Friday, May 15, 2026
Latest:
Digital Learning Classroom
บทความหลักการและแนวคิด

ทิศทางเชิงกลยุทธ์และการบูรณาการระบบประกันคุณภาพสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศ: การเชื่อมโยง IQA, EQA และแนวทาง OBECQA อย่างเป็นระบบ

แชร์เรื่องนี้

ทิศทางเชิงกลยุทธ์และการบูรณาการระบบประกันคุณภาพสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศ: การเชื่อมโยง IQA, EQA และแนวทาง OBECQA อย่างเป็นระบบ

ดร.อนุศร หงษ์ขุนทด
ศึกษานิเทศก์ วิทยฐานะศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ สพม.นครราชสีมา
Musicmankob@gmail.com 


__________________________________

บริบทและกระบวนทัศน์ใหม่ของการประกันคุณภาพการศึกษา

ในสภาวะแวดล้อมที่การจัดการศึกษาระดับโลกเผชิญกับความผันผวนและความท้าทายเชิงโครงสร้าง สถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 ไม่สามารถพึ่งพากระบวนการบริหารจัดการแบบดั้งเดิมได้อีกต่อไป การยกระดับคุณภาพการศึกษาในปัจจุบันเรียกร้องให้เกิดการประเมินและการพัฒนาที่เป็นพลวัต ซึ่งต้องอาศัยกลไกการประกันคุณภาพภายใน (Internal Quality Assurance: IQA) ที่เข้มแข็ง ผนวกกับการเตรียมความพร้อมรับการประเมินคุณภาพภายนอก (External Quality Assessment: EQA) อย่างมีวิสัยทัศน์ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ได้ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การประเมินรอบที่ 5 (พ.ศ. 2567-2571) จากการตรวจสอบเพื่อมุ่งจับผิดหรือตัดสินผล (Punitive Assessment) ไปสู่การประเมินเพื่อการพัฒนา (Developmental Assessment) อย่างเต็มรูปแบบ 1

เพื่อตอบสนองต่อพลวัตดังกล่าวและขับเคลื่อนสถานศึกษาให้ก้าวข้ามมาตรฐานระดับพื้นฐานไปสู่ความเป็นเลิศในระดับสากล สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จึงได้นำร่องและขยายผล “โครงการโรงเรียนมาตรฐานสากลสู่ความเป็นเลิศ” (World-Class Standard School) โดยประยุกต์ใช้เกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ OBECQA (Office of the Basic Education Commission Quality Award) ซึ่งพัฒนาอิงตามเกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติ (Thailand Quality Award: TQA) 3 เครื่องมือนี้ไม่ได้เป็นเพียงเกณฑ์การประเมิน แต่เป็นนวัตกรรมการบริหารจัดการเชิงระบบ (Systems Perspective) ที่ครอบคลุมตั้งแต่การนำองค์กร การวางแผนกลยุทธ์ ไปจนถึงการวิเคราะห์ผลลัพธ์เชิงประจักษ์ การหลอมรวมระบบ IQA, EQA และ OBECQA เข้าด้วยกัน จึงเป็นกลยุทธ์ระดับองค์กรที่สำคัญที่สุดในการเปลี่ยนผ่านสถานศึกษาจากการทำงานแบบตั้งรับปัญหารายวัน (Fighting Fires) ไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovation) อย่างยั่งยืน 3

การเชื่อมโยง IQA, EQA และแนวทาง OBECQA อย่างเป็นระบบ

สถานะและพลวัตของการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายใน (IQA) เชิงรุก

ระบบประกันคุณภาพภายใน (IQA) เป็นรากฐานปฐมภูมิที่สถานศึกษาต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างหลักประกันแก่สังคมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียว่าผู้เรียนจะได้รับการศึกษาที่ได้มาตรฐาน ข้อมูลจากการวิเคราะห์ผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา สพฐ. ล่าสุดสำหรับปีการศึกษา 2568 สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายเชิงระบบที่สำคัญ โดยภาพรวมคะแนนผลการประเมินเฉลี่ยระดับประเทศอยู่ที่เพียง 0.36 คะแนน ซึ่งจัดอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องได้รับการปรับปรุงอย่างเร่งด่วน 4 ตัวเลขนี้บ่งชี้ถึงช่องว่างระหว่างการออกแบบนโยบายและการนำไปปฏิบัติจริงในระดับสถานศึกษา

เพื่อทำความเข้าใจรากเหง้าของปัญหา สพฐ. ได้นำเทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงมาใช้ในการจำแนกกลุ่มสถานศึกษา โดยเทียบเคียงระหว่างผลการประเมินตนเองในระบบ IQA และร้อยละของผู้สำเร็จการศึกษา ข้อมูลเชิงลึกนี้ทำให้สามารถแบ่งสถานศึกษาออกเป็นสี่กลุ่มยุทธศาสตร์ ซึ่งนำไปสู่การออกแบบนโยบายการแทรกแซง (Intervention) ที่แตกต่างกัน ดังที่แสดงในตารางวิเคราะห์ด้านล่าง 4

กลุ่มยุทธศาสตร์ของสถานศึกษาผลการประเมินตนเอง (IQA)ร้อยละผู้สำเร็จการศึกษาจำนวนสถานศึกษาอ้างอิงนัยสำคัญเชิงระบบและข้อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์
กลุ่มแข็งแกร่ง (Strong)อยู่ในเกณฑ์ดี/สูงสูง10 แห่งสถานศึกษามีความสอดคล้องระหว่างกระบวนการและผลลัพธ์ เป็นกลุ่มต้นแบบที่พร้อมยกระดับเข้าสู่การประเมินตามเกณฑ์ OBECQA อย่างเต็มรูปแบบ 3
กลุ่มต้องติดตาม (Monitor)อยู่ในเกณฑ์ดี/สูงต่ำ7 แห่งเกิดปรากฏการณ์รายงานผลเกินจริง (SAR Overstatement) สถานศึกษามีระบบเอกสารที่ดีแต่ไม่สะท้อนผลลัพธ์ผู้เรียน จำเป็นต้องวิเคราะห์ช่องว่างด้วยกรอบ LeTCI 4
กลุ่มมีศักยภาพ (Potential)อยู่ในเกณฑ์ต่ำสูง4 แห่งกระบวนการจัดการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพสูง แต่ขาดระบบการบริหารจัดการเอกสารและฐานข้อมูล (KM) ที่เป็นระบบ จำเป็นต้องพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ 4
กลุ่มเร่งด่วน (Urgent)อยู่ในเกณฑ์ต่ำต่ำ3 แห่งระบบการบริหารจัดการล้มเหลวทั้งกระบวนการและผลลัพธ์ จำเป็นต้องได้รับการแทรกแซงและนิเทศติดตามอย่างใกล้ชิดจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 4

นอกจากนี้ การพัฒนาระบบ IQA ในยุคดิจิทัลยังได้รับการยกระดับผ่านการบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลอัจฉริยะ (Data Analytics) เช่น Power BI, Tableau, KNIME และ IBM Watson 6 การนำเครื่องมือเหล่านี้มาใช้ทำให้สถานศึกษาสามารถก้าวข้ามการประเมินแบบพรรณนา (Descriptive) ไปสู่การวิเคราะห์เชิงทำนาย (Predictive) เช่น การใช้ฐานข้อมูลเพื่อคาดการณ์แนวโน้มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนล่วงหน้า หรือการระบุนักเรียนกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสออกกลางคัน อย่างไรก็ตาม การใช้เทคโนโลยี AI ในการจัดการศึกษาต้องอยู่ภายใต้หลักจริยธรรมที่เข้มงวด ได้แก่ หลักความเป็นธรรมและความเท่าเทียม หลักความเป็นส่วนตัวและการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลผู้เรียน ตลอดจนหลักความน่าเชื่อถือและคุณภาพของชุดข้อมูล 6 การจัดสภาพแวดล้อมด้านข้อมูลที่โปร่งใสนี้ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะสนับสนุนกระบวนการบริหารในหมวดที่ 4 ของเกณฑ์ OBECQA 7

กรอบแนวคิดและทิศทางการประเมินคุณภาพภายนอก (EQA) สมศ. รอบห้า

ในขณะที่ IQA เปรียบเสมือนระบบประสาทภายในองค์กร การประเมินคุณภาพภายนอก (EQA) โดย สมศ. เปรียบเสมือนกระจกเงาที่สะท้อนคุณภาพสู่สาธารณะ ในรอบการประเมินที่ห้า (พ.ศ. 2567-2571) สมศ. ได้ประกาศกรอบแนวทางที่มุ่งเน้นความยั่งยืนและการสร้างวัฒนธรรมคุณภาพในระดับการศึกษาปฐมวัยและการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1

การประเมินรอบใหม่นี้ได้ลดทอนการพึ่งพาเอกสารจำนวนมหาศาล และหันมาให้ความสำคัญกับผลลัพธ์เชิงประจักษ์และกระบวนการเรียนรู้ที่มีชีวิตชีวา องค์ประกอบสำคัญที่ สมศ. ให้ค่าน้ำหนักและเป็นจุดเน้นในการพิจารณาระดับคุณภาพ ประกอบด้วยกลไกทางวิชาการสี่ประการ ได้แก่ 1 ประการแรก การมุ่งเน้นแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) สถานศึกษาต้องสามารถนำเสนอนวัตกรรม รูปแบบการบริหาร หรือวิธีการจัดการเรียนรู้ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถแก้ปัญหาหรือยกระดับคุณภาพผู้เรียนได้อย่างเป็นรูปธรรมและสามารถเป็นแบบอย่างได้ ประการที่สอง การสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ในสถานศึกษา (School Learning Community: SLC) ซึ่งเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือเชิงระบบระหว่างผู้บริหาร คณะครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครอง และปราชญ์ชุมชน เพื่อร่วมกันออกแบบทิศทางการจัดการศึกษา ประการที่สาม การสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้แบบชี้นำตนเอง (Self-Directed Learning: SDL) ซึ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถตั้งเป้าหมาย ค้นคว้า และประเมินผลการเรียนรู้ของตนเองได้ สอดคล้องอย่างยิ่งกับตัวชี้วัดของโรงเรียนมาตรฐานสากลด้านการผลิตงานอย่างสร้างสรรค์ (Independent Study) 9 ประการที่สี่ ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community: PLC) ซึ่งเป็นเครื่องมือหลักในการพัฒนาขีดความสามารถของครู ผ่านการสะท้อนผลการปฏิบัติงานร่วมกัน การบูรณาการองค์ประกอบทั้งสี่นี้เข้าด้วยกันคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้สถานศึกษาสามารถบรรลุเกณฑ์การประเมินของ สมศ. ในระดับดีเลิศและยอดเยี่ยมได้ 1

มิติเชิงระบบของเกณฑ์รางวัลคุณภาพ สพฐ. (OBECQA)

การจะบรรลุเป้าหมายของ IQA และ EQA อย่างยั่งยืนนั้น สถานศึกษาไม่สามารถพึ่งพาวิธีการทำงานแบบเดิมได้ เกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (OBECQA) ปี 2565-2568 จึงถูกนำมาใช้เป็นสถาปัตยกรรมหลักในการปฏิรูปโรงเรียน โครงสร้างของ OBECQA ถูกออกแบบมาอย่างแยบยลภายใต้กรอบความคิดเชิงระบบ (Systems Perspective) โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับการบริหารจัดการภายในสถานศึกษาให้เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพและมีมาตรฐานทัดเทียมระดับสากล 3

กรอบเกณฑ์ OBECQA ประกอบด้วย 7 หมวดที่ครอบคลุมทุกมิติของการดำเนินงาน รวมคะแนนเต็ม 1,000 คะแนน โครงสร้างนี้แสดงให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างตัวขับเคลื่อน กระบวนการ และผลลัพธ์อย่างเป็นระบบ ดังแสดงในรายละเอียดต่อไปนี้ 10

โครงสร้างหมวดเกณฑ์ OBECQAคะแนนเต็มบริบทการดำเนินงานและจุดมุ่งเน้นเชิงยุทธศาสตร์
หมวด 1: การนำองค์กร (Leadership)110ผู้นำระดับสูงมีบทบาทในการกำหนดวิสัยทัศน์ ค่านิยม และทิศทางของสถานศึกษา การกำกับดูแลองค์กรที่ดี (Governance) ตลอดจนการสร้างสภาพแวดล้อมเพื่อความสำเร็จและการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคม 7
หมวด 2: กลยุทธ์ (Strategy)95ครอบคลุมการจัดทำกลยุทธ์และการนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ สถานศึกษาต้องวิเคราะห์สภาพแวดล้อมการแข่งขัน และเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตโดยจัดทำแผนปฏิบัติการที่ครอบคลุมทุกภาคส่วน 7
หมวด 3: นักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Customers)100มุ่งเน้นกระบวนการรับฟังเสียงของนักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน การสร้างความพึงพอใจ และการสร้างความผูกพันระยะยาว เพื่อนำข้อมูลมาพัฒนาหลักสูตรและการบริการ 7
หมวด 4: การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้90ถือเป็น “ระบบสมองกล” ของสถานศึกษา ว่าด้วยการจัดเก็บข้อมูลสารสนเทศที่น่าเชื่อถือ การวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน และการจัดการความรู้เพื่อสร้างนวัตกรรม 7
หมวด 5: บุคลากร (Workforce)100การสร้างสภาพแวดล้อมที่เกื้อหนุน การส่งเสริมความผูกพันของครูและบุคลากร การพัฒนาขีดความสามารถและการเอื้ออำนาจในการตัดสินใจ (Empowerment) เพื่อการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ 7
หมวด 6: การปฏิบัติการ (Operations)85การออกแบบ จัดการ และปรับปรุงกระบวนการจัดการเรียนการสอนและกระบวนการทำงานที่สำคัญ การบริหารจัดการเครือข่ายอุปทาน และการควบคุมต้นทุน 7
หมวด 7: ผลลัพธ์ (Results)420การรายงานผลการดำเนินการเชิงประจักษ์ ครอบคลุมผลลัพธ์ด้านคุณภาพผู้เรียน ด้านการมุ่งเน้นลูกค้า ด้านบุคลากร ด้านการนำองค์กร และผลลัพธ์ด้านกลยุทธ์และการเงิน 10

การวิเคราะห์ความเชื่อมโยงเชิงระบบตามแนวทางของ OBECQA เผยให้เห็นว่า กลุ่มการนำองค์กร (หมวด 1, 2 และ 3) เป็นตัวแปรต้นที่กำหนดทิศทาง ในขณะที่กลุ่มผลลัพธ์ (หมวด 5, 6 และ 7) เป็นตัวแปรตามที่สะท้อนภาพความสำเร็จ โดยมีกระบวนการในหมวด 4 ทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการส่งผ่านข้อมูลป้อนกลับ (Feedback Loop) แบบสองทิศทาง 10 หากสถานศึกษาต้องการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนในหมวด 7 ผู้นำระดับสูงในหมวด 1 จะต้องปรับวิสัยทัศน์ และใช้ทรัพยากรในหมวด 5 (บุคลากร) ไปดำเนินการปรับปรุงกระบวนการเรียนการสอนในหมวด 6 อย่างเป็นระบบ 7

กระบวนการวิเคราะห์ช่องว่าง (Gap Analysis) และการเตรียมพร้อมรับการประเมิน

การพัฒนาระบบบริหารจัดการสถานศึกษาตามเกณฑ์ OBECQA ไม่สามารถเกิดขึ้นได้เพียงชั่วข้ามคืน แต่ต้องผ่านกระบวนการวิเคราะห์ช่องว่าง (Gap Analysis) อย่างเป็นระบบ เพื่อค้นหารอยรั่วซึมของการดำเนินงานและกำหนดแนวทางการแก้ไขที่ตรงจุด ขั้นตอนการเตรียมการประเมินสถานะปัจจุบันของสถานศึกษามีรายละเอียดดังนี้ 10

ขั้นตอนที่ 1: การจัดทำโครงร่างองค์กร (Organizational Profile: OP) ให้สมบูรณ์แบบ โครงร่างองค์กรคือภาพฉายบริบทโดยย่อของสถานศึกษาและสภาพแวดล้อมเชิงกลยุทธ์ ซึ่งประกอบด้วยลักษณะขององค์กรและสภาวการณ์ขององค์กร 10 การตอบคำถามในส่วนโครงร่างองค์กรเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดในการประเมินตนเอง หากคณะผู้บริหารระดับสูงพบว่าสารสนเทศในประเด็นใดมีความขัดแย้งกัน มีข้อมูลน้อยเกินไป หรือไม่มีข้อมูลสนับสนุนเลย ประเด็นเหล่านั้นคือ “ช่องว่าง” (Gap) สำคัญที่สถานศึกษาต้องนำไปวางแผนปฏิบัติการทันที โครงร่างองค์กรที่ดีจะช่วยระบุลักษณะเฉพาะของสถานศึกษาและเป็นเข็มทิศในการตอบคำถามในหมวด 1 ถึง 7 ต่อไป 10

ขั้นตอนที่ 2: การเจาะลึกกระบวนการด้วยชุดคำถามป้อนทาง (Guided Questions) หลังจากทำความเข้าใจโครงร่างองค์กร สถานศึกษาต้องใช้คำถามของเกณฑ์แบบเต็มรูปแบบเป็นเครื่องมือในการสแกนการทำงานของทุกแผนก ชุดคำถามถูกแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ คำถามพื้นฐาน (Basic Questions) ซึ่งเป็นคำถามหลักของแต่ละหัวข้อ คำถามโดยรวม (Overall Questions) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการทำความเข้าใจการทำงานของระบบ และคำถามย่อย (Multiple Questions) ซึ่งเป็นชุดคำถามเชิงลึกที่ช่วยระบุว่าสถานศึกษาต้องใช้สารสนเทศใดในการสนับสนุนคำตอบ 10 กระบวนการนี้จะทำให้สถานศึกษาค้นพบจุดแข็งที่ควรธำรงไว้และโอกาสในการปรับปรุง (Opportunities for Improvement: OFI) ที่ต้องให้ความสำคัญ

ขั้นตอนที่ 3: การประเมินมิติ “กระบวนการ” ด้วยระบบ ADLI สำหรับเกณฑ์ในหมวดที่ 1 ถึง 6 ซึ่งเป็นหมวดกระบวนการ (Process Items) สถานศึกษาจะต้องประเมินความสุกงอมของระบบผ่านมิติการให้คะแนนแบบ ADLI ซึ่งประกอบด้วย 4 องค์ประกอบเชิงลึก 5:

  • Approach (A – แนวทาง): สถานศึกษามีวิธีการที่เป็นระบบและมีประสิทธิผลในการตอบสนองต่อคำถามของเกณฑ์หรือไม่ แนวทางดังกล่าวต้องมีความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมการดำเนินงานที่ระบุไว้ในโครงร่างองค์กร
  • Deployment (D – การนำไปปฏิบัติ): เป็นการตรวจสอบว่าแนวทางที่ได้ออกแบบไว้ในส่วน Approach ได้ถูกนำไปปฏิบัติอย่างคงเส้นคงวาและครอบคลุมทั่วถึงในทุกหน่วยงาน กลุ่มงาน หรือระดับชั้นที่เกี่ยวข้องหรือไม่ สถานศึกษาหลายแห่งมักมีแผนงานที่สมบูรณ์แบบบนหน้ากระดาษ แต่ล้มเหลวในมิติของการนำไปปฏิบัติจริง
  • Learning (L – การเรียนรู้): มิตินี้พิจารณาถึงการปรับปรุงแนวทางปฏิบัติให้ดีขึ้นผ่านวงจรการประเมินและการปรับปรุง (PDCA) การเรียนรู้ในองค์กรเกิดจากการนำวิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) หรือนวัตกรรมใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้เพื่อลดความผิดพลาดและเพิ่มประสิทธิภาพ
  • Integration (I – การบูรณาการ): เป็นมิติที่ประเมินว่าแนวทางในแต่ละกระบวนการทำงานมีความสอดคล้องกัน สนับสนุนซึ่งกันและกัน และมุ่งสู่เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ตามที่กำหนดไว้ในหมวด 2 โดยไม่เกิดสภาพการทำงานแบบไซโล (Silo) หรือแยกส่วนกันทำ 12

ขั้นตอนที่ 4: การประเมินมิติ “ผลลัพธ์” ด้วยระบบ LeTCI สำหรับหมวดที่ 7 ซึ่งเป็นหัวข้อผลลัพธ์ (Results Items) การประเมินตนเองจะต้องดำเนินการผ่านระบบ LeTCI เพื่อพิจารณาความสำเร็จในเชิงประจักษ์ ประกอบด้วย 5:

  • Levels (Le – ระดับผลการดำเนินการ): เป็นการวัดผลสัมฤทธิ์ ณ ปัจจุบันว่าอยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจหรือไม่ เช่น ระดับคะแนนสอบเฉลี่ยของนักเรียน อัตราการรอดพ้นจากการออกกลางคัน หรือร้อยละความพึงพอใจของผู้ปกครอง 12
  • Trends (T – แนวโน้ม): สถานศึกษาต้องสามารถแสดงข้อมูลย้อนหลังอย่างน้อย 3 ปีการศึกษา เพื่อพิสูจน์ว่าผลการดำเนินการมีพัฒนาการเชิงบวกอย่างต่อเนื่อง การรายงานข้อมูลจุดเดียว (Single Data Point) ไม่สามารถยืนยันความสำเร็จที่ยั่งยืนได้ 12
  • Comparisons (C – การเปรียบเทียบ): ผลลัพธ์ที่ดีต้องนำไปเทียบเคียง (Benchmarking) กับเป้าหมาย องค์กรคู่เทียบ คู่แข่ง หรือผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรมเดียวกัน ตัวอย่างเช่น การเทียบร้อยละของนักเรียนที่มีคะแนน O-NET สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ 7
  • Integration (I – การบูรณาการ): ผลลัพธ์ที่นำมารายงานจะต้องตอบสนองและสอดคล้องกับความท้าทายเชิงกลยุทธ์ ความต้องการของนักเรียน และตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ในแผนปฏิบัติการของสถานศึกษาอย่างแท้จริง 12

การบูรณาการเขียนรายงานการประเมินตนเอง (SAR) สู่มาตรฐานระดับสากล

ข้อค้นพบที่สำคัญจากการประเมินสถานศึกษาคือ ภาระงานด้านเอกสารที่ซ้ำซ้อน แนวทางในการแก้ปัญหาคือการหลอมรวมการรายงานผล IQA, EQA และ OBECQA เข้าไว้ในเอกสารรายงานการประเมินตนเอง (Self-Assessment Report: SAR) เล่มเดียวที่สะท้อนภาพรวมบริบทองค์กรได้อย่างบูรณาการ โครงสร้างการเขียน SAR ยุคใหม่ควรจัดแบ่งเนื้อหาอย่างเป็นระบบดังนี้ 17

ส่วนที่ 1 ข้อมูลพื้นฐานและโครงร่างองค์กร: ส่วนนี้เทียบเคียงได้กับโครงร่างองค์กร (OP) ในเกณฑ์ OBECQA ประกอบด้วยประวัติสถานศึกษา โครงสร้างการบริหาร สภาพเศรษฐกิจและสังคมของชุมชน ข้อมูลครู นักเรียน และบริบทเชิงกลยุทธ์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ผู้ประเมินใช้ทำความเข้าใจสถานการณ์ของสถานศึกษา 17

ส่วนที่ 2 ผลการประเมินตนเองรายมาตรฐาน: เป็นการหลอมรวมตัวชี้วัดภายในและกรอบแนวคิดของ OBECQA เข้าด้วยกัน

  • มาตรฐานที่ 1 ด้านคุณภาพผู้เรียน: บูรณาการสอดคล้องกับ OBECQA หมวด 7 โดยสถานศึกษาควรนำเสนอผลการประเมินเชิงประจักษ์ เช่น พัฒนาการ 4 ด้านของเด็กปฐมวัย ผลการทดสอบระดับชาติ (NT, RT, O-NET) รวมทั้งสัดส่วนร้อยละของผู้เรียนที่ได้รับรางวัลจากการแข่งขันต่างๆ โดยนำเสนอในรูปแบบแนวโน้ม (Trends) 3 ปีย้อนหลัง และเปรียบเทียบกับคู่เทียบ 17
  • มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ: บูรณาการความเชื่อมโยงกับ OBECQA หมวด 1, หมวด 2 และหมวด 4 สถานศึกษาควรรายงานกระบวนการที่ผู้บริหารใช้ในการจัดทำแผนกลยุทธ์ การสร้างค่านิยมองค์กร และการบริหารจัดการนวัตกรรมเพื่อการศึกษา เช่น การอ้างอิงความสำเร็จจากการใช้รูปแบบบริหาร PRANEE SMART Model ที่ส่งเสริมทักษะวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี 18
  • มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดประสบการณ์/การเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ: บูรณาการร่วมกับ OBECQA หมวด 5 และ หมวด 6 สถานศึกษาต้องรายงานถึงกระบวนการออกแบบการเรียนรู้แบบ Active Learning การพัฒนาระบบสนับสนุนผู้เรียน และที่สำคัญคือการขับเคลื่อนชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ซึ่งตอบสนองโดยตรงต่อความคาดหวังของ สมศ. ในรอบห้า 1

ส่วนที่ 3 แบบอย่างที่ดี (Best Practice) หรือนวัตกรรม: นำเสนอโครงการที่โดดเด่นซึ่งผ่านกระบวนการ Learning (ในหลัก ADLI) จนตกผลึกเป็นแนวปฏิบัติที่สามารถเป็นต้นแบบได้ ตอบสนองความต้องการในกรอบ EQA อย่างสมบูรณ์ 1

ส่วนที่ 4 ภาคผนวก: รวบรวมคำสั่ง เอกสารอ้างอิง และหลักฐานการเปรียบเทียบข้อมูล (Benchmarking Data) ที่จำเป็น 18

กลยุทธ์การออกแบบเป้าหมายสถานศึกษาเชิงรุกด้วยแนวคิด SMART Goal

หนึ่งในจุดอ่อนที่สุดที่พบในระหว่างการทำ Gap Analysis ของสถานศึกษาคือ การกำหนดเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่คลุมเครือ นามธรรม และไม่สามารถวัดผลลัพธ์ได้จริง (Non-measurable targets) ซึ่งส่งผลกระทบลูกโซ่ทำให้ไม่สามารถตอบเกณฑ์ในหมวด 7 (ผลลัพธ์) ตามหลัก LeTCI ได้ การนำเทคนิค SMART Goal มาเป็นเครื่องมือในการตั้งเป้าหมายจึงเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยแปลงนโยบายให้กลายเป็นการปฏิบัติที่ติดตามผลได้ 21

ทฤษฎีการตั้งเป้าหมายตามหลัก SMART มีองค์ประกอบ 5 ประการที่บูรณาการเข้ากับระบบการประเมินคุณภาพได้อย่างลงตัว 22

  • S – Specific (เฉพาะเจาะจง): เป้าหมายต้องระบุผลลัพธ์ที่ต้องการอย่างชัดเจน ไม่กำกวม โดยต้องตอบคำถามพื้นฐานให้ได้ว่า ใคร (Who) ทำอะไร (What) ที่ไหน (Where) และทำไม (Why) ความเฉพาะเจาะจงนี้สัมพันธ์โดยตรงกับการกำหนดกระบวนการในหมวด 6 ของ OBECQA 22
  • M – Measurable (สามารถวัดได้): ต้องสามารถประเมินผลความก้าวหน้าออกมาเป็นตัวเลขหรือสัดส่วนที่คำนวณได้จริง มีฐานข้อมูลหลักฐานยืนยัน ซึ่งสอดรับกับความต้องการข้อมูลด้านผลลัพธ์เชิงปริมาณในหมวด 4 และหมวด 7 22
  • A – Achievable (บรรลุผลได้): เป้าหมายต้องมีความท้าทายแต่ยังอยู่ในวิสัยที่สถานศึกษาจะทำได้จริงภายใต้ข้อจำกัดของทรัพยากรและบุคลากรในหมวด 5 ซึ่งมิตินี้ส่งเสริมให้เกิดความกระตือรือร้นในการทำงานมากกว่าการตั้งเป้าที่ไกลเกินจริงจนบั่นทอนกำลังใจ 22
  • R – Relevant / Realistic (สมเหตุสมผลและสอดคล้อง): เป้าหมายที่ตั้งไว้ต้องสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ และทิศทางองค์กรที่กำหนดไว้ในหมวด 1 และสอดรับกับมาตรฐานโรงเรียนสากล ความเกี่ยวเนื่องนี้สร้างระบบบูรณาการ (Integration) ที่ทรงพลัง 22
  • T – Time-bound (กำหนดช่วงเวลาที่ชัดเจน): ต้องมีจุดสิ้นสุดหรือเหตุการณ์สำคัญ (Milestones) ในการติดตามผลเพื่อประเมินความสำเร็จ การขาดกรอบเวลาจะทำให้การดำเนินงานขาดพลังและไม่สามารถแสดงผลแนวโน้ม (Trends) เพื่อรับการประเมินได้ 22

เพื่อให้เห็นภาพการนำทฤษฎีไปสู่การปฏิบัติ รายงานฉบับนี้ได้พัฒนาตัวอย่างการตั้งเป้าหมายแบบ SMART Goal เชิงลึกในมิติการพัฒนาสถานศึกษา 3 มิติหลักที่บูรณาการตัวชี้วัดของโรงเรียนมาตรฐานสากล OBECQA, EQA และ IQA เข้าด้วยกัน

มิติที่ 1: การตั้งเป้าหมายด้านคุณภาพผู้เรียน (เชื่อมโยง OBECQA หมวด 7 และ IQA มาตรฐานที่ 1)

โครงการโรงเรียนมาตรฐานสากลมีเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะและทักษะในศตวรรษที่ 21 ภายใต้พันธกิจ 5 ประการหลัก ได้แก่ เป็นเลิศทางวิชาการ สื่อสารสองภาษา ล้ำหน้าทางความคิด ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์ (Independent Study) และร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคมโลก 9

กรณีศึกษาและบทวิเคราะห์: หากสถานศึกษามีความประสงค์จะยกระดับความเป็นเลิศทางวิชาการและทักษะการค้นคว้า

เป้าหมายแบบเดิม (ทั่วไป): “โรงเรียนจะพัฒนาให้นักเรียนเก่งภาษาอังกฤษมากขึ้น และสามารถทำโครงงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมได้” (เป้าหมายนี้ไม่สามารถนำไปวิเคราะห์ ADLI หรือเทียบเคียงผล LeTCI ได้ เนื่องจากขาดมาตรวัดและกรอบเวลา)

การออกแบบเป้าหมาย SMART Goal เชิงบูรณาการ

“ภายในสิ้นปีการศึกษา 2568 (Time-bound) ร้อยละ 75 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เคยมีคะแนนการประเมินเบื้องต้นในกลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ระหว่าง 60%-80% จะต้องพัฒนาผลการทดสอบระดับชาติ (O-NET) ให้สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ (Specific, Measurable) และนักเรียนในโครงการร้อยละ 100 ต้องสามารถผลิตชิ้นงานนวัตกรรมผ่านกระบวนการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง (Independent Study – IS) ที่ส่งเสริมความเป็นพลเมืองโลกและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างน้อย 1 ชิ้นงานต่อคน (Achievable, Relevant)” 9

นัยสำคัญและการเชื่อมโยงเชิงระบบ: เป้าหมายนี้ระบุกลุ่มย่อย (Subgroup) อย่างชัดเจน (นักเรียน ม.3 ที่ได้คะแนนช่วง 60-80%) ซึ่งสะท้อนการใช้ข้อมูลวิเคราะห์จากหมวด 4 เพื่อแบ่งกลุ่มเป้าหมายเชิงลึก 27 การกำหนดให้คะแนน O-NET ต้องสูงกว่า “ค่าเฉลี่ยระดับประเทศ” เป็นการสร้างฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการให้คะแนนในหมวด 7 ด้านการเปรียบเทียบเชิงแข่งขัน (Comparisons) 9 ขณะเดียวกัน การกำหนดเงื่อนไขชิ้นงานนวัตกรรม IS ก็ตอบสนองโดยตรงต่อตัวชี้วัดที่ 4 และ 5 ของโรงเรียนมาตรฐานสากล 9

มิติที่ 2: การตั้งเป้าหมายด้านกระบวนการบริหารองค์กร (เชื่อมโยง OBECQA หมวด 1, 2 และ IQA มาตรฐานที่ 2)

การนำองค์กรภายใต้ความซับซ้อนต้องอาศัยการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์และการสร้างระบบการบริหารที่ยั่งยืน การจัดการงบประมาณ การทำงานร่วมกับเครือข่ายอุปทาน (Suppliers and Partners) และการพัฒนาระบบดิจิทัลถือเป็นใจความสำคัญในมิตินี้ 7

กรณีศึกษาและบทวิเคราะห์: หากผู้บริหารต้องการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาแก้ปัญหาอัตราการออกกลางคันของนักเรียน

เป้าหมายแบบเดิม (ทั่วไป): “ผู้บริหารจะสนับสนุนให้ครูใช้เทคโนโลยีเพื่อติดตามนักเรียนและลดปัญหาการออกกลางคันเพื่อให้ผู้ปกครองพึงพอใจ”

การออกแบบเป้าหมาย SMART Goal เชิงบูรณาการ:

“คณะทำงานฝ่ายบริหารและสารสนเทศจะดำเนินการพัฒนาระบบฐานข้อมูลเชิงทำนาย (Predictive Data Analytics System) ให้แล้วเสร็จภายในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 (Specific, Time-bound) เพื่อให้บุคลากรครูร้อยละ 100 สามารถใช้ข้อมูลนี้ในการเข้าช่วยเหลือกลุ่มนักเรียนที่มีความเสี่ยงภายใน 48 ชั่วโมงหลังได้รับการแจ้งเตือน (Measurable, Achievable) อันจะนำไปสู่การลดอัตราการออกกลางคันลงร้อยละ 40 เมื่อเทียบกับสถิติของปีการศึกษา 2567 และส่งผลให้ผลการสำรวจความพึงพอใจของสมาคมผู้ปกครองและพันธมิตรเครือข่ายเพิ่มขึ้นสู่ระดับ ‘ดีเยี่ยม’ (มากกว่า 85%) ภายในวงรอบการประเมินประจำปี (Relevant)” 7

นัยสำคัญและการเชื่อมโยงเชิงระบบ: เป้าหมายนี้มีความเป็นเอกภาพและแสดงให้เห็นถึงพลังของการบริหารเชิงระบบ (Systems Perspective) อย่างชัดเจน ผู้บริหาร (หมวด 1) นำกลยุทธ์ (หมวด 2) ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (หมวด 4) มาพัฒนาขีดความสามารถของระบบการทำงาน (หมวด 6) ให้บุคลากร (หมวด 5) ดำเนินการตอบสนองความต้องการของนักเรียนและผู้ปกครอง (หมวด 3) ซึ่งผลลัพธ์ขั้นสุดท้ายจะไปปรากฏในหมวด 7 ทั้งด้านประสิทธิผลของกระบวนการ ด้านความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และผลลัพธ์ด้านกลยุทธ์ การกำหนดกรอบเวลา “ภายใน 48 ชั่วโมง” ถือเป็นการระบุกระบวนการปฏิบัติการระดับย่อย (Systems) ที่ช่วยสร้างนิสัยและมาตรฐานการทำงานที่ทรงประสิทธิภาพ 28

มิติที่ 3: การตั้งเป้าหมายด้านกระบวนการเรียนการสอน (เชื่อมโยง OBECQA หมวด 5, 6 และ IQA มาตรฐานที่ 3)

การพัฒนาศักยภาพผู้เรียนต้องเริ่มต้นจากการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรครู โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกแบบกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม สมศ. และ สพฐ. ต่างให้ค่าน้ำหนักอย่างมากกับการพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) 1

กรณีศึกษาและบทวิเคราะห์: หากสถานศึกษาต้องการปฏิรูปการสอนผ่านกระบวนการวิจัยและ PLC

เป้าหมายแบบเดิม (ทั่วไป): “ครูทุกคนจะต้องทำ PLC และวิจัยชั้นเรียนเพื่อพัฒนาการสอนให้ทันสมัยและเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง”

การออกแบบเป้าหมาย SMART Goal เชิงบูรณาการ

“ตลอดปีการศึกษา 2568 (Time-bound) ครูผู้สอนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นร้อยละ 100 จะต้องเข้าร่วมกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) อย่างน้อย 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ (Specific, Measurable) เพื่อร่วมกันออกแบบและทดลองใช้แผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่บูรณาการแนวคิดการเรียนรู้แบบชี้นำตนเอง (SDL) อย่างน้อย 2 นวัตกรรมต่อภาคเรียน (Achievable, Relevant) โดยกระบวนการนี้จะต้องนำไปสู่งานวิจัยชั้นเรียนที่สามารถตีพิมพ์หรือเผยแพร่เป็น Best Practice ได้กลุ่มสาระละ 1 เรื่อง ส่งผลให้คะแนนประเมินสมรรถนะการคิดวิเคราะห์ของผู้เรียนสูงขึ้นร้อยละ 15 ภายในปลายปีการศึกษา” 1

นัยสำคัญและการเชื่อมโยงเชิงระบบ: การตั้งเป้าหมายระดับปฏิบัติการนี้ถือเป็นการวางรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการทำ Gap Analysis ในหมวดการนำไปปฏิบัติ (Deployment) การระบุตัวเลขเวลา “3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์” เป็นการสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานที่บังคับให้สถานศึกษาต้องปรับปรุงตารางสอนเพื่อเอื้ออำนวยให้เกิดสภาพแวดล้อมแห่งการทำงานร่วมกัน 28 เป้าหมายนี้สอดคล้องกับแนวคิดการประเมิน EQA รอบห้าของ สมศ. ที่เน้นกระบวนการ PLC และ SDL อย่างเด่นชัด 1 ในขณะเดียวกัน ก็ตอบสนองเกณฑ์ OBECQA หมวด 5.1 ด้านสภาพแวดล้อมการทำงานของบุคลากร และหมวด 6.1 ด้านนวัตกรรมของกระบวนการเรียนรู้ 10 และเมื่อผลลัพธ์ปรากฏ ผลงาน Best Practice นี้จะกลายเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ในรายงาน IQA และผลลัพธ์ด้านบุคลากรในหมวด 7.3 ได้อย่างสมบูรณ์ 7

บทสรุปแห่งการเปลี่ยนแปลง: วิถีแห่งความเป็นเลิศระดับสากล

การดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาในยุคแห่งความผันผวนนี้ ไม่ใช่กิจกรรมปลายทางที่กระทำเพียงเพื่อรองรับการตรวจประเมินหรือสร้างแฟ้มเอกสารเพื่อความสวยงามอีกต่อไป แต่เป็นกระบวนการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างความยั่งยืนแก่องค์กร การบูรณาการระหว่างระบบ IQA พื้นฐาน ทิศทางการประเมิน EQA รอบห้า และสถาปัตยกรรมการประเมินด้วยเกณฑ์ OBECQA/TQA เป็นกลไกอันชาญฉลาดที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าของสถานศึกษาจากระบบที่ถูกขับเคลื่อนด้วยแผ่นกระดาษ (Document-driven System) สู่ระบบที่ขับเคลื่อนด้วยวิสัยทัศน์ นวัตกรรม และผลลัพธ์ที่จับต้องได้ (Vision, Innovation, and Results-driven System) 1

ความสำเร็จของกระบวนการนี้เริ่มต้นที่ความเข้าใจอันถ่องแท้ของผู้บริหารระดับสูงในการออกแบบโครงร่างองค์กร (Organizational Profile) ที่แม่นยำ การวิเคราะห์ช่องว่างอย่างตรงไปตรงมาโดยปราศจากอคติผ่านชุดคำถามเชิงลึก การใช้หลักการ ADLI และ LeTCI เพื่อพิจารณาความสุกงอมของกระบวนการและทิศทางของผลลัพธ์อย่างมีวิจารณญาณ ตลอดจนการประยุกต์ใช้ศิลปะแห่งการตั้งเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ (SMART Goal) เพื่อแปรเปลี่ยนพันธกิจนามธรรมให้เป็นเป้าหมายเชิงประจักษ์ที่ครูและบุคลากรทุกคนสามารถมีส่วนร่วมรับผิดชอบและขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน การบูรณาการเชิงโครงสร้างและเชิงพฤติกรรมอย่างประสานสอดคล้องนี้ จะไม่เพียงทำให้สถานศึกษาผ่านเกณฑ์การประเมินจากทุกหน่วยงานได้อย่างภาคภูมิ แต่ยังเป็นหลักประกันอันมั่นคงว่ากระบวนการจัดการศึกษาจะนำพานักเรียนไปสู่การเป็นพลเมืองโลกที่มีคุณภาพ สมรรถนะ และความพร้อมทัดเทียมมาตรฐานสากลอย่างแท้จริง 3

Works cited

  1. QA.CNT. – EQA., accessed May 15, 2026, https://sites.google.com/esdc.go.th/qa-cnt/eqa
  2. คู่มือประเมินภายนอก รอบ 5 (2567-2571) – Flip eBook Pages 51-88 | AnyFlip, accessed May 15, 2026, https://anyflip.com/pcllv/koor/basic/51-88
  3. เกณฑ์ OBECQA 2565 – 2568 (ฉบับล่าสุด) – Flip eBook Pages 1-50 …, accessed May 15, 2026, https://anyflip.com/tvph/txrc/basic
  4. IQA | การประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาอาชีวศึกษา, accessed May 15, 2026, https://iqa.ovec.go.th/
  5. ระบบการให้คะแนน – Thailand Quality Award, accessed May 15, 2026, https://www.tqa.or.th/th/tqa-criteria/%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%84%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%99/
  6. แนวทางการใช้ปัญญาประดิษฐ์(AI) เพื่อส่งเสริมการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา, accessed May 15, 2026, https://boet.obec.go.th/wp-content/uploads/2025/09/%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89-AI-%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1-IQA.pdf
  7. เกณฑ์คุณภาพ OBECQA – นางสาวบุศรา เต็มลักษมี – PubHTML5, accessed May 15, 2026, https://pubhtml5.com/ubsjh/sxjv/%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B9%8C%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E_OBECQA/
  8. คู่มือการประกันคุณภาพภายนอก การศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี 2567-2571 » – Digital Learning Classroom, accessed May 15, 2026, https://krukob.com/web/%E0%B8%B4book-2/
  9. เป้าหมายและตัวชี้วัดด้านผู้เรียน โรงเรียนมาตรฐานสากล, accessed May 15, 2026, https://www.dongjen.ac.th/files/%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A5-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87-2561.pdf
  10. เกณฑ์ OBECQA 2565-2568 – Flip eBook Pages 1-50 – AnyFlip, accessed May 15, 2026, https://anyflip.com/eqvde/dhfk/basic
  11. OBECQA.pdf, accessed May 15, 2026, https://www.bodin.ac.th/home/wp-content/uploads/2016/02/OBECQA.pdf
  12. obecqa, accessed May 15, 2026, http://www2.nmm.ac.th/web/1_academic/document/20170620/OBECQA_%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B9%8C%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99.pdf
  13. คำนำ – โรงเรียนนาเชือกพิทยาสรรค์, accessed May 15, 2026, https://nachuakpit.ac.th/client-upload/np/publish/235/PUBLISH-235.pdf
  14. เกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน OBECQA ปี 2565 – 2568, accessed May 15, 2026, https://secondary.obec.go.th/newweb/2022/09/05/%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B9%8C%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AA/
  15. หมวด 7 ผลลัพธ์ ( Results ) – โรงเรียน บ้านตาขุน วิทยา, accessed May 15, 2026, http://www.btv.ac.th/wp-content/uploads/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%947.pdf
  16. เกณฑ์ OBECQA 2565 – 2568 – Flip eBook Pages 51-100 | AnyFlip, accessed May 15, 2026, https://anyflip.com/kjgzt/uguu/basic/51-100
  17. แนวทางการเขียนรายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา (Self – Assessment Report : SAR) – โรงเรียน บ้านตาขุน วิทยา, accessed May 15, 2026, http://www.btv.ac.th/wp-content/uploads/%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99SAR.pdf
  18. แนวทางการเขียนรายงานการประเมินตนเองของสถาน ( – e-SAR, accessed May 15, 2026, https://esar.obec.go.th/uploads/sar/SAR_2566_D3222688-93E2-4637-AEC2-5749F6308672_bas.pdf
  19. เขียนอย่างไรให้ตอบ โจทย์สมศ, accessed May 15, 2026, https://www.skprivate.go.th/uploads/group/b4d8e6f51f1c1c1c2bae985652c20a19.pdf
  20. นวัตกรรมการบริหารสถานศึกษา – สำนักงานศึกษาธิการภาค 3, accessed May 15, 2026, https://reo3.moe.go.th/wp-content/uploads/2023/10/IFTE-%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2-%E0%B8%9B%E0%B8%B5-66.pdf
  21. SMART Goal เทคนิคการตั้งเป้าหมายที่ทำง่ายและใช้ได้จริง, accessed May 15, 2026, https://www.disruptignite.com/blog/smart-goal
  22. การนำหลักการ SMART มาตั้งเป้าหมายขององค์กรให้ชัดเจนและมีประสิทธิภาพ | HREX.asia, accessed May 15, 2026, https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190910-smart-organization-goal/
  23. วิธีตั้ง SMART Goal เทคนิคกำหนดเป้าหมายแบบมีปลายทาง – Jobsdb ไทย, accessed May 15, 2026, https://th.jobsdb.com/th/career-advice/article/what-is-smart-goal
  24. เป้าหมายและวัตถุประสงค์ SMART คืออะไร – Dropbox.com, accessed May 15, 2026, https://www.dropbox.com/th_TH/resources/smart-goals
  25. SMART goal เทคนิคการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุได้อย่างมีประสิทธิภาพ – Urbinner, accessed May 15, 2026, https://www.urbinner.com/post/smart-goal-technique
  26. ตามที่ กระทรวงศึกษาธิการ และส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, accessed May 15, 2026, http://www.nkedu1.go.th/nk/pic_news3/20200206104044no_3167file01.pdf
  27. SMART Goal Examples Grade Goal Statement Example How is this goal SMART? – Corvallis School District, accessed May 15, 2026, https://www.csd509j.net/wp-content/uploads/SMART-Goal-Examples-1.pdf
  28. วิธีการเขียนเป้าหมายแบบ SMART (4 ตัวอย่างที่นำไปใช้ได้จริงในที่ทำงาน) – Plaud, accessed May 15, 2026, https://sea.plaud.ai/th-th/blogs/articles/smart-goals-examples
  29. 10 เป้าหมาย SMART สำหรับนักศึกษา (เคล็ดลับและตัวอย่างการตั้งเป้าหมาย) – ClickUp, accessed May 15, 2026, https://clickup.com/th/blog/47783/smart-goals-for-college-students

Comments

comments

Powered by Facebook Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ติดต่อ ดร.อนุศร หงษ์ขุนทด
error: Content is protected !!