชาชีพอย่างน้อยสองทิศทาง

ทิศทางแรก คือเติบโตในสายงานนิเทศไปสู่วิทยฐานะศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญและเชี่ยวชาญพิเศษ โดยสร้างองค์ความรู้ ระบบนิเทศ หรือนวัตกรรมที่เกิดผลต่อครูและผู้เรียนในวงกว้าง ปัจจุบัน ก.ค.ศ. มีหลักเกณฑ์การประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะสำหรับศึกษานิเทศก์โดยเฉพาะ รวมถึงการแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ดังกล่าว สำนักงาน ก.ค.ศ.: หลักเกณฑ์ตำแหน่งศึกษานิเทศก์และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ทิศทางที่สอง คือใช้ประสบการณ์นิเทศและวิทยฐานะตามเงื่อนไขเป็นฐานเข้าสู่การคัดเลือกผู้อำนวยการสถานศึกษา เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการกลับไปนำการเปลี่ยนแปลงในโรงเรียน โดยนำความรู้ที่ได้จากการทำงานหลายโรงเรียนมาสร้างระบบนิเทศภายใน พัฒนาครู และจัดการเรียนรู้ให้เชื่อมโยงกับปัญหาของผู้เรียน

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มที่น่าจับตาไม่ใช่เพียงจำนวนศึกษานิเทศก์ที่จะสมัครเป็นผู้อำนวยการ แต่คือการเปลี่ยนภาพลักษณ์ของตำแหน่งศึกษานิเทศก์ จากผู้ตรวจเยี่ยมและผู้ประสานนโยบาย ไปเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในระดับพื้นที่

ข้อเสนอเชิงนโยบาย

กระทรวงศึกษาธิการควรใช้โอกาสนี้ออกแบบ “ระบบสร้างผู้นำทางวิชาการ” ที่เชื่อมโยงสามสายงานเข้าด้วยกัน โดยไม่ลดทอนคุณค่าของแต่ละวิชาชีพ ครูเก่งควรได้รับโอกาสทดลองทำงานนิเทศผ่านโครงการพี่เลี้ยงหรือการปฏิบัติงานร่วมกับศึกษานิเทศก์ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนตำแหน่ง ส่วนศึกษานิเทศก์ที่ประสงค์เข้าสู่งานบริหารควรได้รับการพัฒนาเพิ่มเติมด้านงบประมาณ กฎหมาย งานบุคคล และการบริหารความเสี่ยง เพราะประสบการณ์ด้านวิชาการเพียงอย่างเดียวยังไม่ครอบคลุมภารกิจของผู้อำนวยการทั้งหมด

ในขณะเดียวกัน ต้องสร้างแรงจูงใจให้ศึกษานิเทศก์ที่มีความสามารถอยู่พัฒนางานนิเทศต่อไป มิฉะนั้น ระบบอาจดึงครูเก่งเข้าสู่งานนิเทศได้สำเร็จ แต่รักษาคนเก่งไว้ไม่ได้

หนังสือ ก.ค.ศ. ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2569 จึงควรถูกมองว่าเป็นโอกาสในการออกแบบการพัฒนาผู้นำทางการศึกษาใหม่ มากกว่ามองเป็นเพียงช่องทางเพิ่มคุณสมบัติสมัครสอบผู้อำนวยการ หากดำเนินการอย่างรอบคอบ เส้นทาง “ครู–ศึกษานิเทศก์–ผู้อำนวยการสถานศึกษา” จะสร้างผู้บริหารที่เข้าใจห้องเรียน มองเห็นระบบ และมีประสบการณ์พัฒนาครูจริง แต่หากระบบเน้นเพียงการเคลื่อนตำแหน่ง เราอาจได้ผู้สมัครผู้อำนวยการเพิ่มขึ้น โดยไม่ได้ผู้นำทางวิชาการที่โรงเรียนต้องการอย่างแท้จริง

ที่มา ว 10/2569 การกำหนดตำแหน่งอื่นที่ ก.ค.ศ. เทียบเท่าเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

https://otepc.go.th/th/content_page/download/849/5977/17.html

Comments

comments

Powered by Facebook Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ติดต่อ ดร.อนุศร หงษ์ขุนทด
error: Content is protected !!