การออกแบบการเรียนรู้เชิงรุกบูรณาการเทคโนโลยีด้วยโมเดล TPACK เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนและการขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะ (วPA)
การออกแบบการเรียนรู้เชิงรุกบูรณาการเทคโนโลยีด้วยโมเดล TPACK เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนและการขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะ (วPA)
ดร.อนุศร หงษ์ขุนทด
ศึกษานิเทศก์ วิทยฐานะศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ สพม.นครราชสีมา
Musicmankob@gmail.com
__________________________________
บทสรุป
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นเอกสารประกอบการบรรยายภาคปฏิบัติและคู่มือเชิงลึกสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยมุ่งเน้นการสังเคราะห์องค์ความรู้เรื่อง TPACK Model (Technological Pedagogical Content Knowledge) ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดสำคัญในการบูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับการจัดการเรียนการสอน เนื้อหาในรายงานครอบคลุมตั้งแต่ทฤษฎีพื้นฐาน การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่าง TPACK กับเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะ (วPA) ทั้ง 8 ตัวชี้วัด ไปจนถึงตัวอย่างการออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ในสถานการณ์จริง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ครูผู้สอนสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างมีความหมาย ไม่ใช่เพียงเพื่อความทันสมัย แต่เพื่อผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนที่ยั่งยืนและสอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพในยุคดิจิทัล
บทนำ: บริบทและความจำเป็นของการเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์การศึกษาไทย
ในศตวรรษที่ 21 ระบบการศึกษาทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยกำลังเผชิญกับคลื่นแห่งความเปลี่ยนแปลง (Disruption) ที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง การแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาได้ทำหน้าที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา (Catalyst) ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเรียนการสอนจากระบบห้องเรียนกายภาพ (Physical Classroom) ไปสู่รูปแบบผสมผสาน (Hybrid Learning) และออนไลน์อย่างฉับพลัน 1 สถานการณ์ดังกล่าวได้เผยให้เห็นทั้งโอกาสและวิกฤต โดยเฉพาะความเหลื่อมล้ำทางทักษะดิจิทัล (Digital Divide) และความพร้อมของครูผู้สอนในการปรับตัว
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) และคุรุสภา ได้ตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการยกระดับสมรรถนะครู จึงได้กำหนดมาตรฐานวิชาชีพและเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะใหม่ (ว9/2564 หรือ วPA) ที่เน้น “ผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน” (Learning Outcomes) เป็นสำคัญ 3 การเปลี่ยนแปลงนี้เรียกร้องให้ครูไทยต้องก้าวข้ามจากการเป็นเพียง “ผู้ถ่ายทอดเนื้อหา” (Content Transmitter) มาเป็น “นักออกแบบการเรียนรู้” (Learning Designer) ที่มีความเชี่ยวชาญในการผสานศาสตร์การสอน เนื้อหาวิชา และเทคโนโลยีเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน
บทความนี้จะเจาะลึกถึงกลยุทธ์การใช้ TPACK Model เป็นเครื่องมือหลักในการตอบโจทย์ความท้าทายดังกล่าว โดยไม่ได้มองเทคโนโลยีเป็นเพียงอุปกรณ์เสริม แต่เป็นองค์ประกอบที่ฝังลึกอยู่ในกระบวนการเรียนรู้ เพื่อสร้างห้องเรียนเชิงรุกที่มีประสิทธิภาพและนำไปสู่ความก้าวหน้าทางวิชาชีพของครูอย่างแท้จริง
กรอบแนวคิดเชิงทฤษฎี: TPACK Model หัวใจของการสอนยุคดิจิทัล
วิวัฒนาการจาก PCK สู่ TPACK
รากฐานของโมเดล TPACK เกิดขึ้นจากการต่อยอดแนวคิด Pedagogical Content Knowledge (PCK) ของ Lee Shulman (1986) ซึ่งเสนอว่าครูที่เชี่ยวชาญไม่ได้มีแค่ความรู้ในเนื้อหา (Content) หรือรู้วิธีสอน (Pedagogy) แยกจากกัน แต่ต้องมีความรู้ที่ผสมผสานทั้งสองอย่างเข้าด้วยกัน คือรู้วิธีที่จะถ่ายทอดเนื้อหาเฉพาะนั้นๆ ให้ผู้เรียนเข้าใจได้ดีที่สุด 4
ต่อมาเมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญ Mishra และ Koehler (2006) จึงได้ขยายกรอบแนวคิดนี้โดยเพิ่มมิติของ “ความรู้ด้านเทคโนโลยี” (Technological Knowledge) เข้าไป กลายเป็น TPACK (Technological Pedagogical Content Knowledge) หรือที่อ่านว่า “ทีแพค” 5 โมเดลนี้เน้นย้ำว่าการบูรณาการเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพไม่ได้เกิดจากการใช้เครื่องมือที่ล้ำสมัยที่สุด แต่เกิดจากความเข้าใจในปฏิสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างองค์ประกอบทั้ง 7 ด้าน
การวิเคราะห์เจาะลึก 7 องค์ประกอบของ TPACK
เพื่อให้ครูผู้สอนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง จำเป็นต้องทำความเข้าใจนิยามและนัยสำคัญของแต่ละองค์ประกอบอย่างละเอียด ดังนี้:
องค์ความรู้หลัก (Core Knowledge Domains)
1. Content Knowledge (CK): ความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในเนื้อหาวิชาที่สอน รวมถึงข้อเท็จจริง ทฤษฎี หลักการ และโครงสร้างของวิชานั้นๆ ครูที่มี CK แข็งแรงจะสามารถเชื่อมโยงมโนทัศน์ต่างๆ ได้อย่างแม่นยำและป้องกันความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน (Misconception) ของผู้เรียน 4
2. Pedagogical Knowledge (PK): ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการและวิธีการเรียนการสอน จิตวิทยาการเรียนรู้ การจัดการชั้นเรียน และการวัดประเมินผล ซึ่งไม่ขึ้นอยู่กับเนื้อหาวิชาเฉพาะ เช่น ความเข้าใจเรื่องจิตวิทยาพัฒนาการ เทคนิคการสอนแบบร่วมมือ (Cooperative Learning) หรือการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) 4
3. Technological Knowledge (TK): ความรู้และทักษะในการใช้งานเทคโนโลยี ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ตั้งแต่เครื่องมือพื้นฐาน (เช่น กระดานดำ หนังสือ) ไปจนถึงเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูง (เช่น อินเทอร์เน็ต, AI, LMS) รวมถึงความสามารถในการเรียนรู้และปรับตัวต่อเทคโนโลยีใหม่ๆ ตลอดเวลา 5
องค์ความรู้ผสมผสาน (Intersecting Knowledge Domains)
1. Pedagogical Content Knowledge (PCK): ศาสตร์การสอนในเนื้อหาเฉพาะ เป็นความสามารถในการแปลงเนื้อหาที่ซับซ้อนให้เป็นสิ่งที่เข้าใจง่ายสำหรับผู้เรียนกลุ่มเป้าหมาย เช่น การใช้วิธีสอนแบบอุปมาอุปไมยเพื่ออธิบายกฎฟิสิกส์ หรือการใช้บทบาทสมมติในการสอนประวัติศาสตร์ 4
2. Technological Content Knowledge (TCK): ความรู้ความเข้าใจว่าเทคโนโลยีสามารถสร้าง นำเสนอ หรือเปลี่ยนแปลงเนื้อหาวิชาได้อย่างไร เช่น การใช้โปรแกรม Simulation เพื่อจำลองการเคลื่อนที่ของโมเลกุลในวิชาเคมี ซึ่งเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าและไม่สามารถอธิบายได้ชัดเจนด้วยการบรรยายเพียงอย่างเดียว 9
3. Technological Pedagogical Knowledge (TPK): ความรู้เกี่ยวกับศักยภาพของเทคโนโลยีในการสนับสนุนหรือปรับเปลี่ยนวิธีการสอน เช่น การใช้กระดานสนทนาออนไลน์ (Discussion Board) เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นสำหรับผู้เรียนที่ไม่กล้าแสดงออกในห้องเรียน หรือการใช้แอปพลิเคชันเกมเพื่อกระตุ้นแรงจูงใจในการเรียนรู้ 5
4. Technological Pedagogical Content Knowledge (TPACK): จุดตัดของวงกลมทั้งสาม เป็นความรู้ขั้นสูงที่ครูใช้ในการออกแบบการเรียนรู้ โดยการเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมที่สุดมาใช้วิธีการสอนที่สอดคล้อง เพื่อถ่ายทอดเนื้อหาเฉพาะเรื่องนั้นๆ ให้บรรลุวัตถุประสงค์การเรียนรู้ ภายใต้บริบท (Context) ของห้องเรียนและผู้เรียนแต่ละกลุ่ม 5
ความสำคัญของบริบท (Context) ใน TPACK
สิ่งที่มักถูกละเลยแต่มีความสำคัญที่สุดในโมเดล TPACK คือวงกลมเส้นประล้อมรอบที่เรียกว่า “บริบท” (Context) 5 บริบทหมายถึงสภาพแวดล้อมที่การเรียนรู้เกิดขึ้น ซึ่งรวมถึงความพร้อมของอุปกรณ์ พื้นฐานความรู้ของผู้เรียน วัฒนธรรมองค์กร และนโยบายของสถานศึกษา การใช้ TPACK ที่ประสบความสำเร็จไม่ใช่การก๊อปปี้แผนการสอนของคนอื่นมาใช้ แต่เป็นการปรับจูน (Adaptation) องค์ประกอบทั้ง 7 ให้เข้ากับบริบทเฉพาะหน้าของครูแต่ละคน
ยุทธศาสตร์การบูรณาการ: TPACK กับ 8 ตัวชี้วัด วPA
ในการประเมินวิทยฐานะตามเกณฑ์ ว9/2564 ด้านที่ 1 ด้านการจัดการเรียนรู้ ประกอบด้วย 8 ตัวชี้วัด ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่คณะกรรมการจะใช้พิจารณาผลงานของครู การใช้กรอบ TPACK จะช่วยให้ครูสามารถออกแบบกิจกรรมที่ตอบโจทย์ตัวชี้วัดเหล่านี้ได้อย่างเป็นระบบและมีหลักฐานเชิงประจักษ์ 3
ตารางวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงลึกระหว่าง 8 ตัวชี้วัด วPA และบทบาทของ TPACK
| ตัวชี้วัดที่ 1: ผู้เรียนสามารถเข้าถึงสิ่งที่เรียนและเข้าใจบทเรียน |
| บทบาทของ TPACK: การใช้ TCK (Technological Content Knowledge) เพื่อเปลี่ยนนามธรรมให้เป็นรูปธรรม และ PK (Pedagogical Knowledge) ในการจัดลำดับเนื้อหาจากง่ายไปยาก กลยุทธ์: ใช้เทคโนโลยีประเภท Visual Tools เช่น การใช้ Augmented Reality (AR) ส่องดูระบบอวัยวะภายในร่างกาย (CK) ทำให้ผู้เรียนเห็นภาพสามมิติและเข้าใจโครงสร้างที่ซับซ้อนได้ทันที แทนการดูภาพนิ่งในหนังสือ ซึ่งช่วยลดภาระทางปัญญา (Cognitive Load) ของผู้เรียน 1 |
| ตัวชี้วัดที่ 2: ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้หรือประสบการณ์เดิมกับการเรียนรู้ใหม่ |
| บทบาทของ TPACK: การใช้ TPK (Technological Pedagogical Knowledge) เพื่อดึงความรู้เดิม (Prior Knowledge Activation) อย่างมีประสิทธิภาพ กลยุทธ์: ใช้เครื่องมือ Interactive Presentation เช่น Mentimeter หรือ Padlet ให้ผู้เรียนระดมสมองสิ่งที่รู้เกี่ยวกับหัวข้อนั้นๆ ก่อนเริ่มเรียน (PK – Constructivism) คำตอบจะปรากฏเป็น Word Cloud หรือบอร์ดรวมความคิดเห็น ทำให้ครูเห็นพื้นฐานของผู้เรียนทั้งห้องในทันที และสามารถโยงเข้าสู่บทเรียนใหม่ได้อย่างตรงจุด 3 |
| ตัวชี้วัดที่ 3: ผู้เรียนได้สร้างความรู้เองหรือสร้างประสบการณ์ใหม่จากการเรียนรู้ |
| บทบาทของ TPACK: การใช้ TPACK สนับสนุนแนวคิด Constructionism (การสร้างองค์ความรู้ผ่านการลงมือทำ) กลยุทธ์: เปลี่ยนบทบาทผู้เรียนจาก “ผู้เสพสื่อ” (Consumer) เป็น “ผู้สร้างสื่อ” (Creator) เช่น มอบหมายให้ผู้เรียนสร้างคลิปวิดีโอสั้นอธิบายปรากฏการณ์ทางธรรมชาติโดยใช้แอปพลิเคชันตัดต่อ (TK) บนฐานความรู้ที่สืบค้นมา (CK) กระบวนการนี้บังคับให้ผู้เรียนต้องตกผลึกความรู้ก่อนจึงจะถ่ายทอดออกมาได้ 13 |
| ตัวชี้วัดที่ 4: ผู้เรียนได้รับการกระตุ้นและเกิดแรงจูงใจในการเรียนรู้ |
| บทบาทของ TPACK: การใช้ TPK ด้าน Gamification และ Engagement กลยุทธ์: ใช้ Kahoot!, Quizizz, หรือ Blooket ในการทดสอบหรือทบทวนความรู้ การแข่งขันที่เป็นมิตรและระบบคะแนนแบบเรียลไทม์ช่วยกระตุ้นสารสื่อประสาทโดพามีน ทำให้ผู้เรียนรู้สึกตื่นตัวและสนุกกับการเรียนรู้ แม้ในเนื้อหาที่ยากหรือน่าเบื่อ 8 |
| ตัวชี้วัดที่ 5: ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทักษะความเชี่ยวชาญจากการเรียนรู้ |
| บทบาทของ TPACK: การใช้ TCK เพื่อฝึกทักษะเฉพาะทางของศาสตร์นั้นๆ (Disciplinary Skills) กลยุทธ์: ในวิชาคณิตศาสตร์ ใช้โปรแกรม GeoGebra หรือ Desmos (TK) ให้ผู้เรียนทดลองปรับค่าตัวแปรของสมการกราฟ (CK) เพื่อสังเกตการเปลี่ยนแปลงด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการฝึกทักษะการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์และการแก้ปัญหา มากกว่าแค่การจำสูตร 9 |
| ตัวชี้วัดที่ 6: ผู้เรียนได้รับข้อมูลสะท้อนกลับเพื่อปรับปรุงการเรียนรู้ |
| บทบาทของ TPACK: การใช้ TPK เพื่อการประเมินเพื่อพัฒนา (Formative Assessment) ที่รวดเร็วและแม่นยำ กลยุทธ์: ใช้ Google Forms หรือ Socrative เก็บผลการเรียนรู้ท้ายคาบ ระบบจะตรวจคำตอบและวิเคราะห์สถิติให้ทันที (Real-time Feedback) ครูสามารถชี้แจงจุดที่นักเรียนส่วนใหญ่เข้าใจผิดได้ทันที หรือผู้เรียนสามารถเห็นเฉลยพร้อมคำอธิบายเพื่อปรับปรุงความเข้าใจของตนเองได้เดี๋ยวนั้น 3 |
| ตัวชี้วัดที่ 7: ผู้เรียนได้รับการพัฒนาการเรียนรู้ในบรรยากาศที่เหมาะสม |
| บทบาทของ TPACK: การใช้ TPK และ TK เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางจิตวิทยา (Psychological Safety) กลยุทธ์: สำหรับวิชาที่ต้องมีการอภิปรายประเด็นละเอียดอ่อน ครูสามารถใช้ช่องทาง Backchannel เช่น Padlet แบบไม่ระบุตัวตน (Anonymous) ให้ผู้เรียนกล้าแสดงความคิดเห็นหรือตั้งคำถามที่อาจจะไม่กล้าถามในห้องเรียนปกติ ช่วยสร้างบรรยากาศแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่เท่าเทียม 13 |
| ตัวชี้วัดที่ 8: ผู้เรียนสามารถกำกับการเรียนรู้แบบนำตนเอง |
| บทบาทของ TPACK: การใช้ TK เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) และการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self-Directed Learning) กลยุทธ์: การใช้ระบบจัดการการเรียนรู้ (LMS) เช่น Google Classroom หรือบทเรียนออนไลน์ ครูจัดเตรียมทรัพยากรไว้ให้ผู้เรียนสามารถเข้าไปศึกษา ทบทวน หรือขยายความรู้เพิ่มเติมได้ตามความสนใจและจังหวะการเรียนรู้ของตนเอง (Self-paced) รวมถึงการใช้ Checklist ดิจิทัลให้ผู้เรียนติดตามความก้าวหน้าของตนเอง 10 |
สมรรถนะดิจิทัลและวงล้อเครื่องมือ TPACK (TPACK Digital Tool Wheel)
เพื่อให้ครูไทยสามารถเลือกใช้เครื่องมือดิจิทัลได้อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับมาตรฐานสมรรถนะดิจิทัล (Digital Competency) ของคุรุสภา ซึ่งแบ่งเป็น 3 ระดับ (ความรู้, ทักษะ, การประยุกต์ใช้) 16 บทความนี้ได้จัดหมวดหมู่เครื่องมือตามวัตถุประสงค์ของการใช้งานในกรอบ TPACK ดังนี้:
1. กลุ่มเครื่องมือเพื่อการจัดการและกระตุ้นความสนใจ (Management & Engagement Tools)
TPACK Domain: TPK (เน้นวิธีสอนและการจัดการชั้นเรียน)
Tools:
- ClassDojo: บริหารจัดการพฤติกรรมและสื่อสารกับผู้ปกครอง
- Wheel of Names: สุ่มเรียกชื่อเพื่อความยุติธรรมและตื่นเต้น
- Timer Tools: บริหารเวลาในการทำกิจกรรมกลุ่ม
2. กลุ่มเครื่องมือเพื่อการทำงานร่วมกันและระดมสมอง (Collaboration & Brainstorming Tools)
TPACK Domain: TPK & PK (เน้น Social Constructivism)
Tools:
- Padlet: กระดานดิจิทัลสำหรับแปะโพสต์อิท รูปภาพ ลิงก์ ร่วมกัน
- Miro / Mural: ไวท์บอร์ดอัจฉริยะสำหรับการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking)
- Google Workspace (Docs, Slides, Sheets): แก้ไขเอกสารร่วมกันแบบเรียลไทม์
3. กลุ่มเครื่องมือเพื่อการสืบค้นและสร้างสรรค์เนื้อหา (Inquiry & Content Creation Tools)
TPACK Domain: TCK & CK (เน้นเนื้อหาและการสร้างชิ้นงาน)
Tools:
- Google Lens / iNaturalist: สำหรับวิชาวิทยาศาสตร์ เพื่อสืบค้นข้อมูลชีวภาพจากภาพถ่าย 13
- Google Earth / Maps: สำหรับวิชาสังคมศึกษา ภูมิศาสตร์
- Canva / CapCut: สำหรับสร้างอินโฟกราฟิกและวิดีโอสรุปความรู้
- GeoGebra: สำหรับคณิตศาสตร์
4. กลุ่มเครื่องมือเพื่อการประเมินและสะท้อนผล (Assessment & Reflection Tools)
TPACK Domain: TPK & PK (เน้นการวัดผล)
Tools:
- Google Forms / Microsoft Forms: สร้างแบบทดสอบและแบบสอบถาม
- Quizizz / Kahoot!: แบบทดสอบในรูปแบบเกม
- Flip (Flipgrid): อัดคลิปวิดีโอสะท้อนความรู้สึกหรือตอบคำถามปากเปล่า
การเลือกใช้เครื่องมือเหล่านี้ต้องคำนึงถึง “ความคุ้มค่าทางปัญญา” คือ เครื่องมือนั้นต้องช่วยให้การเรียนรู้ดีขึ้น ง่ายขึ้น หรือลึกซึ้งขึ้น หากใช้แล้วยุ่งยากกว่าเดิมหรือไม่ได้เพิ่มมูลค่าการเรียนรู้ ถือว่ายังไม่บรรลุเป้าหมายของ TPACK 17
การเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ที่บูรณาการ TPACK
ส่วนนี้คือหัวใจสำคัญของการบรรยายภาคปฏิบัติ เพื่อสาธิตวิธีการนำทฤษฎีสู่การปฏิบัติจริง โดยใช้ตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทั้ง TPACK และ 8 ตัวชี้วัด วPA อย่างครบถ้วน
ข้อมูลทั่วไปของแผนการจัดการเรียนรู้
- ชื่อหน่วยการเรียนรู้: การสืบสอบและนำเสนอข้อมูลระบบนิเวศในท้องถิ่นยุคดิจิทัล (Local Ecosystem Investigation in the Digital Age)
- รายวิชา: วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (บูรณาการสังคมศึกษาและภูมิศาสตร์)
- ระดับชั้น: มัธยมศึกษาปีที่ 2
- เวลา: 2 ชั่วโมง (120 นาที)
- รูปแบบการสอน: สืบเสาะหาความรู้ (Inquiry-based Learning) ผสมผสานการเรียนรู้นอกห้องเรียน (Field Study) และการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Collaborative Learning)
คำอธิบายรายวิชาและแนวคิดหลัก (Description)
กิจกรรมนี้มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเข้าใจโครงสร้างและความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศท้องถิ่นผ่านการลงมือปฏิบัติจริง โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการ “ขยายผัสสะ” ของผู้เรียน (เช่น การระบุชนิดพันธุ์พืชที่ไม่รู้จัก) และ “ขยายพื้นที่การเรียนรู้” (เช่น การปักหมุดข้อมูลลงในแผนที่ดิจิทัล) ผู้เรียนจะได้ฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ควบคู่กับทักษะความฉลาดทางดิจิทัล (Digital Intelligence) ในการรวบรวม วิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูลอย่างสร้างสรรค์ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในชุมชนของตนเอง
วัตถุประสงค์การเรียนรู้ (Learning Objectives)
วิเคราะห์ตามกรอบ KPA และเชื่อมโยงกับ TPACK
- ด้านความรู้ (Knowledge – CK):
- ผู้เรียนสามารถอธิบายองค์ประกอบทางกายภาพและชีวภาพของระบบนิเวศในท้องถิ่นได้
- ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตในรูปแบบสายใยอาหาร (Food Web) ได้
- ด้านทักษะกระบวนการ (Process – PK/TK/TCK)
- ผู้เรียนสามารถใช้แอปพลิเคชันระบุสิ่งมีชีวิต (Google Lens/iNaturalist) และเครื่องมือระบุพิกัด (Google Maps) ในการรวบรวมข้อมูลภาคสนามได้ (TK/TCK)
- ผู้เรียนสามารถทำงานร่วมกันในการวิเคราะห์ข้อมูลและสร้างแผนผังความคิดผ่านกระดานดิจิทัล (Miro/Padlet) ได้ (TPK)
- ผู้เรียนสามารถผลิตสื่อดิจิทัล (Infographic/Short Video) เพื่อนำเสนอผลการสำรวจได้อย่างสร้างสรรค์ (TPACK)
- ด้านเจตคติ (Attitude – PK)
- ผู้เรียนมีความรับผิดชอบในการทำงานกลุ่มและยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น (Collaboration)
- ผู้เรียนตระหนักถึงคุณค่าของความหลากหลายทางชีวภาพในท้องถิ่น
กิจกรรมการเรียนรู้ (Learning Activities)
ออกแบบตามขั้นตอน 5Es Instructional Model โดยแทรก TPACK และตัวชี้วัด วPA ในทุกขั้นตอน
ขั้นที่ 1: กระตุ้นความสนใจ (Engagement) – 15 นาที
กิจกรรม
- ครูเปิดคลิปวิดีโอ Time-lapse จาก Google Earth Engine แสดงการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่าไม้หรือแหล่งน้ำในจังหวัดของตนเองย้อนหลัง 20 ปี
- ตั้งคำถามท้าทาย: “นักเรียนเห็นการเปลี่ยนแปลงอะไร? และคิดว่าสิ่งนี้ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในพื้นที่อย่างไร?”
- นักเรียนตอบคำถามผ่าน Mentimeter เพื่อสร้าง Word Cloud แสดงความคิดเห็นร่วมกันของทั้งห้อง
การวิเคราะห์ TPACK
- TCK: ใช้วิดีโอ Time-lapse แสดงข้อมูลเชิงประจักษ์ที่ไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่าในเวลาปกติ
- TPK: ใช้ Mentimeter เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วม (Inclusive) ตอบโจทย์ PA ตัวชี้วัดที่ 2 (เชื่อมโยงความรู้เดิม) และ 4 (กระตุ้นความสนใจ)
ขั้นที่ 2: สำรวจและค้นหา (Exploration) – 45 นาที
กิจกรรม
- แบ่งกลุ่มนักเรียน 4-5 คน ลงพื้นที่สำรวจระบบนิเวศในโรงเรียนหรือชุมชนใกล้เคียง
- มอบหมายภารกิจ “นักสืบธรรมชาติ”: ให้ถ่ายภาพสิ่งมีชีวิตที่พบ (พืช/สัตว์/แมลง)
- ใช้แอปพลิเคชัน Google Lens หรือ iNaturalist ส่องไปที่สิ่งมีชีวิตเพื่อค้นหาชื่อทางวิทยาศาสตร์และข้อมูลเบื้องต้น
- บันทึกข้อมูลภาพ ชื่อ และตำแหน่งที่พบ ลงใน Google My Maps หรือ Padlet ที่ครูเตรียมไว้แบบเรียลไทม์
การวิเคราะห์ TPACK
- TK: ทักษะการใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่และแอปพลิเคชัน
- TCK: เทคโนโลยีช่วย “ปลดล็อก” ข้อจำกัดด้านเนื้อหา (จากเดิมที่ต้องเปิดหนังสือเทียบพรรณไม้ซึ่งช้าและยาก มาเป็นการใช้ AI ช่วยระบุชนิดพันธุ์ได้ทันที) ทำให้ผู้เรียนเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกได้ง่ายขึ้น ตอบโจทย์ PA ตัวชี้วัดที่ 1 (เข้าถึงสิ่งที่เรียน) และ 3 (สร้างประสบการณ์ใหม่)
ขั้นที่ 3: อธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) – 30 นาที
กิจกรรม
- กลับเข้าห้องเรียน หรือรวมกลุ่มในพื้นที่ร่ม
- แต่ละกลุ่มนำข้อมูลที่ได้จากการสำรวจ มาวิเคราะห์ร่วมกันบน Miro Board (กระดานไวท์บอร์ดออนไลน์)
- ให้นักเรียนลากเส้นเชื่อมโยงความสัมพันธ์ “ใครกินใคร” จากรูปภาพสิ่งมีชีวิตที่ถ่ายมา เพื่อสร้าง “สายใยอาหารดิจิทัล” (Digital Food Web) ของกลุ่มตนเอง
- ครูเดินให้คำแนะนำ (Coaching) และใช้คำถามเจาะลึกเพื่อตรวจสอบความเข้าใจที่ถูกต้อง (Check Misconception)
การวิเคราะห์ TPACK
- PCK: การใช้แผนภาพ (Diagram) ช่วยอธิบายมโนทัศน์เรื่องการถ่ายทอดพลังงาน
- TPK: ใช้ Collaborative Tool (Miro) ให้สมาชิกทุกคนทำงานบนหน้าจอเดียวกันได้พร้อมกัน เห็นกระบวนการคิดของเพื่อน และสามารถแก้ไขได้ง่าย ตอบโจทย์ PA ตัวชี้วัดที่ 5 (พัฒนาทักษะความเชี่ยวชาญ) และ 7 (บรรยากาศการเรียนรู้)
ขั้นที่ 4: ขยายความรู้ (Elaboration) – 20 นาที
กิจกรรม
- ให้นักเรียนเลือกประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่พบจากการสำรวจ (เช่น ขยะพลาสติก, น้ำเสีย, การรุกล้ำพื้นที่)
- ระดมสมองหาแนวทางแก้ไขเบื้องต้น
- สรุปผลการสำรวจและแนวทางแก้ไขในรูปแบบ Infographic ผ่าน Canva หรือคลิป TikTok ความยาว 1 นาที
- แชร์ผลงานลงในช่องทาง Social Media ของรายวิชา
การวิเคราะห์ TPACK
- TPACK: บูรณาการขั้นสูง ผู้เรียนต้องเข้าใจเนื้อหา (CK) ใช้วิธีการแก้ปัญหา (PK) และใช้เครื่องมือสร้างสื่อ (TK) เพื่อสื่อสารความรู้นั้นออกมา ตอบโจทย์ PA ตัวชี้วัดที่ 3 (สร้างความรู้เอง)
ขั้นที่ 5: ประเมินผล (Evaluation) – 10 นาที
กิจกรรม
- เพื่อนประเมินเพื่อน (Peer Assessment) โดยการเข้าไปดูผลงานกลุ่มอื่นแล้วกด Like หรือ Comment อย่างสร้างสรรค์
- ทำแบบทดสอบสั้นๆ (Exit Ticket) ผ่าน Google Forms เพื่อประเมินความเข้าใจรายบุคคล
- ครูสรุปภาพรวมและให้ข้อมูลป้อนกลับ (Feedback) จากผลคะแนนที่ปรากฏทันที
การวิเคราะห์ TPACK
- TPK: การใช้เทคโนโลยีเพื่อการประเมินผลที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ PA ตัวชี้วัดที่ 6 (ข้อมูลสะท้อนกลับ) และ 8 (กำกับการเรียนรู้)
การวัดและประเมินผล: กุญแจสู่ความสำเร็จตามเกณฑ์ วPA
เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการประเมินวิทยฐานะ การวัดผลต้องไม่จำกัดเพียงแค่ข้อสอบ แต่ต้องเป็นการประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment) ที่สะท้อนพัฒนาการของผู้เรียน 18
เกณฑ์การให้คะแนน (Rubrics)
ตัวอย่างรูบริคสำหรับการประเมินชิ้นงานและการทำงานกลุ่ม
| เกณฑ์การประเมิน (Criteria) | ดีมาก (4) | ดี (3) | พอใช้ (2) | ปรับปรุง (1) |
| ความถูกต้องของเนื้อหา (CK) | ระบุชนิดสิ่งมีชีวิตและสร้างสายใยอาหารได้ถูกต้องครบถ้วน มีความซับซ้อนสมจริง | ระบุชนิดถูกต้องส่วนใหญ่ สายใยอาหารมีความถูกต้องแต่ไม่ซับซ้อน | มีข้อผิดพลาดในการระบุชนิดหรือสายใยอาหารบางส่วน | เนื้อหาผิดพลาดมาก ไม่สามารถแสดงความสัมพันธ์ได้ |
| การใช้เทคโนโลยี (TK/TPACK) | เลือกใช้เครื่องมือเหมาะสม คล่องแคล่ว ผลงานมีความคิดสร้างสรรค์และคุณภาพสูง | ใช้เครื่องมือได้ถูกต้อง ผลงานเรียบร้อยตามเกณฑ์ | ใช้เครื่องมือได้แต่ต้องได้รับคำแนะนำ ผลงานยังขาดความปราณีต | ไม่สามารถใช้เครื่องมือได้ด้วยตนเอง ผลงานไม่เสร็จสมบูรณ์ |
| กระบวนการทำงานกลุ่ม (PK) | สมาชิกทุกคนมีบทบาทชัดเจน มีการวางแผน รับฟัง และช่วยเหลือกันอย่างดีเยี่ยม | สมาชิกส่วนใหญ่มีส่วนร่วม งานดำเนินไปได้ด้วยดี | การทำงานกระจุกตัวอยู่บางคน ขาดการวางแผน | ขาดความสามัคคี งานล่าช้าหรือไม่สำเร็จ |
การเขียนบันทึกหลังการสอน (Post-teaching Reflection)
เอกสารหลักฐานสำคัญสำหรับ วPA คือ “บันทึกหลังการสอน” ที่แสดงให้เห็นถึงการวิเคราะห์ปัญหาและการแก้ปัญหาของครู 3 การเขียนบันทึกที่ดีควรสะท้อนกระบวนการ TPACK ดังตัวอย่าง
ตัวอย่างบันทึกข้อความ (Excerpt)
“จากการจัดการเรียนรู้เรื่องระบบนิเวศในท้องถิ่น พบว่าผู้เรียนร้อยละ 15 ยังสับสนเรื่องทิศทางของลูกศรในสายใยอาหาร (ปัญหาด้าน CK) ซึ่งเกิดจากการวาดภาพในกระดาษที่แก้ไขยาก ครูจึงแก้ปัญหาโดยให้ผู้เรียนกลุ่มดังกล่าวกลับไปใช้โปรแกรม Miro ปรับแก้ทิศทางลูกศรใหม่ (ใช้ TK แก้ปัญหา CK) พร้อมอธิบายเหตุผลประกอบ ผลปรากฏว่าผู้เรียนสามารถแก้ไขความเข้าใจผิดได้ด้วยตนเองและสามารถอธิบายหลักการถ่ายทอดพลังงานได้ถูกต้อง (ผลลัพธ์การเรียนรู้ที่ดีขึ้นตามตัวชี้วัดที่ 6 และ 8)… นอกจากนี้ การใช้ Google Lens ช่วยให้นักเรียนที่ไม่ชอบวิชาวิทยาศาสตร์มีความกระตือรือร้นในการสำรวจมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด (ตัวชี้วัดที่ 4)…”
บทส่งท้ายสู่ความเป็นเลิศทางวิชาชีพครู
การออกแบบการเรียนรู้โดยใช้ TPACK Model ไม่ใช่ภาระงานที่เพิ่มขึ้น แต่เป็นเครื่องมือช่วยผ่อนแรง (Leverage) ที่ทำให้ครูสามารถจัดการเรียนรู้ที่มีคุณภาพสูงได้โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างชาญฉลาด ความสำเร็จของการขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะไม่ได้อยู่ที่ความอลังการของเทคโนโลยี แต่อยู่ที่ “ร่องรอยการเรียนรู้” ของผู้เรียนที่เกิดขึ้นจริง
เมื่อครูสามารถผสมผสาน เนื้อหาที่ลึกซึ้ง (CK) ด้วย วิธีการสอนที่แยบคาย (PK) ผ่าน เครื่องมือที่ทรงพลัง (TK) สิ่งที่เกิดขึ้นคือห้องเรียนที่มีชีวิตชีวา ซึ่งผู้เรียนไม่ได้เป็นเพียงผู้รับความรู้ แต่เป็นผู้สร้างองค์ความรู้ และนั่นคือปณิธานสูงสุดของการศึกษาไทยและการพัฒนาวิชาชีพครูอย่างยั่งยืน
Works cited
- Enhancing ICT Literacy and Achievement: A TPACK-Based Blended Learning Model for Thai Business Administration Students – MDPI, accessed February 12, 2026, https://www.mdpi.com/2227-7102/14/5/455
- Developing Technological Pedagogical Content Knowledge (TPACK) through Technology-Enhanced Content and Language-Integrated Learning (T-CLIL) Instruction – PMC, accessed February 12, 2026, https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC8234760/
- 8 ตัวชี้วัด วPA สู่การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทย – Starfish Labz, accessed February 12, 2026, https://www.starfishlabz.com/blog/1729-8-ตัวชี้วัด-วpa-สู่การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทย
- การออกแบบการเรียนการสอนด้วย TPACK Model – Flip eBook Pages 1-50 | AnyFlip, accessed February 12, 2026, https://anyflip.com/ngzjb/ugsh/basic
- TPACK Model : กรอบการสอนแห่งอนาคต » – Digital Learning Classroom, accessed February 12, 2026, https://krukob.com/web/track-3/
- TPACK: Technological Pedagogical Content Knowledge Framework, accessed February 12, 2026, https://educationaltechnology.net/technological-pedagogical-content-knowledge-tpack-framework/
- TPACK Model – Digital Technologies Hub, accessed February 12, 2026, https://www.digitaltechnologieshub.edu.au/understanding-dt/professional-learning/tpack-model/
- TPACK model explained with examples for the classroom – Nearpod, accessed February 12, 2026, https://nearpod.com/blog/tpack/
- Technology Integration Framework – Stanford Teaching Commons, accessed February 12, 2026, https://teachingcommons.stanford.edu/teaching-guides/foundations-course-design/theory-practice/technology-integration-framework
- The TPACK Framework Explained (With Classroom Examples) – PowerSchool, accessed February 12, 2026, https://www.powerschool.com/blog/the-tpack-framework-explained-with-classroom-examples/
- TPACK in ASEAN perspectives: Case study on Thai pre-service teacher – ERIC, accessed February 12, 2026, https://files.eric.ed.gov/fulltext/EJ1274635.pdf
- การประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะ ตามเกณฑ์ วPA – โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย – rittiya, accessed February 12, 2026, https://www.rittiya.ac.th/archives/11759
- TPACK Model และการประยุกต์ใช้เพื่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุก » – Digital Learning Classroom, accessed February 12, 2026, https://krukob.com/web/track/
- TPACK-based Active Learning to Promote Digital and Scientific Literacy in Genetics – ERIC, accessed February 12, 2026, https://files.eric.ed.gov/fulltext/EJ1386512.pdf
- การออกแบบการเรียนการสอนด้วย TPACK Model – Flip eBook Pages 1 …, accessed February 12, 2026, https://anyflip.com/ngzjb/ugsh/basic/
- Untitled, accessed February 12, 2026, https://www.kroobannok.com/UserFiles2611/File/2025/02/คู่มือการพัฒนาสมรรถนะดิจิทัล.pdf
- SAMR and TPACK: Two models to help with integrating technology into your courses | Resource Library | Taylor Institute for Teaching and Learning | University of Calgary, accessed February 12, 2026, https://taylorinstitute.ucalgary.ca/resources/SAMR-TPACK
- ตัวอย่างการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก เรื่อง: การเขียนเรียงความ ตามแนวทาง TIP Model », accessed February 12, 2026, https://krukob.com/web/tip-5/
- ตัวอย่างการกำหนดกรอบความรู้ของผู้สอนตามแนวทางในการใช้เทคโนโลยี วิธีการสอนและเนื้อหา (TPACK Model) ในงานวิจัยระดับเชี่ยวชาญ (คศ.4) » – Digital Learning Classroom, accessed February 12, 2026, https://krukob.com/web/research-13/
Comments
Powered by Facebook Comments

