fbpx

แนวทางการส่งเอกสารเบิกค่าใช้จ่ายในโครงการพัฒนาครูรูปแบบครบวงจร

เนื่อง ด้วย ก.ค.ศ. มีมติ (หนังสือที่ ศธ 0206.7/ว 22 ) กำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการพัฒนาข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา สายงานการสอน เข้ารับการพัฒนาอย่างเป็นระบบต่อเนื่องทุกปี

โดยให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 เป็นต้นไป และสามารถนำผลที่ผ่านการพัฒนาไปใช้เป็นคุณสมบัติ เพื่อขอมีวิทยฐานะ และเลื่อนวิทยฐานะ ได้ทุกวิทยฐานะหลักเกณฑ์ในการเข้ารับการพัฒนาตนเองมีดังนี้

1. ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยให้ประเมินตนเองตามแบบที่ ก.ค.ศ. กำหนด พร้อมทั้งจัดทำแผนการพัฒนาตนเองเป็นรายปี ตามแบบที่ส่วนราชการกำหนด และเข้ารับการพัฒนาตามแผนอย่างเป็นระบบ และต่อเนื่อง

2. ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาที่ผ่านการพัฒนาตามหลักเกณฑ์นี้ สามารถนำผลที่ผ่านการพัฒนาไปใช้เป็นคุณสมบัติ เพื่อขอมี และเลื่อนวิทยฐานะได้ทุกวิทยฐานะ และให้ถือว่าการพัฒนา ตามหลักเกณฑ์นี้เป็นการพัฒนาก่อนแต่งตั้งให้มี และเลื่อนวิทยฐานะ ตามมาตรา 80 แห่งพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2557

3. หลักสูตรการพัฒนาต้องมีองค์ประกอบด้านความรู้ ด้านทักษะ ด้านความเป็นครู และคุณลักษณะที่คาดหวัง โดยมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้

3.1 หลักสูตรที่สถาบันคุรุพัฒนารับรองตามมาตรฐานวิทยฐานะ หรือตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด

3.2 พัฒนาอย่างต่อเนื่องทุกปี ในแต่ละปี ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง แต่ไม่เกิน 20 ชั่วโมง และภายในระยะเวลา 5 ปี ต้องมีชั่วโมงการพัฒนา จำนวน 100 ชั่วโมง

***หากภายในระยะเวลา 5 ปี มีจำนวนชั่วโมงการพัฒนาไม่ครบ 100 ชั่วโมง สามารถนำจำนวนชั่วโมงการมีส่วนร่วมในชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) ส่วนที่เกิน 50 ชั่วโมงในแต่ละปี มานับรวมเป็นจำนวนชั่วโมงการพัฒนาได้

วิธีการ

1. ให้ส่วนราชการ และผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน และประสานให้ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาเข้ารับการพัฒนาอย่างเป็นระบบ และต่อเนื่อง

2. ให้ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ประเมินตนเองตามแบบที่ ก.ค.ศ. กำหนด และจัดทำแผนการพัฒนาตนเองเป็นรายปี ตามแบบที่ส่วนราชการกำหนด เสนอผู้อำนวยการสถานศึกษา พร้อมแนบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

3. ให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาตรวจสอบ และพิจารณาอนุญาตให้ข้าราชการครู และบุคลากร ทางการศึกษาเข้ารับการพัฒนา

4. ให้ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาเข้ารับการพัฒนา แล้วนำผลสำเร็จของการพัฒนาตามหลักสูตรที่สถาบันคุรุพัฒนารับรอง หรือตามที่ ก.ค.ศ. กำหนดพร้อมเอกสารหลักฐาน ลงในบันทึกประวัติการปฏิบัติงาน เสนอต่อผู้อำนวยการสถานศึกษาทุกครั้ง

5. ให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาตรวจสอบเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับหลักสูตรที่สถาบันคุรุพัฒนารับรองตามมาตรฐานวิทยฐานะ หรือตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด แล้วรับรองผลสำเร็จการพัฒนานั้น ในบันทึกประวัติการปฏิบัติงาน

** กรณีที่มีจำนวนชั่วโมงการพัฒนาไม่ครบ 100 ชั่วโมง ภายในระยะเวลา 5 ปี ให้นำจำนวนชั่วโมงการมีส่วนร่วมในชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community: PLC) ส่วนที่เกิน 50 ชั่วโมง ในแต่ละปี มานับรวมเป็นจำนวนชั่วโมงการพัฒนาให้ครบ จำนวน 100 ชั่วโมงได้ โดยให้ผู้อำนวยการสถานศึกษา ตรวจสอบจากบันทึกประวัติการปฏิบัติงานของข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา และเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง แล้วรับรองผลไว้เป็นหลักฐาน

6. กรณีที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการนี้ ให้เสนอ ก.ค.ศ. พิจารณา

แนวปฏิบัติโครงการพัฒนาครูรูปแบบครบวงจร

กลุ่มบริหารงานบุคคล

1. ต้องได้รับอนุมัติหลักสูตรที่ประสงค์เข้าอบรมแล้ว

2. ทำหนังสือขออนุญาตไปราชการนอกจังหวัด (กลุ่มบริหารงานบุคคล)

3. แนบแบบขออนุญาตใช้รถยนต์ส่วนบุคคล (กรณีขอใช้รถยนต์ส่วนบุคคล)

กลุ่มบริหารงานการเงินและสินทรัพย์

แบ่งออกเป็น 2 กรณี ดังนี้

กรณียืมเงินราชการ

ในการทำสัญญายืมเงิน หากข้าราชการครูในโรงเรียน ไปอบรมหลักสูตรเดียวกัน สถานที่จัดอบรมที่เหมือนกัน วันที่อบรมวันเดียวกัน ขอให้รวมกันเป็น 1 สัญญายืม ดังนี้

1. การยื่นเรื่องขอยืมเงินราชการต้องยื่นก่อนไปราชการ อย่างน้อย 7 วันทำการ

2. เอกสารประกอบการยืมเงินราชการ (โหลด)

3. หนังสือนำส่งจากโรงเรียน

4. บันทึกข้อความขออนุมัติเงินยืม จำนวน 1 ชุด   (โหลด)

5. สัญญาการยืมเงิน จำนวน 2 ชุด (โหลด)

6. ประมาณการค่าใช้จ่าย จำนวน 2 ฉบับ (โหลด)

7. สำเนาโครงสร้างหลักสูตรที่อนุมัติแล้วในระบบ จำนวน 1 ชุด

8. เอกสารประกอบการส่งใช้เงินยืมราชการ  (โหลด)

9. บันทึกข้อความขอส่งหลักฐานล้างหนี้เงินยืมราชการ

10. ใบเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ แบบ 8708 ส่วนที่ 1 (โหลด)

11. หลักฐานการจ่ายเงินค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ แบบ 8708 ส่วนที่ 2 (กรณีเป็นหมู่คณะ) (โหลด)

12. ใบเสร็จรับเงิน+FOLIO (กรณีมีค่าที่พัก) ตัวอย่าง

13. ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน บก 111. (กรณีมีค่าพาหนะ)   (โหลด)

– ถ้าใช้รถยนต์ส่วนตัวในการเดินทางไปราชการ (ให้แนบบันทึกขออนุมัติใช้รถยนต์ส่วนตัว)  (โหลด)

– พิมพ์รายละเอียด (เว็บไซค์กรมทางหลวง หรือ Google Map)

14. สำเนาเอกสารการอนุญาตไปราชการ/สำเนาหนังสือจาก สพป.  (โหลด)

15. สำเนาหลักสูตรที่อนุมัติแล้วในระบบ

*การยืมเงินเพื่อเดินทางไปราชการจะต้องส่งใช้ใบสำคัญล้างภายใน 15 วันหลังจากกลับมาถึง

*การยืมเงิน หากไม่ส่งใช้ใบสำคัญภายในกำหนด สพป.ดำเนินการหักเงินเดือน ณ ที่จ่ายเพื่อชดใช้เงินยืม

กรณีขอเบิกเงิน

เอกสารประกอบการเบิกเงิน ให้ส่งหลักฐานขอเบิกหลังจากเดินทางกลับจากไปราชการแล้ว)

1. หนังสือนำส่งโรงเรียน

2. ใบเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ (แบบ 8708 ส่วนที่ 1 และแผ่นที่ 2)(โหลด)

3. หลักฐานการจ่ายเงินค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ (กรณีไปเป็นหมู่คณะ)  (โหลด)

4. ใบเสร็จรับเงิน+FOLIO (กรณีมีค่าที่พัก) ตัวอย่าง

5. ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน บก 111. (กรณีมีค่าพาหนะ) (โหลด)

– ถ้าใช้รถยนต์ส่วนตัวในการเดินทางไปราชการ (ให้แนบบันทึกขออนุมัติใช้รถยนต์ส่วนตัว) (โหลด)

– พิมพ์รายละเอียด (เว็บไซค์กรมทางหลวง หรือ Google Map)

6. สำเนาเอกสารการอนุญาตไปราชการ/หนังสือแจ้งจาก สพป.  (โหลด)

 

รายละเอียดการส่งเอกสารเบิกค่าใช้จ่ายโครงการพัฒนาครูรูปแบบครบวงจร

กรณียืมเงิน

ในการทำสัญญายืมเงิน หากข้าราชการครูในโรงเรียน ไปอบรมหลักสูตรเดียวกัน สถานที่จัดอบรมที่เหมือนกัน วันที่อบรมวันเดียวกัน ขอให้รวมกันเป็น 1 สัญญายืม ดังนี้

1. หนังสือราชการขอยืมเงิน

2. สัญญายืมเงิน จํานวน 3 ฉบับ

– ตัวแทนของผู้เข้ารับการอบรมในการยืมเงินค่าลงทะเบียน ค่าที่พัก ค่าพาหนะ : 1 สัญญาต่อโรงเรียน (หลักสูตรเดียวกัน หรือต่างหลักสูตรแต่วันที่อบรมใกล้เคียงกัน) จัดส่งสัญญายืมเงินล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 7 วันทําการ ก่อนถึงวันอบรม

3. ใบลงทะเบียนอบรม คนละ 3 ฉบับ

4. รายละเอียดหลักสูตร คนละ 3 ฉบับ

5. บัญชีรายชื่อผู้ลงทะเบียนเข้ารับการอบรม จํานวน 3 ฉบับ

6. บันทึกขออนุมัติเดินทางไปราชการ จํานวน 1 ฉบับ (กรณีหลักสูตรเดียวกัน)

กรณีส่งใช้เงินยืม

1. หนังสือราชการขอส่งใช้หลักฐานการยืมเงิน (โหลด)

2. ใบเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ส่วนที่ 1 และส่วนที่ 2 (กรณีเดินทางเป็นหมู่คณะ) (โหลด)

3. ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน (แบบ บก.111)  (โหลด)

4. ใบเสร็จรับเงินค่าลงทะเบียน

5. ใบเสร็จรับเงินค่าที่พัก

6. ให้ผู้ยืมส่งหลักฐานการจ่ายและเงินเหลือจ่ายที่ยืมไป (ถ้ามี) ภายใน 15 วัน นับจากวันกลับมาถึง

กรณีส่งเบิก (ไม่ได้ยืมเงิน)

1. หนังสือราชการขอเบิกเงิน (โหลด)

2. ใบลงทะเบียนอบรม คนละ 1 ฉบับ

3. รายละเอียดหลักสูตร คนละ 1 ฉบับ

4. บันทึกขออนุมัติเดินทางไปราชการ จํานวน 1 ฉบับ (กรณีหลักสูตรเดียวกัน)  (โหลด)

5. ใบเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ส่วนที่ 1 และส่วนที่ 2 (กรณีเดินทางเป็นหมู่คณะ)   (ตัวอย่าง)

7. ใบเสร็จรับเงินค่าลงทะเบียน

8. ใบเสร็จรับเงินค่าที่พัก

ที่มา
แนวทางการปฏิบัติงาน ตามโครงการพัฒนาครูรูปแบบครบวงจร ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2561

Comments

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published.

error: Content is protected !!