แนวทางการเบิกจ่ายเงินยืมเงิน และค่าใช้จ่ายในการอบรมครูผู้เข้ารับการพัฒนา (คูปองครู)

แนวปฏิบัติในการเบิกจ่ายเงิน/ยืมเงิน ค่าใช้จ่ายในการอบรมครูผู้เข้ารับการพัฒนา (คูปองครู)

ในการเดินทางเข้ารับการอบรมคูปองครู จะต้องมีการขอยืมเงินค่าอบรม ค่าอาหาร และค่าเดินทาง โดยต้องส่งเอกสารต่าง ๆ มายังเขตพื้นที่ โดยส่วนใหญ่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจะเปิดให้ มีการยืมเงินให้ยืมล่วงหน้า 7 วัน ก่อนวันเข้ารับการอบรมนับแต่เอกสารถึงเขต เขตต้องใช้เวลา ตรวจสอบ เสนอผู้มีอนุมัติยืมเงิน วางฎีกาเบิกจ่ายใน GFMIS 3 วัน กรมบัญชีกลางโอนเงินเข้า บัญชีเขต เขตขออนุมัติเขียนเช็คสั่งจ่ายผู้ยืม โดยครูควรดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้

1. สำเนาสัญญา และแบบประมาณการ จำนวน 2 ชุด การประมาณการยืมเงินสามารถทำได้ ดังนี้

1.1 ค่าเบี้ยเลี้ยง

กรณีที่อบรมอยู่ไกลจากบ้านพักต้องใช้เวลาเดินทางเกิน 32 ชั่วโมง ให้ประมาณการเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงได้ 1 วัน

ส่วน…ระหว่างอบรม  ผู้จัดเลี้ยงอาหารมื้อกลางวันมื้อเดียว ให้เบิกค่าเบี้ยเลี้ยงระหว่างอบรมได้ 2 ใน 3

ถ้า…โรงแรมที่พักเลี้ยงอาหารเข้า เบิกได้ 1 ใน 3 เช่น ผู้จัดเลี้ยงอาหารกลางวันมื้อเดียว โรงแรมไม่เลี้ยงอาหารมื้อเช้า เบิกได้วันละ 160 (240*2/3)

ค่าเบี้ยเลี้ยงหลังจากอบรมไม่สามารถเบิกได้ เช่น อบรม 5-6 ส.ค.60 เดินทางกลับ 7 ส.ค.60 ในวันที่ 7 ไม่ให้เบิกค่าเบี้ยเลี้ยง

1.2 ค่าพาหนะ ให้เบิกในอัตราค่ารถโดยสารประจำทาง

กรณีไปเป็นหมู่คณะแล้วใช้รถส่วนตัว ไปให้ชี้แจงว่าค่าใช้จ่ายถูกกว่าอัตราค่ารถโดยสารประจำทางรวมกัน เช่น ค่ารถรับจ้าง จากบ้านไปสถานีขนส่ง ค่ารถโดยสารประจำทางจากสถานีขนส่งไป สถานีขนส่งปลายทาง ค่ารถรับจ้างจากสถานีปลายทางไปที่พัก (ไป-กลับ)

ส่วน…ค่ารถระหว่างที่พักกับที่อบรมให้เบิกรถโดยสารประจำทางเท่านั้น เบิกรถรับจ้างไม่ได้

ถ้า…ไปไม่พักเทียวกลับบ้านทุกวัน ก็เบิกได้ในอัตราค่ารถโดยสารประจำทางเท่านั้นเบิกรถรับจ้างไม่ได้

1.3 ค่าที่พัก

กรณีไปหมู่คณะให้พักห้องคู่ในอัตราไม่เกิน 1,200 บาท

หาก…ไปคนเดียว  ให้พักเดี่ยวได้ไม่เกินอัตรา 1,200 บาท

กรณี…พักคู่ร่วมกับเพื่อนโรงเรียนอื่น ในใบเสร็จรับเงินให้ระบุชื่อ 2 คน ถ่ายเอกสารมาเบิกครึ่งหนึ่งของที่จ่ายได้

1.4 ค่าลงทะเบียนตามอัตราที่ผู้จัดเรียกเก็บ

หลักฐานที่ใช้เบิกจ่ายเงินต้องเป็นใบเสร็จรับเงินของส่วนราชการ/เอกชน/มหาวิทยาลัย ผู้จัด

กรณี...เป็นบุคคลธรรมดา เช่น ผู้รับบำนาญก็ให้ออกใบเสร็จรับเงินในนามผู้จัด มีที่อยู่ในหัวใบเสร็จรับเงิน

2. หลักสูตรที่เข้ารับการอบรม (ตัวหลักสูตร/โครงการทั้งหมด รายละเอียดที่ลงทะเบียน รายละเอียดของค่าใช้จ่ายที่ส่วนผู้จัดเก็บว่าเป็นค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง เช่น ค่าอาหาร อาหารว่าง ค่าที่พัก ค่าเดินทาง ฯลฯ)

3. สำเนาหนังสือขออนุญาตไปราชการ (หากเขายังไม่อนุมัติในระบบ ให้สำเนาหนังสือของโรงเรียนที่แจ้งขออนุมัติไปราชการถึงเขตก่อนก็ได้)

4. จัดทำหนังสือนำส่ง ส่งให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

5. หากผู้รับการอบรมหลักสูตรเดียวกัน และไปพร้อมกันให้รวมยืมเงินมาสัญญาเดียวโดยให้คนใดคนหนึ่งที่ไปเป็นผู้ยืม

6. ผู้ที่ลงทะเบียน และได้รับการยืนยันเข้ารับการอบรมเรียบร้อยแล้ว ที่อยู่ระหว่างเดือนกันยายน 2560 ให้…ยืมเงินเข้ามาที่เขตได้เลยทั้งหมด

กรณีคาบเกี่ยวปีงบประมาณ คือ 30 ก.ย. 2560 – 2 ต.ค. 2560 สามารถ ยืมเงินปีงบประมาณ 2560

แต่…ถ้ามีการติดตามหลังจากนี้ไม่สามารถยืมเงินในปี 2560 ได้ เช่น ติตตามหลักสูตรเต็ม ในวันที่ 10 ต.ค. 2560 ไม่สามารถเบิกเงินงบประมาณ 2560 ได้

การส่งหลักฐานเพื่อเบิกจ่ายเงิน(กรณีสำรองเงินไปก่อน)/ส่งใช้เงินยืม

1. เขียนรายงานการเดินทาง (แบบ 8708

กรณีไปคนเดียวใช้เฉพาะส่วนที่ 1

กรณีไปหลายคน ให้ใช้ทั้งส่วนที่ 1 และ 2 ด้านบนหน้า 2 ให้การเงินลงลายมือชื่อได้ตรวจสอบ และในช่องอนุมัติให้จ่ายได้ให้ผู้บริหารโรงเรียนลงลายมือชื่อ

กรณีเบิกคนเดียว/การยืมเงิน ในหน้า 2 ให้ผู้เบิก/ผู้ยืมลงสายมือชื่อรับเงินด้วย

หากไปเป็นหมู่คณะในส่วน 2 ให้ทุกคนสงรายมือชื่อในซ่องผู้รับเงิน ช่องผู้จ่ายเงินให้ผู้ยืมลงลายมือชื่อผู้จ่ายเงินด้วย

2. แนบหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

2.1 ค่าลงทะเบียน

หลักฐานที่ใช้เบิกจ่ายเงินต้องเป็นใบเสร็จรับเงินของส่วนราชการ/หน่วยงาน รัฐ/โรงเรียนมหาวิทยาลัยเอกชน/ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา เช่น ผู้รับบำนาญที่ให้ออกใบเสร็จรับเงินในนามผู้จัดมีที่อยู่ในหัวใบเสร็จรับเงิน

2.2 ค่าพาหนะ

กรณีค่ารถโดยสารประจำทาง แนบ บก.111 ครูระดับปฏิบัติการให้ชี้แจงตามแบบว่ามีความจำเป็นต้องเหมารถรับจ้าง บก.111

หาก…เป็นรถยนต์ส่วนตัวเบิกชดเชยน้ำมัน (กรณีไปเป็นหมู่คณะถูกว่าอัตรารถโดยสารประจำทางรวมกัน) ให้แนบ บก.111 และบันทึกขออนุมัติเบิกชดเชยน้ำมัน

กรณีเขียนรายงานเดินทางรวมกันชุดเดียว ให้แนบ บก.111 และขออนุมัติเบิกชดเชยเป็น รายบุคคล

2.3 ค่าที่พัก ให้แนบใบเสร็จรับเงินของโรงแรมเท่านั้น (ตัวจริงกรณีแยกกันเบิกถ่ายเอกสารได้)

หากเดินทางเป็นหมู่คณะให้พักในอัตราห้องละไม่เกิน 1,200 บาท (ออกใบเสร็จรับเงินให้โรงแรมใส่ ชื่อ 2 คน)

หากมีเศษ ให้สามารถพักเดี่ยวได้ในอัตราห้องละ ไม่เกิน 1,200 บาท โดยเบิกเท่าที่จ่ายจริง

กรณีผู้จัดจัดอมรมที่โรงแรมให้พิจารณาพักในโรงแรมที่อบรมเป็นอันดับแรกและให้หาคู่พัก และ เบิกจ่ายในอัตราห้องคู่ ถึงแม้จะไปจากโรงเรียนคนเดียวก็ตาม หลักฐานการเบิกให้ตัวจริง 1 คน ถ่าย เอกสาร 1 คน ใบเสร็จต้องใส่ชื่อทั้ง 2

กรณีที่ผู้จัดอบรมได้รวมค่าที่พักไว้ในค่าลงทะเบียนแล้ว ผู้รับการอบรมต้องพักที่ผู้จัดอบรมจัดไว้ให้ หากไม่พักไปพักที่อื่นไม่สามารถเบิกค่าที่พักได้อีก

** ยกเว้นกรณีวันเดินทางที่ผู้จัดอบรมยังไม่จัดให้ เข้าพักที่จัดไว้ให้ สามารถเบิกได้ 

3. หลักฐานอื่น

3.1 หลักสูตรที่ไปอบรมอบรม

– ตัวหลักสูตร/โครงการทั้งหมด

– รายละเอียดที่มีชื่อผู้ลงทะเบียนในระบบ

– รายละเอียดของค่าใช้จ่ายที่ส่วนผู้จัดเก็บว่าเป็นค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง เช่น ค่าอาหาร อาหารว่าง ค่าที่พัก ค่าเดินทาง ฯลฯ)

** ถึงแม้ตอนยืมเงินจะแนบมาแล้วให้แนบใหม่ เพราะเขตแนบการจ่ายเงินตอนยืมเงินไปแล้วไม่สามารถนำมาแนบเรื่องส่งใช้เงินยืมใต้อีก

3.2 หนังสือขออนุญาตไปราชการ

ภายในเขตพื้นที่เป็นอำนาจผู้อำนวยการโรงเรียน

หากนอกเขตพื้นที่ เป็นอำนาจผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ทั้งหนังสือที่อนุญาตจากเขต และหนังสือที่โรงเรียนขออนุญาตในระบบมาด้วย เพราะรายละเอียดที่เขตอนุมัติไม่มีชื่อคน

4. จัดทำหนังสือราชการเพื่อขอเบิกเงิน โดยระบุจำนวนเงินที่ขอเบิกให้ถูกต้อง

5. กรณีส่งใช้เงินยืมหลักฐาน เช่นเดียวกับการส่งหลักฐานเบิกจ่ายเงิน แต่หนังสือนำส่งให้ระบุส่งใช้เงินคูปองของใคร จำนวนเงินเท่าไหร่ (ตามหลักฐานการส่งใช้เงินยืม)

กรณีมีเงินเหลือ ต้องคืนเป็นเงินสดพร้อมการ ส่งใช้เงินยืม/หากระยะทางไกลจากเขต อาจโอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร

6. ให้ผู้เข้ารับการอบรมส่งหลักฐานเบิกจ่าย/ส่งใช้เงินยืมทันที่ที่กลับจากการอบรม

ที่มา : สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34

Comments

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published.

error: Content is protected !!