ว13/2562 หลักเกณฑ์และวิธีการโอนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ระหว่างส่วนราชการ ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

ว13/2562 หลักเกณฑ์และวิธีการโอนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ระหว่างส่วนราชการ ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

หลักเกณฑ์และวิธีการโอนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ระหว่างส่วนราชการ ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (ส่งพร้อมหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.2/ว13ลงวันที่ 26 พฤศจิกายน 2562)

ได้มีหนังสือแจ้งไปยังทุกส่วน เพื่อให้การดำเนินการโอนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ระหว่างส่วนราชการ ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เป็นผลดีแก่ทางราชการ

โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 19 (4) มาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 ลงวันที่ 3 เมษายน 2560 ข้อ 8 (1)

ก.ค.ศ. จึงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการโอนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาระหว่างส่วนราชการ ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ไว้ดังนี้

1. ตามหลักเกณฑ์และวิธีการนี้การโอน หมายถึง การแต่งตั้ง ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู รองผู้อำนวยการสถานศึกษา ผู้อำนวยการสถานศึกษา และศึกษานิเทศก์ ของส่วนราชการหนึ่งไปดำรงตำแหน่งเดิม สังกัดส่วนราชการอื่น ในกระทรวงศึกษาธิการ

2. ให้ผู้ประสงค์ขอโอน เสนอคำร้องตามแบบที่ ก.ค.ศ. กำหนด ต่อส่วนราชการที่สังกัด เพื่อพิจารณาและส่งคำร้องให้ส่วนราชการอื่นที่ขอโอนไป

2.1 การโอนไปสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้ส่งคำร้องถึงเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา หรือปลัดกระทรวงศึกษาธิการ หรือเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาเอกชน หรือเลขาธิการ กศน. แล้วแต่กรณี

2.2 การโอนไปสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้ส่งคำร้องถึงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา หรือผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา แล้วแต่กรณี

3. การโอนไปสังกัดส่วนราชการตามข้อ 2.1 ให้หัวหน้าส่วนราชการพิจารณา หากมีอัตราว่างที่มีอัตราเงินเดือน และมิใช่เป็นตำแหน่งที่รอการเลิกหรือยุบ หรือตำแหน่งที่มีเงื่อนไขตามที่คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) กำหนด หรือตำแหน่งที่สงวนไว้ และประสงค์จะรับโอน ให้เสนออ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง พิจารณา

4. การโอนไปสังกัดส่วนราชการตามข้อ 2.2 ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา หรือผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา แล้วแต่กรณี เป็นผู้พิจารณา หากมีอัตราว่าง ที่มีอัตราเงินเดือน และมิใช่เป็นตำแหน่งที่รอการเลิกหรือยุบ หรือตำแหน่งที่มีเงื่อนไขตามที่คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) กำหนด หรือตำแหน่งที่สงวนไว้ และประสงค์จะรับโอน ให้เสนอ กศจ. พิจารณา

5. การพิจารณารับโอน ให้พิจารณาข้อมูลของผู้ขอโอนตามเอกสารหลักฐานและเงื่อนไขตามแบบคำร้องขอโอนที่ ก.ค.ศ. กำหนด โดยคำนึงถึงปริมาณงานของสถานศึกษา เหตุผลความจำเป็นความต้องการและประโยชน์ที่ทางราชการจะได้รับ และกำหนดรายละเอียดประกอบการพิจารณาได้ตามความเหมาะสม

6. กรณีผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 พิจารณาแล้วไม่รับโอน คำร้องนั้นให้ยกเลิกและแจ้งให้ส่วนราชการต้นสังกัดของผู้ขอโอน ทราบ

7. กรณีผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 พิจารณาแล้วรับโอน ให้ออกคำสั่งรับโอนมาบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเดิม วิทยฐานะและอัตราเงินเดือนเท่าเดิม และจัดส่งสำเนาคำสั่งพร้อมบัญชีรายละเอียดการรับโอน จำนวน 1 ชุด ให้สำนักงาน ก.ค.ศ. ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ออกคำสั่ง

8. การโอนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ ให้ อ.ก.ค.ศ.ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง หรือ กศจ. แล้วแต่กรณี พิจารณา หากเห็นว่าสมควรรับโอน ให้เสนอ ก.ค.ศ. พิจารณา

9. การรับโอน ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการนี้อย่างเคร่งครัด หากภายหลังตรวจสอบพบว่ามีการดำเนินการไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการนี้ หรือมีการดำเนินการโดยมิชอบใด ๆ ให้แก้ไขหรือยกเลิกคำสั่งนั้น

10. กรณีที่ไม่สามารถดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการนี้ได้ ให้เสนอ ก.ค.ศ. พิจารณา

ที่มา : หลักเกณฑ์และวิธีการโอนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ระหว่างส่วนราชการ ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

Comments

comments

ติดต่อ ดร.อนุศร หงษ์ขุนทด
error: !! ขออภัยด้วยครับ!! เว็บไซต์นี้ป้องกันการคัดลอกข้อมูลครับ ^__^ ** หากต้องการข้อมุลเพิ่มเติมโปรดติดต่อ musicmankob@gmail.com ดร.อนุศร หงษ์ขุนทด ครับ