เอกสารประกอบการบรรยายภาคปฏิบัติ: การออกแบบบทเรียนดิจิทัลเชิงบูรณาการด้วย TPACK & SAMR Model
บทนำ
ในยุคสมัยแห่งความผันผวนทางเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของภูมิทัศน์การศึกษาทั่วโลก ครูและบุคลากรทางการศึกษาต่างเผชิญกับความท้าทายในการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การจัดการเรียนรู้ การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล (Digital Transformation) มิใช่เพียงการนำอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ตเข้ามาสู่ห้องเรียนเท่านั้น แต่เป็นการบูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับเนื้อหาวิชาและศาสตร์การสอนอย่างกลมกลืน เพื่อยกระดับผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนให้มีสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 การออกแบบการเรียนรู้ในปัจจุบันจึงต้องอาศัยกรอบแนวคิดที่เข้มแข็งและผ่านการพิสูจน์แล้วว่าสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง กรอบแนวคิด TPACK (Technological Pedagogical Content Knowledge) และ SAMR Model (Substitution, Augmentation, Modification, Redefinition) จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในฐานะเข็มทิศนำทางให้ครูสามารถออกแบบบทเรียนที่ไม่เพียงแต่น่าสนใจ แต่ยังทรงประสิทธิภาพและตอบสนองต่อเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพครู โดยเฉพาะระบบการประเมินวิทยฐานะแบบข้อตกลงในการพัฒนางาน (Performance Agreement: PA) ของประเทศไทย ซึ่งเน้นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงกับผู้เรียนเป็นสำคัญ 1
เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นคู่มือเชิงลึกและเอกสารประกอบการบรรยายภาคปฏิบัติ สำหรับครูผู้สอน ศึกษานิเทศก์ และผู้บริหารสถานศึกษา ที่ต้องการยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้ โดยมุ่งเน้นการสังเคราะห์องค์ความรู้จากงานวิจัยและแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) เพื่อนำเสนอแนวทางการออกแบบบทเรียนดิจิทัลที่บูรณาการเทคโนโลยี Google Workspace for Education และปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่าง Gemini เข้ากับรูปแบบการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่หลากหลาย ทั้ง 7 รูปแบบ ได้แก่ Deductive Learning, Storyline Method, 5E Instructional Model, Scenario-based Learning, Resource-based Learning, Game-based Learning และ 5W1H เพื่อให้ครูสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์ห้องเรียนคุณภาพที่ตอบโจทย์ตัวชี้วัดที่ 1.2 และ 1.3 ของเกณฑ์ PA ได้อย่างสมบูรณ์ 4
บทที่ 1: กรอบแนวคิด TPACK และความเชื่อมโยงกับเกณฑ์ PA (ตัวชี้วัดที่ 1.2 และ 1.3)
การจัดการศึกษาที่มีคุณภาพในยุคดิจิทัลจำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจที่ลึกซึ้งในปฏิสัมพันธ์ระหว่างองค์ความรู้หลักสามด้าน การบูรณาการเทคโนโลยีไม่ใช่กระบวนการที่แยกส่วนจากเนื้อหาหรือวิธีการสอน แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน บทนี้จะเจาะลึกถึงโครงสร้างของโมเดล TPACK และวิเคราะห์ความสอดคล้องกับเกณฑ์การประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครู (วPA) เพื่อให้เห็นภาพรวมของการนำทฤษฎีไปสู่การปฏิบัติ
การสังเคราะห์กรอบแนวคิด TPACK (Technological Pedagogical Content Knowledge)
TPACK Model ซึ่งพัฒนาต่อยอดมาจากแนวคิด PCK (Pedagogical Content Knowledge) ของ Shulman โดย Mishra และ Koehler (2006) เป็นกรอบแนวคิดที่อธิบายความรู้ที่จำเป็นสำหรับครูในการบูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ โมเดลนี้ไม่ได้มองเทคโนโลยีเป็นเพียงเครื่องมือเสริม (Add-on) แต่มองว่าเป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่ต้องทำงานร่วมกับความรู้ด้านเนื้อหาและวิธีการสอน 1
องค์ประกอบหลักของ TPACK
TPACK ประกอบด้วยวงกลมแห่งความรู้ 3 วงที่ซ้อนทับกัน ก่อให้เกิดพื้นที่ความรู้ใหม่ 7 ส่วน ดังนี้
- Content Knowledge (CK): ความรู้ในเนื้อหาวิชา CK คือความรู้ความเข้าใจที่ถ่องแท้ในสาระวิชาที่ครูรับผิดชอบสอน รวมถึงข้อเท็จจริง มโนทัศน์ ทฤษฎี และกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ในสาขาวิชานั้นๆ ครูที่มี CK สูงจะสามารถวิเคราะห์โครงสร้างของเนื้อหา จัดลำดับความยากง่าย และเชื่อมโยงความรู้ย่อยเข้าด้วยกันได้อย่างเป็นระบบ หากขาด CK ที่แข็งแรง การบูรณาการเทคโนโลยีอาจกลายเป็นการนำเสนอข้อมูลที่ผิดพลาดหรือตื้นเขิน 6
- Pedagogical Knowledge (PK): ความรู้ด้านศาสตร์การสอน PK ครอบคลุมความรู้เกี่ยวกับกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน พัฒนาการตามวัย ทฤษฎีการศึกษา (เช่น Constructivism, Behaviorism) เทคนิคการจัดการชั้นเรียน การออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ และการวัดประเมินผล ครูที่มี PK จะเข้าใจว่าผู้เรียนสร้างองค์ความรู้ได้อย่างไร และสามารถเลือกใช้วิธีการสอนที่เหมาะสมกับบริบทของผู้เรียนที่หลากหลาย 6
- Technological Knowledge (TK): ความรู้ด้านเทคโนโลยี ในบริบทของ TPACK ความรู้ด้านเทคโนโลยีไม่ได้หมายถึงเพียงทักษะทางคอมพิวเตอร์ขั้นพื้นฐาน (Computer Literacy) แต่หมายถึงความเข้าใจที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับเครื่องมือดิจิทัล แพลตฟอร์ม ซอฟต์แวร์ และฮาร์ดแวร์ รวมถึงความสามารถในการเรียนรู้และปรับตัวต่อเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI), ความเป็นจริงเสมือน (VR), หรือระบบบริหารจัดการการเรียนรู้ (LMS) ความรู้ด้าน TK ยังรวมถึงความตระหนักในข้อจำกัดและศักยภาพของเทคโนโลยีแต่ละประเภท 6
การบูรณาการข้ามศาสตร์ (The Intersections)
หัวใจสำคัญของ TPACK อยู่ที่จุดตัดของวงกลมทั้งสาม ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการบูรณาการความรู้
- Pedagogical Content Knowledge (PCK): ความรู้ในการสอนเนื้อหาเฉพาะทาง เป็นความสามารถในการแปลงเนื้อหาวิชาให้อยู่ในรูปแบบที่ผู้เรียนเข้าใจได้ง่าย ผ่านการยกตัวอย่าง การเปรียบเทียบ หรือการใช้สื่อการสอนที่เหมาะสมกับเนื้อหานั้นๆ
- Technological Content Knowledge (TCK): ความรู้ความเข้าใจว่าเทคโนโลยีสามารถสร้างนำเสนอเนื้อหาใหม่ๆ หรือเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของเนื้อหาวิชาได้อย่างไร เช่น การใช้ซอฟต์แวร์เรขาคณิตพลวัต (Dynamic Geometry Software) ทำให้ผู้เรียนเห็นความสัมพันธ์ของรูปทรงที่วาดบนกระดาษไม่ได้ หรือการใช้ Simulation เพื่อแสดงปฏิกิริยาเคมีในระดับโมเลกุล 2
- Technological Pedagogical Knowledge (TPK): ความรู้เกี่ยวกับศักยภาพของเทคโนโลยีในการเปลี่ยนแปลงวิธีการสอน เช่น การใช้กระดานสนทนาออนไลน์ (Discussion Board) เพื่อขยายเวลาการอภิปรายนอกห้องเรียน หรือการใช้เครื่องมือประเมินผลแบบเรียลไทม์ (Real-time Assessment Tools) เพื่อตรวจสอบความเข้าใจและให้ข้อมูลป้อนกลับทันที 1
- TPACK (Technological Pedagogical Content Knowledge): จุดสูงสุดของการบูรณาการ คือความเข้าใจที่ซับซ้อนในการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม (TK) เพื่อสอนเนื้อหาเฉพาะ (CK) ผ่านวิธีการสอนที่มีประสิทธิภาพ (PK) เพื่อแก้ปัญหาการเรียนรู้และส่งเสริมความเข้าใจของผู้เรียนอย่างแท้จริง 2
ความสอดคล้องกับเกณฑ์ PA ตัวชี้วัดที่ 1.2 และ 1.3
ระบบการประเมินวิทยฐานะเกณฑ์ใหม่ (ว9/2564 หรือ วPA) ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติงานจริงในห้องเรียนและการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โดยในด้านที่ 1 ด้านการจัดการเรียนรู้ มีความสอดคล้องโดยตรงกับกรอบแนวคิด TPACK
ตัวชี้วัดที่ 1.2 การออกแบบการจัดการเรียนรู้ (Designing Learning Units)
ตัวชี้วัดนี้กำหนดให้ครูต้องมีความสามารถในการจัดทำและพัฒนาหน่วยการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับคำอธิบายรายวิชา ธรรมชาติของสาระการเรียนรู้ และบริบทของสถานศึกษาและผู้เรียน กิจกรรมการเรียนรู้ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพ
การวิเคราะห์ผ่านมุมมอง TPACK: การออกแบบหน่วยการเรียนรู้ที่ดีต้องอาศัย CK ในการวิเคราะห์มาตรฐานและตัวชี้วัดเพื่อกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ (Learning Objectives) อาศัย PK ในการคัดเลือกรูปแบบการสอน (เช่น Active Learning) และอาศัย TK ในการเลือกสื่อและแหล่งเรียนรู้ดิจิทัลที่สอดคล้องกับเนื้อหาและกิจกรรม การออกแบบที่ดียังต้องคำนึงถึง TCK (เทคโนโลยีที่ช่วยขยายกรอบเนื้อหา) และ TPK (เทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกในกิจกรรม) เพื่อให้หน่วยการเรียนรู้นั้นมีความสมบูรณ์ 5
ตัวชี้วัดที่ 1.3 การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ (Organizing Learning Activities)
ตัวชี้วัดนี้เน้นการอำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ (Facilitation) และการส่งเสริมผู้เรียนให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ พัฒนาคุณภาพงาน และทำงานร่วมกัน
การวิเคราะห์ผ่านมุมมอง TPACK: ในขั้นการนำแผนไปสู่การปฏิบัติ ครูต้องใช้ TPK อย่างเข้มข้นในการบริหารจัดการชั้นเรียนผ่านเครื่องมือดิจิทัล เช่น การใช้ Google Classroom ในการแจกจ่ายใบงานและเก็บรวบรวมชิ้นงาน การใช้แอปพลิเคชันสุ่มผู้เรียนเพื่อตอบคำถาม หรือการใช้ AI ในการให้ข้อมูลป้อนกลับเบื้องต้น การจัดกิจกรรมที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (Student-centered) ตามเกณฑ์ PA ต้องอาศัยการบูรณาการ TPACK เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีความหมาย 4
ตารางที่ 1.1: ความสัมพันธ์ระหว่าง 8 ตัวชี้วัดคุณภาพการจัดการเรียนรู้ (PA) กับการประยุกต์ใช้ TPACK
| ตัวชี้วัดคุณภาพการจัดการเรียนรู้ (PA Indicator) | การประยุกต์ใช้ TPACK ในการออกแบบและปฏิบัติ |
| 1. ผู้เรียนสามารถเข้าถึงสิ่งที่เรียนและเข้าใจบทเรียน | (TCK) ใช้เทคโนโลยี Simulation หรือ AR/VR อธิบายมโนทัศน์ที่เป็นนามธรรมให้เป็นรูปธรรม เพื่อลดภาระทางปัญญา (Cognitive Load) |
| 2. ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้หรือประสบการณ์เดิม | (PK+TK) ใช้แพลตฟอร์ม Quiz (เช่น Kahoot, Quizizz) เพื่อทบทวนความรู้เดิมอย่างสนุกสนาน หรือใช้ Digital Mind Map เชื่อมโยงมโนทัศน์ |
| 3. ผู้เรียนได้สร้างความรู้เองหรือสร้างประสบการณ์ใหม่ | (TPACK) ออกแบบกิจกรรม Project-based Learning ที่ให้นักเรียนใช้เครื่องมือดิจิทัลในการสืบค้น (TK), วิเคราะห์ข้อมูล (CK), และสร้างชิ้นงาน (PK) |
| 4. ผู้เรียนได้รับการกระตุ้นและเกิดแรงจูงใจในการเรียนรู้ | (TPK) ใช้ Gamification หรือ Storytelling ผ่านสื่อมัลติมีเดีย เพื่อดึงดูดความสนใจและสร้างความท้าทายที่เหมาะสม |
| 5. ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทักษะความเชี่ยวชาญ | (CK+TK) ใช้ซอฟต์แวร์เฉพาะทาง (เช่น GeoGebra, Coding editors) เพื่อฝึกทักษะปฏิบัติที่ตรงกับธรรมชาติของวิชา |
| 6. ผู้เรียนได้รับข้อมูลสะท้อนกลับเพื่อปรับปรุงการเรียนรู้ | (TPK) ใช้ฟีเจอร์ Comment ใน Google Docs เพื่อให้ Feedback รายบุคคลแบบ Real-time หรือใช้ AI ช่วยตรวจสอบความถูกต้องเบื้องต้น |
| 7. ผู้เรียนได้รับการพัฒนาการเรียนรู้ในบรรยากาศที่เหมาะสม | (PK+TK) สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางดิจิทัล (Psychological Safety) ผ่านกระดานสนทนาออนไลน์หรือแอปพลิเคชันที่เน้นการมีส่วนร่วมโดยไม่เปิดเผยตัวตน (Anonymity) |
| 8. ผู้เรียนสามารถกำกับการเรียนรู้และมีการเรียนรู้แบบนำตนเอง | (TK) ใช้ LMS หรือ Checklist ออนไลน์ให้นักเรียนวางแผน ติดตามความก้าวหน้า และสะท้อนผลการเรียนรู้ของตนเอง (Metacognition) |
บทที่ 2: การจัดการเรียนรู้เชิงรุก 7 แบบ (Active Learning Models)
เพื่อให้การนำ TPACK ไปสู่การปฏิบัติมีความชัดเจนและเป็นรูปธรรม การเลือกใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ (Instructional Models) ที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งจำเป็น บทนี้จะนำเสนอการสังเคราะห์รูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก 7 รูปแบบ ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล พร้อมทั้งตัวอย่างการประยุกต์ใช้ในรายวิชาต่างๆ อย่างละเอียด
การจัดการเรียนรู้แบบนิรนัย (Deductive Learning)
การจัดการเรียนรู้แบบนิรนัย คือกระบวนการสอนที่เริ่มจากการนำเสนอกฎ ทฤษฎี หรือหลักการทั่วไปก่อน (General Principle) แล้วจึงเชื่อมโยงไปสู่ตัวอย่างรูปธรรม หรือการนำไปประยุกต์ใช้ (Specific Examples) วิธีนี้มักถูกมองว่าเป็นวิธีแบบดั้งเดิม แต่เมื่อบูรณาการกับการเรียนรู้เชิงรุกและเทคโนโลยี จะช่วยเสริมสร้างความเข้าใจเชิงมโนทัศน์ที่แม่นยำและรวดเร็ว 9
กระบวนการ
- ขั้นนำเสนอกฎ (Rule Presentation): ครูนำเสนอทฤษฎีหรือสูตรอย่างชัดเจน
- ขั้นอธิบายและยกตัวอย่าง (Clarification): ใช้สื่อดิจิทัลหรือตัวอย่างประกอบเพื่อขยายความ
- ขั้นตรวจสอบความเข้าใจ (Verification): ให้ผู้เรียนทดสอบกฎกับสถานการณ์ใหม่ๆ
- ขั้นประยุกต์ใช้ (Application): ผู้เรียนนำกฎไปแก้ปัญหาที่ซับซ้อนขึ้น
ตัวอย่างวิชา (วิทยาศาสตร์ข้อมูล/คณิตศาสตร์): การสอนเรื่อง “สถิติเชิงพรรณนา” (Descriptive Statistics)
กิจกรรม: ครูอธิบายสูตรค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) จากนั้นให้นักเรียนใช้ Google Sheets 11 ในการนำเข้าชุดข้อมูลจริง (เช่น ข้อมูลอุณหภูมิโลกย้อนหลัง 50 ปี) และใช้สูตรคำนวณเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของทฤษฎี ผู้เรียนจะได้เห็นผลลัพธ์ทันทีจากการเปลี่ยนแปลงข้อมูล (Data Manipulation) ซึ่งเป็นการยืนยันความเข้าใจในกฎทางคณิตศาสตร์ผ่านเครื่องมือเทคโนโลยี
การจัดการเรียนรู้แบบเดินเรื่อง (Storyline Method)
Storyline Method เป็นการบูรณาการหลักสูตรที่ใช้ “เรื่องราว” (Narrative) เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนกิจกรรมการเรียนรู้ โดยผูกร้อยเนื้อหาจากหลายวิชาเข้าด้วยกันผ่านเหตุการณ์ที่ต่อเนื่องกัน ผู้เรียนจะสวมบทบาทเป็นตัวละครในเรื่องและต้องแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นตามลำดับเส้นเรื่อง (Episodes) 13
องค์ประกอบสำคัญ: ฉาก (Setting), ตัวละคร (Characters), วิถีชีวิต (Way of Life), และเหตุการณ์สำคัญ (Incidents/Key Questions).
กระบวนการ: ครูและนักเรียนร่วมกันสร้างฉากและตัวละคร จากนั้นครูจะป้อนสถานการณ์หรือคำถามหลัก (Key Questions) เพื่อนำไปสู่กิจกรรมการเรียนรู้ในแต่ละตอน
ตัวอย่างวิชา (สังคมศึกษา/บูรณาการ): หัวข้อ “การสร้างอาณานิคมบนดาวอังคาร” (Mars Colonization)
- Episode 1 (วิทยาศาสตร์): ศึกษาสภาพแวดล้อมดาวอังคารเพื่อออกแบบฐานที่มั่น (ใช้ Google Earth/Mars Mode)
- Episode 2 (สังคม/หน้าที่พลเมือง): สร้างกฎระเบียบและโครงสร้างการปกครองของอาณานิคม
- Episode 3 (คณิตศาสตร์/เศรษฐศาสตร์): บริหารทรัพยากรที่มีจำกัด (อาหาร, ออกซิเจน) เมื่อเกิดวิกฤตพายุฝุ่น
- Episode 4 (ภาษา/สื่อสาร): เขียนบันทึกประจำวัน (Logbook) หรือรายงานสถานการณ์กลับมายังโลก 16
การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E Instructional Model)
รูปแบบการสอนแบบ 5E พัฒนาโดยกลุ่มศึกษาหลักสูตรชีววิทยา (BSCS) เน้นแนวคิด Constructivism ที่ให้ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมสูงสุดในการสอนวิทยาศาสตร์และวิชาที่เน้นการคิดวิเคราะห์ 17
ขั้นตอน (5 Phases)
- Engage (สร้างความสนใจ): กระตุ้นความอยากรู้ด้วยคำถาม ปัญหา หรือสถานการณ์ที่ท้าทาย
- Explore (สำรวจและค้นหา): ผู้เรียนลงมือปฏิบัติ ทดลอง และเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง
- Explain (อธิบายและลงข้อสรุป): ผู้เรียนนำข้อมูลมาวิเคราะห์ อภิปราย และสรุปเป็นองค์ความรู้
- Elaborate (ขยายความรู้): นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในบริบทใหม่ หรือเชื่อมโยงกับเรื่องอื่น
- Evaluate (ประเมินผล): ตรวจสอบความเข้าใจและประเมินกระบวนการเรียนรู้
ตัวอย่างวิชา (ฟิสิกส์): เรื่อง “การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์”
- Engage: เปิดคลิปวิดีโอการชู้ตบาสเก็ตบอลแล้วถามว่า “ต้องชู้ตด้วยมุมเท่าไหร่ถึงจะลงห่วงได้แม่นยำที่สุด?”
- Explore: ให้นักเรียนใช้ Simulation (เช่น PhET) ปรับค่ามุมและความเร็วต้น แล้วบันทึกระยะทางที่ได้
- Explain: นำข้อมูลมาสร้างกราฟความสัมพันธ์และสรุปเป็นสูตรการเคลื่อนที่
- Elaborate: คำนวณวิถีโคจรของดาวเทียมหรือการยิงจรวดขวดน้ำ
- Evaluate: ทำแบบทดสอบวัดความเข้าใจคอนเซปต์ 17
การจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์เป็นฐาน (Scenario-based Learning: SBL)
SBL เน้นการนำเสนอสถานการณ์จำลองที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริง (Real-world scenarios) ให้ผู้เรียนได้เผชิญหน้าและฝึกตัดสินใจ โดยผลลัพธ์ของการตัดสินใจจะนำไปสู่เหตุการณ์ที่แตกต่างกัน (Branching Scenarios) ช่วยพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาและการคิดเชิงวิพากษ์ในบริบทที่ปลอดภัย 19
กระบวนการ
- ระบุปัญหาและเป้าหมาย: กำหนดทักษะที่ต้องการพัฒนา (เช่น การเจรจาต่อรอง, การปฐมพยาบาล)
- สร้างเรื่องราวและทางเลือก: ออกแบบสถานการณ์ที่มีความซับซ้อนและมีทางเลือกในการตัดสินใจ
- ให้ข้อมูลป้อนกลับ: เมื่อผู้เรียนเลือกทางเลือกใด จะต้องได้รับผลลัพธ์ (Consequence) และ Feedback ทันที
ตัวอย่างวิชา (สุขศึกษา/จริยธรรม): เรื่อง “การตัดสินใจเมื่อเผชิญแรงกดดันจากกลุ่มเพื่อน” (Peer Pressure)
- สถานการณ์: สร้าง Interactive Story หรือ Role-play ที่นักเรียนต้องเลือกตอบสนองต่อคำชวนของเพื่อนให้ลองสารเสพติดหรือทำผิดกฎ
- เทคโนโลยี: ใช้ Google Forms แบบ “Go to section based on answer” เพื่อสร้างเส้นเรื่องที่แตกแขนงตามการตัดสินใจของผู้เรียน หากเลือกผิดจะนำไปสู่ฉากผลกระทบและคำอธิบาย หากเลือกถูกจะนำไปสู่ด่านต่อไป 20
การจัดการเรียนรู้โดยใช้แหล่งเรียนรู้เป็นฐาน (Resource-based Learning: RBL)
RBL เปลี่ยนบทบาทครูจากการเป็น “ผู้บอกความรู้” เป็น “ผู้ชี้แนะแหล่งเรียนรู้” โดยเน้นให้ผู้เรียนมีอิสระในการสืบค้น คัดเลือก และสังเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อดิจิทัล บุคคล และสถานที่จริง 22
กระบวนการ
- กำหนดหัวข้อและขอบเขต: ครูและนักเรียนร่วมกันกำหนดโจทย์วิจัย
- แนะนำแหล่งเรียนรู้: ครูชี้เป้าแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือและหลากหลาย
- สืบค้นและวิเคราะห์: ผู้เรียนลงมือค้นคว้าและประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล
- สังเคราะห์และนำเสนอ: สรุปองค์ความรู้ในรูปแบบต่างๆ
ตัวอย่างวิชา (ประวัติศาสตร์/ศิลปะ): เรื่อง “อารยธรรมโลกตะวันตก”
- แหล่งเรียนรู้: ใช้ Google Arts & Culture 25 เพื่อเข้าชมพิพิธภัณฑ์เสมือนจริงทั่วโลก ใช้ Google Earth 27 เพื่อดูสภาพภูมิประเทศของอารยธรรมกรีก-โรมัน
- กิจกรรม: นักเรียนเลือกศิลปวัตถุ 1 ชิ้นจากพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (ผ่าน Virtual Tour) แล้วสืบค้นประวัติความเป็นมา อิทธิพลทางศิลปะ และนำเสนอในรูปแบบ Virtual Exhibition ของตนเอง
การจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน (Game-based Learning: GBL)
GBL คือการนำ “เกม” มาใช้เป็นสื่อหลักในการเรียนรู้ โดยเกมนั้นต้องได้รับการออกแบบมาให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้ (Serious Games) หรือการนำเกมที่มีอยู่แล้วมาประยุกต์ใช้ เพื่อสร้างความสนุกสนาน ท้าทาย และแรงจูงใจในการเรียนรู้ 29
รูปแบบ
- Digital Games: เกมคอมพิวเตอร์ที่สร้างขึ้นเพื่อการศึกษา (เช่น Minecraft: Education Edition)
- Gamification: การนำกลไกของเกม (Points, Badges, Leaderboards) มาใช้ในกิจกรรมการเรียนรู้
- Digital Breakout/Escape Room: การไขปริศนาเพื่อปลดล็อกด่าน
ตัวอย่างวิชา (คณิตศาสตร์/วิทยาการคำนวณ): กิจกรรม “Digital Breakout: ภารกิจกู้ระเบิดเวลา”
- เครื่องมือ: ใช้ Google Sites เป็นฐานบัญชาการ และฝัง Google Forms ที่ตั้งค่าการตรวจสอบคำตอบ (Response Validation) เป็นตัวล็อก
- ภารกิจ: นักเรียนต้องแก้โจทย์สมการคณิตศาสตร์ ถอดรหัส Binary และหาคำตอบจากบทความที่ซ่อนลิงก์ไว้ เพื่อนำรหัสมากรอกใน Google Form และหยุดเวลาก่อนจะหมดคาบ 32
การจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค 5W1H (Analytical Thinking)
เทคนิค 5W1H (Who, What, Where, When, Why, How) เป็นเครื่องมือพื้นฐานแต่ทรงพลังในการฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ การจับใจความสำคัญ และการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ช่วยให้ผู้เรียนมองเห็นภาพรวมและรายละเอียดของเรื่องที่ศึกษาได้อย่างครบถ้วน 35
กระบวนการ
- นำเสนอข้อมูล: บทความ ข่าว คลิปวิดีโอ หรือสถานการณ์ปัญหา
- ตั้งคำถาม: ผู้เรียนหรือครูใช้โครงสร้าง 5W1H ในการตั้งคำถามเจาะลึก
- วิเคราะห์และหาคำตอบ: รวบรวมข้อมูลเพื่อตอบคำถามแต่ละข้อ
- สังเคราะห์: นำคำตอบมาร้อยเรียงเป็นบทสรุปหรือแนวทางแก้ปัญหา
ตัวอย่างวิชา (ภาษาไทย/ภาษาอังกฤษ): การอ่านวิเคราะห์ข่าว (Critical Reading)
- กิจกรรม: ครูมอบหมายข่าวเกี่ยวกับ “ภาวะโลกร้อน” ให้นักเรียนใช้ AI (เช่น Gemini) ช่วยสรุปข่าวและแยกแยะประเด็นตามหัวข้อ 5W1H (ใครทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ ทำไม และอย่างไร) จากนั้นให้นักเรียนนำข้อมูลที่ได้มาสร้าง Infographic สรุปสาเหตุและแนวทางแก้ไข 37
บทที่ 3: เทคโนโลยี Google Workspace for Education ที่สนับสนุนการสอน
Google Workspace for Education เป็นชุดเครื่องมือที่ทรงพลังและครบวงจรสำหรับการจัดการศึกษาในยุคดิจิทัล การเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้ (Pedagogical Goal) คือหัวใจสำคัญของการบูรณาการเทคโนโลยีตามแนวคิด TPACK บทนี้จะจำแนกเครื่องมือตามฟังก์ชันการใช้งานเพื่อการสอน
เครื่องมือเพื่อการบริหารจัดการและการสื่อสาร (Classroom Management & Communication)
- Google Classroom: ทำหน้าที่เป็น LMS (Learning Management System) ศูนย์กลาง ใช้ในการมอบหมายงาน จัดระเบียบเนื้อหา (Topics) ให้คะแนน และส่งข้อมูลป้อนกลับ (Feedback) ฟีเจอร์ “Rubrics” ช่วยให้การประเมินผลมีความชัดเจนและโปร่งใสตามเกณฑ์ PA 39
- Google Meet: ห้องเรียนเสมือนจริง (Virtual Classroom) รองรับการเรียนการสอนแบบ Synchronous มีฟีเจอร์ที่เอื้อต่อการเรียนรู้เชิงรุก เช่น Breakout Rooms (สำหรับการทำกลุ่มย่อย), Polls/Q&A (ตรวจสอบความเข้าใจ), และ Hand Raise (ยกมือถาม) 41
เครื่องมือเพื่อการสร้างสรรค์และทำงานร่วมกัน (Creation & Collaboration)
- Google Docs, Slides, Sheets: หัวใจของการทำงานร่วมกัน (Collaboration) แบบ Real-time นักเรียนสามารถระดมสมอง แก้ไขงาน และตรวจสอบความถูกต้องร่วมกันได้พร้อมกัน ครูสามารถใช้ “Version History” ติดตามการมีส่วนร่วมรายบุคคล และใช้ “Comments” เพื่อให้ Feedback ระหว่างกระบวนการทำงาน (Formative Assessment) 11
- Google Forms: เครื่องมืออเนกประสงค์สำหรับสร้างแบบประเมิน (Assessment) แบบสำรวจ และแบบฝึกหัดที่ตรวจคำตอบอัตโนมัติ (Self-grading Quiz) สามารถประยุกต์ใช้ทำ Digital Breakout ได้ 33
- Jamboard (หรือทดแทนด้วย Google Slides/Miro integration): กระดานไวท์บอร์ดดิจิทัลสำหรับกิจกรรมระดมสมอง (Brainstorming) และการจัดกลุ่มความคิด (Grouping)
เครื่องมือเพื่อการสำรวจและเปิดโลกทัศน์ (Exploration & Immersion)
- Google Earth & Maps: เครื่องมือภูมิสารสนเทศที่ช่วยสร้างประสบการณ์การเรียนรู้แบบ Immersive ฟีเจอร์ “Voyager” นำเสนอเรื่องราวและทัวร์เสมือนจริง ฟีเจอร์ “Projects” ให้นักเรียนสร้างแผนที่เล่าเรื่อง (Story Map) ของตนเอง เหมาะสำหรับวิชาสังคมศึกษา ภูมิศาสตร์ และประวัติศาสตร์ 27
- Google Arts & Culture: คลังสมบัติทางวัฒนธรรมดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลก รวบรวมงานศิลปะ เอกสารทางประวัติศาสตร์ และสถานที่สำคัญในรูปแบบ High Resolution และ 360 องศา ฟีเจอร์ “Art Projector” (AR) ช่วยให้นำงานศิลปะมาวางในโลกจริงได้ สนับสนุนการเรียนรู้แบบ RBL อย่างดีเยี่ยม 25
ปัญญาประดิษฐ์เพื่อการศึกษา (AI for Education)
- Gemini (เดิม Bard): Generative AI จาก Google ที่ทำหน้าที่เป็น “ผู้ช่วยครู” (Teaching Assistant) ในการร่างแผนการสอน สร้างโจทย์ข้อสอบ และเป็น “ติวเตอร์ส่วนตัว” (Personal Tutor) ให้กับผู้เรียน 44
- NotebookLM: เครื่องมือ AI ที่ช่วยสรุปและสังเคราะห์ข้อมูลจากเอกสารจำนวนมาก (เช่น PDF, Google Docs) สามารถเปลี่ยนเอกสารเรียนให้กลายเป็นบทสนทนา (Audio Overview) ช่วยให้นักเรียนทบทวนบทเรียนได้ง่ายขึ้น 44
บทที่ 4: ตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้บูรณาการ TPACK (5 แผน)
บทนี้ขอนำเสนอตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้ที่สมบูรณ์ 5 แผน ครอบคลุมระดับชั้นและรายวิชาที่แตกต่างกัน โดยแต่ละแผนจะแสดงให้เห็นถึงการบูรณาการ TPACK และ Active Learning อย่างชัดเจน
แผนที่ 1: วิชาวิทยาศาสตร์ (เคมี) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
หัวข้อ: พันธะโคเวเลนต์และรูปร่างโมเลกุล (Covalent Bonding & Molecular Geometry)
รูปแบบการสอน: 5E Instructional Model + Simulation 17
มาตรฐาน/ตัวชี้วัด: เข้าใจการจัดเรียงอิเล็กตรอน การเกิดพันธะ และสมบัติของสาร
สาระสำคัญ (CK): พันธะโคเวเลนต์เกิดจากการใช้อิเล็กตรอนร่วมกัน รูปร่างโมเลกุลขึ้นอยู่กับแรงผลักระหว่างคู่อิเล็กตรอน (VSEPR Theory)
กิจกรรมการเรียนรู้
- Engage: ครูเปิดคลิปวิดีโอ 3D แสดงการระเบิดของแก๊สไฮโดรเจน และตั้งคำถามกระตุ้นคิด “ทำไมอะตอมไฮโดรเจนถึงไม่อยู่เดี่ยวๆ แต่ต้องจับคู่กัน? และพลังงานมหาศาลมาจากไหน?”
- Explore: นักเรียนเข้าใช้ PhET Interactive Simulations (หัวข้อ Molecule Shapes) บน Chromebook เพื่อทดลองสร้างโมเลกุลจำลอง ปรับจำนวนพันธะและอิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยว แล้วสังเกตการเปลี่ยนแปลงของรูปร่างโมเลกุลและมุมพันธะ บันทึกผลลงใน Google Sheets
- Explain: นักเรียนจับกลุ่มวิเคราะห์ข้อมูลใน Google Sheets เพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนอิเล็กตรอนกับรูปร่างโมเลกุล ครูเชื่อมโยงข้อค้นพบเข้ากับทฤษฎี VSEPR ผ่านการนำเสนอด้วย Google Slides
- Elaborate: นักเรียนใช้แอปพลิเคชัน AR (เช่น Elements 4D หรือเว็บ AR Chemistry) ส่องดูโมเลกุลของสารในชีวิตประจำวัน (เช่น น้ำ, มีเทน) เพื่อดูโครงสร้างสามมิติในมือตนเอง และทำนายสมบัติทางกายภาพ
- Evaluate: นักเรียนทำแบบทดสอบย่อยผ่าน Google Forms (ระบุรูปร่างโมเลกุลจากสูตรเคมี) และส่งสรุปองค์ความรู้ในรูปแบบ Infographic
TPACK Analysis
- CK: ทฤษฎีพันธะโคเวเลนต์และ VSEPR Theory
- PK: กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry-based) ผ่านโมเดล 5E ที่เน้นผู้เรียนลงมือทำ
- TK: ใช้ PhET Simulation เพื่อแสดงภาพนามธรรม (การผลักกันของอิเล็กตรอน) ให้เป็นรูปธรรม และใช้ Google Sheets วิเคราะห์ข้อมูล
- การบูรณาการ: แผนนี้ใช้เทคโนโลยี (TK) แก้ปัญหาความยากในการจินตนาการรูปทรง 3 มิติ (CK) ผ่านกระบวนการทดลองเสมือนจริง (PK) ซึ่งทำได้ดีกว่าการบรรยายแบบเดิม
แผนที่ 2: วิชาคณิตศาสตร์ ระดับประถมศึกษา
หัวข้อ: การบวกจำนวนสองจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 10
รูปแบบการสอน: Deductive Learning + Game-based Learning 6
มาตรฐาน/ตัวชี้วัด: ค 1.1 ป.1/4 หาค่าตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวก
สาระสำคัญ (CK): การบวกคือการนับรวมจำนวนสิ่งของต่างๆ เข้าด้วยกัน
กิจกรรมการเรียนรู้
- Rule Presentation (Deductive): ครูสอนหลักการบวกผ่านเพลง “นกบวกนก” และสาธิตด้วยสื่อของจริง (Concrete Object) อธิบายสัญลักษณ์ “+” และ “=” อย่างชัดเจน
- Clarification: ครูใช้ Google Slides แสดงภาพจำนวนสัตว์ต่างๆ และประโยคสัญลักษณ์ ให้นักเรียนตอบพร้อมกัน
- Practice (Game-based): นักเรียนเล่นเกมการศึกษาออนไลน์ (เช่น Math Games บนเว็บหรือแอป) ด่าน “Fruit Splat Addition” ที่นักเรียนต้องเลือกผลไม้ที่มีผลรวมถูกต้องตามโจทย์ภายในเวลาที่กำหนด
- Application: ครูแบ่งกลุ่มให้นักเรียนใช้ Google Jamboard วาดรูปสิ่งของในชีวิตประจำวันมาบวกกัน และเขียนประโยคสัญลักษณ์ให้เพื่อนกลุ่มอื่นทาย
- Assessment: ครูดูคะแนนจากเกม (Game Score) และความถูกต้องของงานใน Jamboard
TPACK Analysis
- CK: มโนทัศน์การรวมจำนวนและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์
- PK: การสอนจากนามธรรมสู่รูปธรรม (Deductive) และการใช้เกมเพื่อเสริมแรง (Gamification)
- TK: ใช้ Educational Games เพื่อฝึกทักษะการคิดคำนวณที่สนุกสนานและให้ Feedback ทันที
แผนที่ 3: วิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ระดับมัธยมศึกษา
หัวข้อ: Critical Reading & News Analysis
รูปแบบการสอน: 5W1H + AI Assistance 35
มาตรฐาน/ตัวชี้วัด: ต 1.1 ม.4/4 จับใจความสำคัญ วิเคราะห์ความ สรุปความ ตีความ และแสดงความคิดเห็นจากการฟังและอ่าน
สาระสำคัญ (CK): ทักษะการอ่านจับใจความ (Reading Comprehension) และโครงสร้างข่าว (News Structure)
กิจกรรมการเรียนรู้:
- Introduction: ครูแนะนำเทคนิคการอ่านแบบ Skimming และ Scanning และโครงสร้าง 5W1H (Who, What, Where, When, Why, How)
- Activity: ครูแจกบทความข่าวสิ่งแวดล้อมภาษาอังกฤษ (Digital Text) ให้นักเรียนอ่าน
- AI Scaffolding: อนุญาตให้นักเรียนใช้ Gemini เป็นตัวช่วยทางภาษา (Language Buddy) โดยใช้ Prompt เช่น “ช่วยอธิบายคำศัพท์ยากในย่อหน้าที่ 2” หรือ “สรุปใจความสำคัญของข่าวนี้ให้หน่อย” (เพื่อตรวจสอบความเข้าใจของตนเอง) 38
- Analysis: นักเรียนสรุปข่าวลงในตาราง 5W1H บน Google Docs ที่แชร์ร่วมกันในกลุ่ม
- Production: นักเรียนเขียนความคิดเห็นต่อข่าวนั้น (Opinion Writing) โดยใช้ Gemini ช่วยตรวจสอบไวยากรณ์ (Grammar Check) และเสนอแนะคำศัพท์ที่สละสลวยขึ้น
- Sharing: นำเสนองานหน้าชั้นเรียนและอภิปราย
TPACK Analysis
- CK: คำศัพท์ โครงสร้างประโยค และทักษะการอ่าน
- PK: เทคนิค 5W1H และ Collaborative Learning
- TK: ใช้ Generative AI (Gemini) เป็น Scaffolding Tool ช่วยลดอุปสรรคทางภาษา ทำให้นักเรียนโฟกัสที่การวิเคราะห์เนื้อหาได้มากขึ้น
แผนที่ 4: วิชาสังคมศึกษา (ภูมิศาสตร์) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
หัวข้อ: ภัยพิบัติทางธรรมชาติและการบริหารจัดการความเสี่ยง รูปแบบการสอน: Storyline Method + Resource-based Learning 16
มาตรฐาน/ตัวชี้วัด: ส 5.1 ม.2/2 วิเคราะห์สาเหตุการเกิดภัยพิบัติและแนวทางการปฏิบัติตน
สาระสำคัญ (CK): ภูเขาไฟระเบิด แผ่นดินไหว และการวางแผนอพยพ
กิจกรรมการเรียนรู้ (Theme: Survivor The Volcano Island)
- Setting the Scene: ครูสร้างเรื่องราวสมมติว่านักเรียนคือทีมวิศวกรที่ต้องไปตั้งถิ่นฐานบนเกาะภูเขาไฟ ให้นักเรียนใช้ Google Earth สำรวจเกาะจริง (เช่น เกาะฮาวาย หรือ ญี่ปุ่น) เพื่อเลือกพื้นที่ตั้งถิ่นฐานที่ปลอดภัยที่สุด (Resource-based)
- The Incident: ครูแจ้งข่าวด่วน “ภูเขาไฟเริ่มปะทุ!” (Scenario trigger) นักเรียนต้องสืบค้นข้อมูลสัญญาณเตือนภัยภูเขาไฟ
- Action: นักเรียนวางแผนเส้นทางอพยพโดยใช้เครื่องมือวัดระยะทางใน Google Earth และสร้าง “แผนที่เสี่ยงภัย” (Hazard Map) ใน Google My Maps
- Conclusion: นำเสนอแผนการจัดการภัยพิบัติผ่าน Google Slides โดยสวมบทบาทเป็นโฆษกรัฐบาล
TPACK Analysis
- CK: ธรณีพิบัติภัยและภูมิศาสตร์กายภาพ
- PK: Storyline Method สร้างบริบทที่สมจริง กระตุ้นการแก้ปัญหา
- TK: ใช้ Geospatial Tools (Google Earth/My Maps) เพื่อวิเคราะห์พื้นที่จริง ซึ่งหนังสือเรียนไม่สามารถให้ประสบการณ์นี้ได้
แผนที่ 5: วิชาวิทยาการคำนวณ (Computing Science) ระดับมัธยมศึกษา
หัวข้อ: อัลกอริทึมและการแก้ปัญหาเชิงตรรกะ
รูปแบบการสอน: Scenario-based + Digital Breakout 32
มาตรฐาน/ตัวชี้วัด: ว 4.1 ม.1/1 ออกแบบอัลกอริทึมที่ใช้แนวคิดเชิงนามธรรมเพื่อแก้ปัญหา
สาระสำคัญ (CK): การคิดเชิงคำนวณ (Computational Thinking), Flowchart, Logical Sorting
กิจกรรมการเรียนรู้ (Scenario: Mission to Mars):
- Scenario: “ยานอวกาศระบบขัดข้อง นักเรียนคือนักบินอวกาศที่ต้องกู้ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือกลับโลกภายใน 50 นาที”
- The Challenge: ครูสร้างเว็บไซต์ด้วย Google Sites เป็นฐานบัญชาการ ฝัง Google Forms ที่ทำหน้าที่เป็น “Digital Lock” (ตั้งค่า Response Validation ให้ต้องตอบถูกเป๊ะๆ ถึงจะผ่านได้)
- Puzzles:
- ด่าน 1: เรียงลำดับขั้นตอนการตรวจสอบระบบ (Algorithm Sorting)
- ด่าน 2: ถอดรหัสเลขฐานสอง (Binary Code) เพื่อหา Password เข้าห้องควบคุม
- ด่าน 3: หาจุดผิดพลาด (Bug) ในโค้ด Python ที่กำหนดให้
- Debrief: เมื่อทีมไหน “หนี” ออกมาได้ (ส่งฟอร์มสำเร็จ) ครูจะสรุปบทเรียนเรื่องความสำคัญของอัลกอริทึมที่แม่นยำ
TPACK Analysis
- CK: อัลกอริทึมและตรรกะคอมพิวเตอร์
- PK: Game-based Learning สร้างความท้าทายและความสนุกสนาน
- TK: ใช้ Google Forms สร้างกลไกของเกม (Conditional Logic) ที่จำลองการทำงานของโปรแกรมคอมพิวเตอร์
บทที่ 5: การใช้ Gemini ช่วยพัฒนาการสอน (Learning Coach & Gems) และการวิเคราะห์ด้วย SAMR Model
ในบทสุดท้ายนี้ เราจะก้าวข้ามขีดจำกัดของการสอนแบบเดิมด้วยการใช้พลังของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และวิเคราะห์ระดับการเปลี่ยนแปลงของการเรียนรู้ด้วยโมเดล SAMR เพื่อให้มั่นใจว่าเทคโนโลยีที่ใช้นั้นสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อผู้เรียนอย่างแท้จริง
Gemini ในฐานะ Learning Coach และการสร้าง Gems
Gemini (AI ของ Google) สามารถเปลี่ยนบทบาทจากแค่ “เครื่องมือค้นหาคำตอบ” เป็น “คู่คิดทางการศึกษา” (Educational Partner) ได้อย่างทรงพลัง
แนวคิด Learning Coach
การใช้ Gemini เป็น Learning Coach คือการใช้ AI ช่วยกระตุ้นกระบวนการคิดของครูและนักเรียน แทนที่จะให้ AI ทำงานแทนทั้งหมด ครูสามารถใช้ Gemini ในการ
- Brainstorming Partner: ระดมสมองหาไอเดียกิจกรรมการสอนที่แปลกใหม่
- Differentiator: ช่วยปรับเนื้อหาบทเรียนให้มีความยากง่ายหลายระดับสำหรับนักเรียนที่แตกต่างกัน
- Socratic Tutor: สำหรับนักเรียน Gemini สามารถถูกสั่งให้สอนโดย “ห้ามบอกคำตอบ” แต่ให้ “ถามคำถามนำ” เพื่อให้นักเรียนคิดหาคำตอบเอง 48
ตัวอย่าง Prompt สำหรับครู (Thai Language)
Prompt: “ทำหน้าที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตรแกนกลางฯ 51 และนักออกแบบการเรียนรู้เชิงรุก ช่วยวิเคราะห์แผนการสอนเรื่อง ‘ระบบสุริยะ’ สำหรับ ป.4 ที่ฉันร่างไว้นี้ [แปะเนื้อหาแผน] ว่าสอดคล้องกับตัวชี้วัด ว 3.1 ป.4/1 หรือไม่ และมีจุดใดที่สามารถเพิ่มกิจกรรม Active Learning แบบ 5E ให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริงมากขึ้น ขอคำแนะนำเป็นข้อๆ พร้อมตัวอย่างกิจกรรม” 50
การสร้าง Custom Gems (New Feature)
“Gems” คือฟีเจอร์ใหม่ที่อนุญาตให้ผู้ใช้สร้าง AI เวอร์ชันปรับแต่งเฉพาะกิจ (Custom Version of Gemini) โดยกำหนดบุคลิก (Persona) และชุดคำสั่ง (Instructions) ไว้ล่วงหน้า ทำให้ไม่ต้องพิมพ์ Prompt ยาวๆ ซ้ำทุกครั้ง 44
ตัวอย่างการสร้าง Gems สำหรับครู
- “Lesson Architect Gem” (สถาปนิกแผนการสอน)
- Instruction: “คุณคือนักออกแบบการเรียนรู้ที่เชี่ยวชาญ TPACK และ Active Learning หน้าที่ของคุณคือ เมื่อฉันระบุหัวข้อวิชาและระดับชั้น คุณต้องร่างโครงสร้างแผนการสอนที่มีครบทั้ง มาตรฐาน/ตัวชี้วัด, สาระสำคัญ, จุดประสงค์ (KPA), และกิจกรรมการเรียนรู้แบบเป็นขั้นตอน โดยต้องระบุเทคโนโลยีดิจิทัลที่เหมาะสมในการบูรณาการทุกครั้ง” 52
- “Rubric Maker Gem” (ผู้สร้างเกณฑ์การให้คะแนน)
- Instruction: “คุณคือผู้เชี่ยวชาญด้านการวัดและประเมินผล เมื่อฉันให้ชิ้นงานและระดับชั้น คุณต้องสร้าง Rubric Score แบบ Analytic 4 ระดับคุณภาพ (ดีมาก, ดี, พอใช้, ปรับปรุง) พร้อมคำอธิบายเกณฑ์ที่ชัดเจนและวัดได้จริง”
- “Simplifier Gem” (สำหรับนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ)
- Instruction: “คุณคือครูการศึกษาพิเศษ หน้าที่ของคุณคือรับบทความทางวิชาการที่ฉันส่งให้ แล้วเขียนสรุปใหม่ด้วยภาษาที่เรียบง่ายที่สุด (Plain Language) ใช้การเปรียบเทียบ (Analogy) และจัดรูปแบบให้อ่านง่าย เพื่อให้นักเรียนที่มีปัญหาด้านการอ่านเข้าใจได้”
การวิเคราะห์แผนการสอนด้วย SAMR Model
SAMR Model แบ่งระดับการบูรณาการเทคโนโลยีออกเป็น 4 ขั้น จากระดับพื้นฐานสู่ระดับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการเรียนรู้ 1 เป้าหมายของการออกแบบบทเรียนดิจิทัลที่ดีคือการพยายามไต่ระดับจาก S/A ไปสู่ M/R เมื่อทำได้
ตารางที่ 5.1: การวิเคราะห์กิจกรรมการเรียนรู้ด้วย SAMR Model
| ระดับ (Level) | คำนิยาม | ตัวอย่างกิจกรรม (จากแผนการสอนในบทที่ 4) | การวิเคราะห์ (Why?) |
| S – Substitution (การแทนที่) | เทคโนโลยีถูกใช้แทนเครื่องมือเดิมโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงฟังก์ชันการทำงาน | ครูให้นักเรียนอ่านไฟล์ PDF ใบความรู้เรื่องพันธะเคมีบนแท็บเล็ต แทนการอ่านจากกระดาษ | สะดวกขึ้น ประหยัดกระดาษ แต่กระบวนการเรียนรู้ (อ่าน) ยังคงเหมือนเดิม ไม่เกิดมูลค่าเพิ่มทางการเรียนรู้ที่ชัดเจน |
| A – Augmentation (การเพิ่มประสิทธิภาพ) | เทคโนโลยีแทนที่และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (Functional Improvement) | นักเรียนทำแบบทดสอบเรื่องการบวกเลขใน Google Forms ที่ตรวจคำตอบและบอกคะแนนทันที | กระบวนการสอบยังเหมือนเดิม แต่เทคโนโลยีช่วยให้ Feedback ที่รวดเร็ว (Instant Feedback) ซึ่งกระดาษทำไม่ได้ ช่วยให้ผู้เรียนรู้ผลและปรับปรุงตัวได้เร็วขึ้น |
| M – Modification (การปรับเปลี่ยน) | เทคโนโลยีช่วยให้ออกแบบงานใหม่ที่มีนัยสำคัญ (Task Redesign) | นักเรียนใช้ Gemini ช่วยวิเคราะห์บทความข่าว แล้วร่างงานเขียนร่วมกันบน Google Docs โดยเพื่อนและครูเข้ามา Comment ได้พร้อมกัน | กระบวนการเขียนเปลี่ยนไป จากการเขียนคนเดียวเป็นการเขียนแบบร่วมมือ (Collaborative Writing) มี AI เป็นผู้ช่วย และมีการโต้ตอบแบบ Real-time ซึ่งเปลี่ยนพลวัตของห้องเรียน |
| R – Redefinition (การสร้างนิยามใหม่) | เทคโนโลยีสร้างความเป็นไปได้ใหม่ที่ไม่เคยทำได้มาก่อน (Creation of New Tasks) | นักเรียนใช้ Google Earth สำรวจพื้นที่ภูเขาไฟเสมือนจริง แล้วสร้างโมเดล 3D เมืองป้องกันภัยพิบัติ นำเสนอผ่าน VR Tour หรือใช้ AI สร้างภาพจำลองเหตุการณ์ในอดีต | กิจกรรมนี้ “เป็นไปไม่ได้” เลยหากไม่มีเทคโนโลยี การ “วาร์ป” ไปพื้นที่จริงและสร้างโลกเสมือน เป็นประสบการณ์การเรียนรู้ระดับสูงที่ฉีกกฎห้องเรียนสี่เหลี่ยมแบบเดิม 55 |
บทสรุปการวิเคราะห์
การใช้ AI อย่าง Gemini หรือเครื่องมือ Google Workspace ช่วยให้ครูสามารถก้าวข้ามขีดจำกัด S และ A ไปสู่ M และ R ได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างเช่น การใช้ AI Gen ภาพ (Image Generation) เพื่อสร้างภาพประกอบฉากในวรรณคดีตามจินตนาการของนักเรียน (R) หรือการใช้ AI สนทนาโต้ตอบกับ “ตัวละครในประวัติศาสตร์” (Simulated Persona) เพื่อสัมภาษณ์แนวคิด (R) เป็นสิ่งที่เทคโนโลยีทำให้เป็นจริงได้
บทสรุป
การออกแบบบทเรียนดิจิทัลเชิงบูรณาการด้วย TPACK และ SAMR Model ไม่ใช่เรื่องไกลตัว หรือเป็นเพียงทฤษฎีในตำรา แต่เป็นแนวทางปฏิบัติที่ครูทุกคนสามารถทำได้ การผสมผสานความรู้ด้านเนื้อหา (CK) วิธีการสอนเชิงรุก (PK) และเทคโนโลยีที่ทันสมัย (TK) อย่างลงตัว จะนำไปสู่ห้องเรียนที่มีชีวิตชีวาและทรงพลัง
กุญแจสำคัญไม่ได้อยู่ที่การใช้เครื่องมือที่ล้ำสมัยที่สุด แต่อยู่ที่ “วิสัยทัศน์ของครู” ในการเลือกใช้เครื่องมือเหล่านั้นเพื่อแก้ปัญหาการเรียนรู้และปลดล็อกศักยภาพของผู้เรียน เมื่อครูสามารถออกแบบกิจกรรมที่ไต่ระดับ SAMR ไปสู่การเปลี่ยนแปลง (Transformation) และตอบโจทย์เกณฑ์ PA ได้อย่างครบถ้วน ผลลัพธ์สุดท้ายที่งดงามที่สุดคือ “ผู้เรียนที่มีคุณภาพ” ที่พร้อมจะเติบโตและเรียนรู้ตลอดชีวิตในโลกอนาคต
Works cited
- SAMR and TPACK: Two models to help with integrating technology into your courses | Resource Library | Taylor Institute for Teaching and Learning | University of Calgary, accessed February 12, 2026, https://taylorinstitute.ucalgary.ca/resources/SAMR-TPACK
- การใช้แนวคิด TPACK และ SAMR Model เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ – Prezi, accessed February 12, 2026, https://prezi.com/p/_mns2ro2o_1u/tpack-samr-model-5-using-tpack-and-samr-mode/
- The SAMR Model Explained (With 15 Practical Examples) – 3P Learning, accessed February 12, 2026, https://www.3plearning.com/blog/connectingsamrmodel/
- 8 ตัวชี้วัด วPA สู่การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทย – Starfish Labz, accessed February 12, 2026, https://www.starfishlabz.com/blog/1729-8-%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94-%E0%B8%A7pa-%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2
- แบบข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) สำหรับข้าราชการคร, accessed February 12, 2026, http://www.thaischool.in.th/_files_school/33104438/workteacher/33104438_1_20230906-153412.pdf
- แผนที่1 แผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณา clil tpack cbl และ pbl – AnyFlip, accessed February 12, 2026, https://anyflip.com/bqghi/mngd/basic
- แผนการจัดการเรียนรู้แบบ CLIL+PBL+CBL+TPACK วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง รูปเรขาคณิต ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 – YouTube, accessed February 12, 2026, https://www.youtube.com/watch?v=MIAKyf0uRb4
- TPACK Model และการประยุกต์ใช้เพื่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุก », accessed February 12, 2026, https://krukob.com/web/track/
- Logic in Action: การเรียนรู้ผ่านการสอนแบบนิรนัย – Contributor Platform, accessed February 12, 2026, https://contributor.lib.kmutt.ac.th/@hwaiyasil/logic-in-action-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%A2-9e8dd604-fb75-4db9-bbac-7bfbad66d840
- การจัดการเรียนรู้แบบนิรนัย (Deductive Method) – Prezi, accessed February 12, 2026, https://prezi.com/qblbsa5ni8ce/deductive-method/
- 6 Easy Ways to Analyze Data in Google Sheets Like a Pro – Numerous.ai, accessed February 12, 2026, https://numerous.ai/blog/how-to-analyze-data-in-google-sheets
- Teaching Students to Analyze Data with Google Sheets – Alice Keeler, accessed February 12, 2026, https://alicekeeler.com/2019/01/22/teach-students-to-analyze-data-with-google-sheets/
- รูปแบบการเรียนการสอนโดยการสร้างเรื่อง (Storyline Method) – Prezi, accessed February 12, 2026, https://prezi.com/c2rp4iixzu4o/storyline-method/
- การจัดการเรียนการสอน แบบ Storyline Method – ดาวน์โหลดหนังสือ | 1-22 …, accessed February 12, 2026, https://anyflip.com/hsuwh/xenn/basic
- ผลการใช้เทคนิคการสอนแบบสตอรี่ไลน์ (Storyline) เพื่อส่งเสริมการอ่านจับใจความสำคัญของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 | Journal of Educational Technology and Communications Faculty of Education Mahasarakham University (JETC) – ThaiJO, accessed February 12, 2026, https://so02.tci-thaijo.org/index.php/etcedumsujournal/article/view/280536
- การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา โดยใช้วิธีการเรียนการสอนแบบบูรณาการ Story line ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เรื่องกระบวนการในการตรากฎหมาย – Flip eBook Pages 1-50 | AnyFlip, accessed February 12, 2026, https://anyflip.com/wmgps/pbgi/basic
- The 5E Instructional Model: Promoting Active Learning with 5E – Credits for Teachers, accessed February 12, 2026, https://creditsforteachers.com/the-5e-instructional-model-promoting-active-learning-with-5e/
- Elementary School Teachers’ Implementation of the Substitution, Augmentation, Modification, and Redefinition Model in Their Instruction – ScholarWorks, accessed February 12, 2026, https://scholarworks.waldenu.edu/cgi/viewcontent.cgi?article=12078&context=dissertations
- Scenario-based Learning Examples – Learning Everest, accessed February 12, 2026, https://www.learningeverest.com/scenario-based-learning-examples/
- 7-Step Scenario-Based Learning Framework And Examples – Stratbeans, accessed February 12, 2026, https://stratbeans.com/scenario-based-learning-framework-7-step-model-with-real-corporate-examples-and-roi/
- A Beginner’s Guide to Scenario-Based Learning – Growth Engineering, accessed February 12, 2026, https://www.growthengineering.co.uk/a-beginners-guide-to-scenario-based-learning/
- “การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้โดยใช้แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐานด้” by ณิชชา ชำนิยนต์ – Chula Digital Collections, accessed February 12, 2026, https://digital.car.chula.ac.th/chulaetd/4989/
- การเรียนรู้โดยใช้แหล่งการเรียนรู้เป็นฐานเพื่อพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูงในศตวรรษที่ 21 (Resource-Based Learning for Development of Higher-Order Thinking Skills in 21st Century) | Veridian E-Journal,Silpakorn University (Humanities, Social Sciences and arts) – ThaiJO, accessed February 12, 2026, https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Veridian-E-Journal/article/view/145736
- การใช้แหล่งเรียนรู้ในชุมชนกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก เพื่อพัฒนาแผนการจัด – มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี, accessed February 12, 2026, https://digital_collect.lib.buu.ac.th/dcms/files/56810199.pdf
- Learn With Google Arts & Culture, accessed February 12, 2026, https://artsandculture.google.com/project/learn
- Using Google Arts & Culture in the Classroom, accessed February 12, 2026, https://edtech-class.com/2022/01/26/using-google-arts-culture-in-the-classroom/
- Resources – Google Earth Education, accessed February 12, 2026, https://www.google.com/intl/en_us/earth/education/resources/
- Google Earth Education, accessed February 12, 2026, https://www.google.com/earth/education/
- Game-based Learning การเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน, accessed February 12, 2026, https://active-learning.thailandpod.org/learning-activities/game-based-learning
- การจัดการเรียนการสอน Active Learning Game Based Learning, accessed February 12, 2026, http://www.slc.ac.th/slcmain/img/km/2563/6/GBL.pdf
- การจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน (Game-based Learning) – Starfish Labz, accessed February 12, 2026, https://www.starfishlabz.com/blog/1630-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99-game-based-learning
- Breakouts – EduInterface, accessed February 12, 2026, https://eduinterface.weebly.com/breakouts.html
- Digital Escape Rooms With ThingLink & Google Forms – Instructables, accessed February 12, 2026, https://www.instructables.com/Digital-Escape-Rooms-With-ThingLink-Google-Forms/
- How to Make a Google Forms Virtual Escape Room | ThingLink Blog, accessed February 12, 2026, https://www.thinglink.com/blog/how-to-make-google-forms-virtual-escape-room/
- การวิเคราะห์ข้อมูล ด้วย 5W1H Analytical thinking with 5W1H โดยศศิมา สุขสว่าง, accessed February 12, 2026, https://www.sasimasuk.com/17106171/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B9%8C%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5-%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2-5w1h-analytical-thinking-with-5w1h
- การใช้คำาถาม 5W1H, accessed February 12, 2026, https://www.ipst.ac.th/wp-content/uploads/2022/05/5W1H.pdf
- การพัฒนาผลสัมฤทธิ์การอ่านจับใจความวิชาภาษาอังกฤษโดยใช้เทคนิค 5W1H ของ – มหาวิทยาลัยหาดใหญ่, accessed February 12, 2026, https://www.hu.ac.th/Conference/conference2024/proceedings/doc/05%20%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%20(Ed)/Ed-021%20%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%8D%E0%B8%B2%20%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93%20(852-863).pdf
- Google Gemini 2025 for learning languages | Teachers & Students – YouTube, accessed February 12, 2026, https://www.youtube.com/watch?v=y9JnQRgp440
- New Google education tools for 2025, accessed February 12, 2026, https://blog.google/products-and-platforms/products/education/google-tools-education-2025/
- Curriculum Mapping with Google Workspace: An Internal Add-on Approach – YouTube, accessed February 12, 2026, https://www.youtube.com/watch?v=pI-JC_HEb60
- Google Workspace for Education overview, accessed February 12, 2026, https://support.google.com/a/answer/7370133?hl=en
- 10 Google Earth Activities for Students That Bring the Wow Factor to Your Lessons, accessed February 12, 2026, https://www.teachstarter.com/us/blog/20-google-earth-activities-for-students-bringing-the-wow-factor-to-your-lessons-3/
- Lesson Plans and Resources for Arts Integration – Edutopia, accessed February 12, 2026, https://www.edutopia.org/stw-arts-integration-resources-lesson-plans?crlt.pid=camp.tdvOWidwiCeA
- Empower Learning with Gemini for Education, accessed February 12, 2026, https://edu.google.com/intl/ALL_us/ai/gemini-for-education/
- Innovating Pedagogy – Google for Education, accessed February 12, 2026, https://edu.google.com/intl/ALL_us/future-of-the-classroom/innovating-pedagogy/
- Covalent Chemical Bonds – Lesson Plan – Elephango, accessed February 12, 2026, https://www.elephango.com/index.cfm/pg/k12learning/lcid/12902/Covalent_Chemical_Bonds
- Ionic & Covalent Bonding | AACT – American Association of Chemistry Teachers, accessed February 12, 2026, https://teachchemistry.org/classroom-resources/ionic-covalent-bonding-simulation
- Gemini’s Guided Learning Mode From Google AI: What Educators Need To Know, accessed February 12, 2026, https://www.techlearning.com/how-to/geminis-guided-learning-mode-from-google-ai-what-educators-need-to-know
- ChatGPT Prompts for Learning and Development: Master Growth Easily – Reddit, accessed February 12, 2026, https://www.reddit.com/r/ChatGPTPro/comments/1nx8qz5/chatgpt_prompts_for_learning_and_development/
- แจก Prompt ทำแผนการสอน สำหรับ Gemini – ครูเชียงราย, accessed February 12, 2026, https://www.kruchiangrai.net/2025/12/21/prompt-%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%99/
- Using Gems in Gemini – AVID Open Access, accessed February 12, 2026, https://avidopenaccess.org/resource/using-gems-in-gemini/
- Lesson Plan – EduGems, accessed February 12, 2026, https://www.edugems.ai/gem/lesson-plan
- Using Gemini “Gems” to write lesson plans – The Chromebook Classroom, accessed February 12, 2026, https://www.chrmbook.com/ai-lesson-planning-gems/
- AI Integration and the SAMR Framework: A Practical Lens for Instructional Design – CIDDL, accessed February 12, 2026, https://ciddl.org/ai-integration-and-the-samr-framework-a-practical-lens-for-instructional-design/
- Using the SAMR Model of Tech Integration in the Classroom – Edutopia, accessed February 12, 2026, https://www.edutopia.org/article/model-implementing-technology-classroom/
- The SAMR dozen: 12 AI strategies for educators – Ditch That Textbook, accessed February 12, 2026, https://ditchthattextbook.com/the-samr-dozen-ai/
Comments
comments
Powered by Facebook Comments

